<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-8467252942275514599</id><updated>2012-01-16T05:47:50.725-08:00</updated><category term='กฏแห่งกรรม'/><category term='การบวช'/><category term='ความฝัน'/><category term='สมาธิ'/><category term='ขำ ขำ'/><category term='บุญ'/><category term='ทั่วไป'/><category term='ความรัก'/><category term='ผี'/><category term='แผ่เมตตา'/><category term='อานิสงส์'/><category term='โชค ลาง'/><category term='พระราชวงศ์'/><category term='ขอขมา'/><category term='อโหสิกรรม'/><title type='text'>ธรรมะ จัดสรร</title><subtitle type='html'>รวบรวม โดย ก้อย ....
(คุณสามารถคลิ๊กฟังเพลงออนไลน์ ได้ที่ ด้านบนค่ะ)</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://hotsamathi.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://hotsamathi.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>....นส.อ่อนไหว</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02362473934603014181</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/-yWedkBiCHho/TiEnJap103I/AAAAAAAAAMw/JBCikugnWfI/s220/0388.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>31</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8467252942275514599.post-8080393950919604514</id><published>2011-01-09T19:31:00.000-08:00</published><updated>2011-01-09T19:32:24.400-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ทั่วไป'/><title type='text'>รวมพระอรหันต์ที่อยู่ในประเทศไทยเวลานี้</title><content type='html'>&lt;p&gt;รวม พระอรหันต์ที่อยู่ในประเทศไทยเวลานี้ !!! เกือบ 100 องค์ อริยสงฆ์ที่ยังดำารงขันธ์อยู่..ที่หลวงตามหาบัว...กล่าวว่าเป็นเนื้อนาบุญ ของโลก..&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;พระอริยสงฆ์ที่องค์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน (พระอรหันต์แห่งประวัติชาติไทยองค์ปัจจุบัน แห่ง วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี ) ได้กล่าวถึงว่าท่านเหล่านี้ได้ปฏิบัตธรรมจนสามารถทำาจิตให้บริสุทธิ์, และ หมดแห่งกิจที่ควรทำแล้ว&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ก็จะมีครูบาอาจารย์ต่างๆในสายพระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่นมากมาย ที่ท่าน หลวงตามหาบัวได้กล่าวถึงประจำ&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;แต่ ในบางครั้งท่านเหล่านั้นจะไม่พูดว่าได้ขั้นไหน ๆ แล้วเพราะท่านอาจ จะมองเห็นปัญหาต่างๆ ตามมา เช่น คนมารุมตอมไม่เว้นแต่ละวันทำให้ท่านไม่ได้พักผ่อน&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ยกตัวอย่างเหตุกาณ์ ในวันนั้นที่ข้าพเจ้าถามพระเถระพระป่า (ไม่ขอเอ่ยนามท่าน)&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ข้าพเจ้าถาม ว่า.....ดังนี้ ..&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;หลวงปู่เป็นพระอรหันต์หรอครับ....&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ท่านก็จะตอบว่า..........ดูเอานี่ไงหันซ้ายหันขวา.. แล้วท่านก็.....จะทำาท่าหันไปข้างซ้าย...หันไปข้างขวาให้เราดู...&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;คนถามก็จะอดหัวเราะไปกับท่านไม่ได้ครับ........&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;แล้วท่านก็เมตตาบอกว่า....ไม่สำคัญทีจะไปถามว่าพระรูปไหนสำเร็จอะไร เราจะไปกังวลถามทำไม....&lt;/p&gt;  &lt;p&gt; เราปฏิบัติเองเรารู้เอง..ไม่ต้องถามคนอื่น...&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทิ้งท้ายท่านเมตตาบอกว่า แต่บุญที่ทำกับพระอรหันต์ผู้หมดกิเลสนั้นได้กุศลมากเลยทีเดียวนะ....&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;เหตุกาณ์หนึ่งที่ผู้เขียนได้รับฟังมาจากหูโดยตรง....จากพระธรรมเทศฯองค์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ท่านได้รับรองว่าท่านนั้น ท่านนี้เป็นพระอริยบุคคลหมดกิเลส หลายรูป ครับ&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ผู้เขียนจึงอดที่จะเอาเอาเทศนาของหลวงตามหาบัว นั้น มาให้ผู้อ่านรู้ด้วยไม่ได้ครับ ดังนี้ ครับ........&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;quot;พระหมดกิเลสในสายหลวงปู่มั่น นี้ก็ไม่ใช่น้อย แต่ท่านไม่เปล่งบอกใครเพราะเกี่ยวกับอรรถกับธรรมเห็นธรรมดีเลิศกว่า&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;แต่ที่เราบอกเราก็ไม่ได้อวดอุตริ ใดๆ ทั้งสิ้น จริงคือจริงไม่มีปิดบัง ไม่สงสัยในธรรม&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ใครจะ เอาตำราไหนมาอ้าง ก็ให้มันเอามาได้เลย ที่วัดป่าบ้านตาด เราไม่สะทกสะเทือน&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;จะชี้แจงแถลงไขให้ เข้าใจเอง เอ้าเชิญมา.....&amp;quot;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ที่ได้ฟังท่านเปรย ๆ มาก็พอจับใจความมาว่าท่านไหนได้แล้ว...&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;เสียดายที่ไม่ได้อัดเทบไว้ครับ และนี่ก็คือ ท่านเปรยว่าล้วนแล้วแต่เป็นพระอริยสงฆ์เนื้อนาบุญของโลกเลยทีเดียว ท่านบอกว่า&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;1.ท่านอาจารย์เจียะ จุนโท (มรณภาพแล้วอัฐิแปรเป็นพระธาตุ) วัดป่าภูรทัตปฏิปทาราม อ.สามโคก จ.ปทุมธานี&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;2.หลวงปู่ลี กุสลธโร วัดภูผาแดง อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;3.หลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร วัดป่าประชาชุมพลพัฒนาราม อ.เมือง จ.อุดรธานี&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;4.หลวงปู่ขาล ฐานวโร (มรณภาพแล้วอัฐิแปรเป็นพระธาตุ) วัดป่าบ้านเหล่า อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;5.พระอาจารย์แบน ธนากโร วัดดอยธรรมเจดีย์ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;6.หลวงปู่หลวง กตปุญโญ (มรณภาพแล้วอัฐิแปรเป็นพระธาตุ) วัดคีรีสบรรพต จ.ลำปาง&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;7.อาจารย์เหรียญ วรลาโภ (มรณภาพแล้วยังไม่ประชุมเพลิง) วัดอรัญบรรพต อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;8.อาจารย์สมชาย ฐิตวิริโย (มรณภาพแล้วยังไม่ประชุมเพลิง) วัดเขาสุกิม อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;9.หลวงปู่หลอด ประโมทิโต วัดสิริกมลาวาส (วัดใหม่เสนานิคม) เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;10.หลวงปู่มหาเนียม สุวโจ วัดเจริญสมณกิจ (หลังศาลภูเก็ต) อ.เมือง จ.ภูเก็ต&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;11.หลวงปู่มหาเจิม ปัญญาพโล วัดสระมงคล อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;12.หลวงปู่ศรี มหาวีโร วัดประชาคมวนาราม อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;13.พระอาจารย์สายทอง เตชธัมโม วัดป่าห้วยกุ่ม (ใกล้เขื่อนจุฬาภรณ์) อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;14.หลวงปู่ผ่าน ปัญญาปทีโป วัดป่าประทีปปุญญาราม อ.อากาศอำานวย จ.สกลนคร&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;15.พระอาจารย์ประสิทธิ์ ปุญมากโร วัดป่าหมู่ใหม่ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;16.พระอาจารย์เลียม ฐิตธัมโม วัดหนองป่าพง อ.วารินชำาราบ จ.อุบลราชธานี ่&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;17.หลวงปู่ทา จารุธัมโม วัดถำ้าซับมืด จ.นครราชสีมา&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;18.พระอาจารย์เพียร วิริโย วัดป่าหนองกอง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;19.อาจารย์สาย เขมธัมโม วัดป่าพรหมวิหาร อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำาภู&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;20.อาจารย์เปลี่ยน ปัญญาปทีโป วัดอรัญวิเวก อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;strong&gt;21.หลวงปู่วิริยังค์ สิรินธโร วัดธรรมมงคล เขตพระโขนง จ.กรุงเทพมหานคร &lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;22.อาจารย์พวง สุขินทริโย วัดศรีธรรมมาราม อ.เมือง จ.ยโสธร&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;23.หลวงปู่บุญเพ็ง เขมาภิรโต วัดถ้ำกลองเพล อ.เมือง จ.หนองบัวลำาภู&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;24.หลวงตาแตงอ่อน กัลยาณธัมโม วัดป่าโชคไพศาล อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;25.หลวงปู่บุญหนา ธัมทินโน วัดป่าโสตถิผล อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;26.หลวงปุ่บุญพิน กตปุญโญ วัดผาเทพนิมิตร อ.นิคมนำ้าอูน จ.สกลนคร&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;27.หลวงปู่ลี ฐิตธัมโม (มรณภาพแล้วอัฐิแปรเป็นพระธาตุ) วัดเหสลึก อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;28.หลวงปู่แปลง สุนทโร วัดป่าอุดมสมพร อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;29.หลวงปู่บุญจันทร์ กมโล (มรณภาพแล้วอัฐิแปรเป็นพระธาตุ) วัดป่าสันติกาวาส อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;30.หลวงปู่จันทร์ศรี จันททีโป วัดโพธิ์สมภรณ์ อ.เมือง จ.อุดรธานี&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;31.พระอาจารย์ท่อน ญาณธโร วัดศรีอภัยวัน อ.เมือง จ.เลย&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;32.พระอาจารย์อุ่นหล้า ฐิตธัมโม วัดป่าแก้วชุมพล อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;33.พระอาจารย์คำาบ่อ ฐิตปัญโญ วัดใหม่บ้านตาล อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;34.พระอาจารย์อุทัย สิรินธโร วัดถำ้าพระ อ.เซกา จ.หนองคาย&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;35.หลวงปู่บุญฤทธิ์ ปัณฑิโต สำานักสงฆ์สวนทิพย์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;36.พระอาจรย์วิไล เขมิโย วัดถำ้าพณาช้างเผือก อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;37.หลวงปู่จันทา ถาวโร วัดป่าเขาน้อย อ.วังทรายพูล จ.พิจิตร&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;38.อาจารย์อำ่ ธัมกาโม วัดธุดงคสถานสันติวรญาณ อ.วังโป่ง จ.เพรชบูรณ์&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;39.หลวงปู่ถวิล จ.อุดรธานี (ไม่ทราบที่อยู่และฉายาท่าน)&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;40.อาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสโก วัดป่านาคำาน้อย อ.นายูง จ.อุดรธานี&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;41.อาจารย์วันชัย วิจตโต วัดภูสังโฆ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี ิ&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;42.หลวงปู่มี (เกล้า) ประมุตโตวัดดอยเทพนิมิตร (วัดถำ้าเกีย) อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;43.อาจารย์เสน ปัญญาธโร วัดป่าหนองแซง อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;44.อาจารย์คำาแพง อัตสันโต วัดป่าหนองวัวซอ (วัดบุญญานุสรณ์) อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;45.พระอาจารย์ปญญาวัฒโท (มรณภาพแล้วอัฐิแปรเป็นพระธาตุ) วัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;42.หลวงปู่มี (เกล้า) ประมุตโต วัดดอยเทพนิมิตร (วัดถำ้าเกีย) อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;43.อาจารย์เสน ปัญญาธโร วัดป่าหนองแซง อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;44.อาจารย์คำแพง อัตสันโต วัดป่าหนองวัวซอ (วัดบุญญานุสรณ์) อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;45.พระอาจารย์ปญญาวัฒโท (มรณภาพแล้วอัฐิแปรเป็นพระธาตุ) วัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี ั&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;46.ท่านฤาษีลิงดำา (พระราชพรหมญาณ) (ท่านมรณภาพแล้วอัฐิแปรเป็นพระธาตุ) วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;47.หลวงปู่สังวาลย์ เขมโก จ.สุพรรณบุรี&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;48.หลวงปู่วัดพระพุทธบาทตากผ้า (อันนี้หนังสือไม่ชัดครับเล่มนี้เก่ามากครับ)&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;49.พระอาจารย์มหาโส กัสโปวัดป่าคำาแคนเหนือ อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;50.หลวงปู่คำาฟอง เขมจาโร (มรณภาพแล้วอัฐิแปรเป็นพระธาตุ) วัดกุดเรือคำา อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;51.หลวงปู่บุญเพ็ง กัปโป วัดป่าวิเวกธรรม (วัดป่าช้าเหล่างา) อ.เมือง จ.ขอนแก่น&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;52.หลวง ปู่จันทร์แรม เขมสิริ วัดเกาะแก้วะดงคสถาน อ.บ้านด่าน จ.บุรรัมย์ ี&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;53.คุณแม่ชีแก้ว เสียงลำ้ (มรณภาพแล้วอัฐิแปรเป็นพระธาตุ) สำานักชีบ้านห้สยทราย อ.คำาชะอี จ.มุกดาหาร&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;54.พระอาจารย์ทย (ปรีดา) ุ ฉันทกโร วัดป่าดานวิเวก อ.โซ่พิสัย จ.หนองคาย&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;55.พระอาจารย์สรวง สิรปุญโญ วัด่าศรีฐานใน อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;56.พระอาจารย์สาคร ธัมวุธโธ วัดป่ามณีกาญจ์ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;57.พระอาจารย์จันทร์โสม กิตติกาโม วัดป่านาสีดา อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;58.พระอาจารย์แยง สุขกาโม วัดเจติยาคีรีวิหาร (ภูทอก) อ.ศรีวิไล จ.หนองคาย&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;59.หลวงปู่แฟ็บ สุภัทโท วัดป่าดงหวาย อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;60.พระอาจารย์จันทร์เรียน คุณวโร วัดถำ้าสหายธรรมจันทร์นิมิตร อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;61.หลวงปู่ผาง โกสโล วัดภูหินแตก อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;62.หลวงปู่หล้า เขมปัตโต (มรณภาพแล้วอัฐิแปรเป็นพระธาตุ) วัดบนนพตคีรี (ภูจ้อก้อ) อ.หนองสูง จ.มุกดาหาร&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;63.ท่านพระอาจารย์สิงทอง ธัมวโร (มรณภาพแล้วอัฐิแปรเป็นพระธาตุ) วัดป่าแก้วชุมพล อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;64.หลวงปู่อ่อนศรี ฐานวโร วัดถ้ำประทุน ต.เขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;65.หลวงปู่ต้น สุทธิกาโม วัดบึงพลาราม ต.บ้านว่าน อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;66.หลวงปู่สมศักดิ์ ปัณฑิโต วัดบูรพาราม (วัดหลวงปู่ดูลย์ อตุโล) ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;strong&gt;67.หลวงปู่ทอง จันทสิริ วัดอโศการาม ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ &lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;68.หลวง ปู่ทองใบ ปภสฺสโร สำานักวิปัสสนาธุระ (ภูย่าอู) บ.นาหลวง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ่&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;69.หลวงปู่คูณ สุเมโธ วัดป่าภูทอง ต.บ้านผือ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;70.พระอาจารย์ฟัก สันติธัมโม วัดพิชัยพัฒนาราม (วัดป่าเขาน้อยสามผาน) ต.สองพี่น้อง อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;71.หลวงปู่สุทัศน์ โกสโล วัดกระโจมทอง ต.วัดชลอ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;72.หลวงปู่อ้ม สุขกาโม วัดภูผาผึ้ง อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;73.ท่านพระอาจารย์สุธรรม สุธัมโม วัดป่าหนองไผ่ ต.ดงมะไฟ อ.เมือง จ.สกลนคร&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;74.ท่านพระอาจารย์หลอ นาถกโร วัดถำ้าอภัยดำารงธรรม อ.ส่องดาว จ.สกลนคร&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;75.หลวงพ่อทองคำา กาญวันวัณโณ วัดถำ้าบูชา อ.เซกา จ.หนองคาย&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;76.หลวงปู่ถิร ฐิตธัมโม (มรณภาพแล้วอัฐิแปรเป็นพระธาตุ) วัดทิพยรัฐนิมิตร (วัดป่าบ้านจิก) อ.เมือง จ.อุดรธานี&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;80.พระอาจารย์ทองอินทร์ กตปุญฺโญ วัดป่ากุง (วัดป่าประชาคมวนาราม) อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;81.หลวงปู่เผย วิริโย วัดถำ้าผาปู่ ต.นาอ้อ จ.เลย&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;82.หลวงปู่คำาพอง ขันติโก วัดป่าอัมพวัน จ.เลย&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;83.หลวงปู่อว้าน เขมโก วัดป่านาคนิมิตร อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;84.ท่านพระอาจารย์วิชย เขมิโย วัดถำ้าผาจม จ.เชียงราย ั&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;85.พระอาจารย์บญทัน ปุญทัตโต (ท่านเพิ่งจะมรณภาพ เดือน ธค.49) วัดป่าสามัคคีสันติธรรม อ.ฝาง ุ จ.ขอนแก่น&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;86.หลวงปู่พิศดู ธรรมจารีย์ วัดเทพธารทอง ต.พลวง กิ่งอ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;87.หลวงปู่เนย สมจิตฺโต วัดป่าโนนแสนคำา บ.ทุ่งคำา ต.เจริญศิลป์ อ.เจริญศิลป์ จ.สกลนคร&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;88. หลวงปู่สังข์ สังกิจโจ วัดป่าพระอาจารย์ตื้อ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;89.ท่านพระอาจารย์อุทย ธมฺมวโร วัดภูย่าอู่ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ั&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;90.หลวงปู่ประสาร สุมโน วัดป่าหนองไคร้ ต.หนองหิน อ.เมือง จ.ยโสธร&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ท่านเหล่านี้ หลวงตามหาบัว รับรองไว้แล้วครับ ใครใกล้ที่ใดก็สามารถไปเข้าหาได้&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ที่มา ... &lt;a href="http://www.slideshare.net/tanprasert/ss-1922517%EF%BB%BF"&gt;http://www.slideshare.net/tanprasert/ss-1922517﻿&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;  &lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8467252942275514599-8080393950919604514?l=hotsamathi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://hotsamathi.blogspot.com/feeds/8080393950919604514/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8467252942275514599&amp;postID=8080393950919604514' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/8080393950919604514'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/8080393950919604514'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://hotsamathi.blogspot.com/2011/01/blog-post.html' title='รวมพระอรหันต์ที่อยู่ในประเทศไทยเวลานี้'/><author><name>....นส.อ่อนไหว</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02362473934603014181</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/-yWedkBiCHho/TiEnJap103I/AAAAAAAAAMw/JBCikugnWfI/s220/0388.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8467252942275514599.post-6541713633906394495</id><published>2010-11-26T00:04:00.000-08:00</published><updated>2010-11-26T00:05:09.716-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สมาธิ'/><title type='text'>รักษาความเบื่อเพื่อการปล่อยวาง</title><content type='html'>&lt;p&gt;&lt;b&gt;&lt;a href="http://palungjit.com/feature/showphoto.php?photo=25964"&gt;&lt;img alt="" src="http://palungjit.com/feature/data/531/original_asok1.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/b&gt;    &lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p align="justify"&gt;&lt;font color="#0000ff"&gt;&lt;b&gt;ถาม :&lt;/b&gt; พักหลังๆ จะไม่จับลมหายใจ สมาธิจะนิ่งๆ ตลอด พอนิ่งแล้วก็เฉยๆ ทีนี้ควรจะทรงอารมณ์นานแค่ไหน ?&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p align="justify"&gt;   &lt;br /&gt;&lt;font color="#0000ff"&gt;&lt;b&gt;ตอบ :&lt;/b&gt; ถ้านิ่งไปสักระยะหนึ่งแล้ว &lt;b&gt;รู้ว่าจิตสงบมีกำลังก็ถอยออกมาพิจารณา &lt;/b&gt;คือ คลายออกมาสู่อารมณ์ปกติ เหมือนที่เราจะคุยกัน เพียงแต่ว่าหลับตาเพื่อป้องกันการฟุ้งซ่าน       &lt;br /&gt;แล้วก็ &lt;b&gt;พิจารณาให้เห็นความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ ไม่มีตัวตนของร่างกายเรานี้ ที่มีการเกิดขึ้นในเบื้องต้น เปลี่ยนแปลงในท่ามกลาง สลายตัวไปในที่สุด ให้เห็นได้ในทุกอริยาบถ พูดง่ายๆ ว่า ไม่ว่าไปไหนก็ให้เห็นทุกข์เอาไว้ ใจจะได้เบื่อและถอนออกมาจากความอยากได้ใคร่ดีต่างๆ&lt;/b&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;  &lt;p align="justify"&gt;   &lt;br /&gt;&lt;font color="#0000ff"&gt;&lt;b&gt;ถ้าไม่เบื่อ เราก็จะอยากเกิด อยากทุกข์ต่อ&lt;/b&gt; ฉะนั้น..เอาเบื่อให้ได้ก่อน พอเบื่อได้แล้วก็จะค่อยๆ ปล่อยวางไปเอง &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p align="justify"&gt;   &lt;br /&gt;&lt;font color="#0000ff"&gt;&lt;b&gt;ถาม :&lt;/b&gt; ตอนนี้เบื่อมากๆ &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p align="justify"&gt;   &lt;br /&gt;&lt;font color="#0000ff"&gt;&lt;b&gt;ตอบ :&lt;/b&gt; รักษาความเบื่อไว้ ความเบื่อเป็นสิ่งที่ดี เพราะถ้าไม่เบื่อเราก็ยังอยากเกิดมาทุกข์อีก เพียงแต่ว่า &lt;b&gt;ตอนรักษาความเบื่อ สภาพจิตเราต้องมีความฉลาดด้วย คือ ใช้ปัญญาประกอบไปด้วย จะช่วยตัดการเกิด ตัดชาติ ตัดภพได้ &lt;/b&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;  &lt;p align="justify"&gt;   &lt;br /&gt;&lt;font color="#0000ff"&gt;ถ้าเปรียบกับการเวียนตายเวียนเกิดที่นับชาติไม่ถ้วนกับชีวิตเรานี้ เวลาก็แค่นิดเดียวเท่านั้นเอง พูดง่ายๆ ว่ามีแค่ชั่วลมหายใจเดียวเท่านั้นเอง เราหายใจเข้า..ไม่หายใจออกอาจจะตาย หายใจออก..ไม่หายใจเข้าอาจจะตาย &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p align="justify"&gt;   &lt;br /&gt;&lt;font color="#0000ff"&gt;ในเมื่อถึงเวลาแล้ว โอกาสที่จะตายมีอยู่ตลอดเวลา โอกาสเราจะพ้นจากร่างกายนี้ไปได้มีอยู่ตลอดเวลา ทำไมเราจะอยู่กับร่างกายนี้ไม่ได้ ถ้ากำลังใจอยู่อย่างนี้ ก็จะเริ่มเป็น&lt;b&gt; สังขารุเปกขาญาณ &lt;/b&gt;คือ ปล่อยวาง       &lt;br /&gt;ฉะนั้น..พิจารณาบ่อยๆ ความเบื่อเป็นสิ่งที่ดี ต้องประคองไว้ แต่ขอบอกว่าถ้าอยากได้ อารมณ์นี้ก็จะหนี ไม่อยู่ด้วยแล้ว แต่พอไม่อยากได้ ก็จะอยู่นาน พอรู้ว่าเป็นของดี เราตั้งหน้าตั้งตาเก็บ ก็หนีไปแล้ว ไม่เอากับเราด้วย &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p align="justify"&gt;   &lt;br /&gt;&lt;font color="#0000ff"&gt;&lt;b&gt;สนทนากับพระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ&lt;/b&gt;      &lt;br /&gt;&lt;b&gt;เก็บตกบ้านอนุสาวรีย์ต้นเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๓ &lt;/b&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;  &lt;p align="justify"&gt;   &lt;br /&gt;&lt;font color="#0000ff"&gt;ที่มา : &lt;/font&gt;&lt;a href="http://www.watthakhanun.com/webboard...?t=2250&amp;amp;page=2"&gt;&lt;font color="#0000ff"&gt;http://www.watthakhanun.com/webboard...?t=2250&amp;amp;page=2&lt;/font&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;  &lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8467252942275514599-6541713633906394495?l=hotsamathi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://hotsamathi.blogspot.com/feeds/6541713633906394495/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8467252942275514599&amp;postID=6541713633906394495' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/6541713633906394495'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/6541713633906394495'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://hotsamathi.blogspot.com/2010/11/blog-post_26.html' title='รักษาความเบื่อเพื่อการปล่อยวาง'/><author><name>....นส.อ่อนไหว</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02362473934603014181</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/-yWedkBiCHho/TiEnJap103I/AAAAAAAAAMw/JBCikugnWfI/s220/0388.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8467252942275514599.post-434535516500443211</id><published>2010-11-25T23:59:00.001-08:00</published><updated>2010-11-25T23:59:47.863-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อโหสิกรรม'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ขอขมา'/><title type='text'>วิธีถอนคำสาปแช่ง</title><content type='html'>&lt;h4&gt;&lt;font color="#8000ff"&gt;... มีคนจำนวนไม่น้อยมีชีวิตอยู่ด้วยความทุกข์กาย - ทุกข์ใจ บ้างก็ทุกข์เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ทุกคนมักเห็นว่าทุกข์ของตนมีมากมาย ไม่ว่าทุกข์กาย - ทุกข์ใจก็ตาม และมักคิดคล้ายๆ กันว่าทุกข์ของตนมากกว่าทุกข์ของผู้อื่น     &lt;br /&gt;เมื่อมีความทุกข์ก็ย่อมพยายามดิ้นรนหาวิธีพ้นทุกข์ แต่ส่วนมากจะหาวิธีหนีทุกข์ในทางที่ผิดๆ แทนที่จะลดทุกข์กลับเพิ่มทุกข์ เช่นการดื่มสุราบ้าง เล่นการพนันบ้าง จนถึงฉ้อโกงลักทรัพย์ปล้นสะดม ลืมคิดถึงเวรกรรมว่าจะต้องตอบสนองแน่นอน ไม่เร็วก็ช้าเป็นการเพิ่มทุกข์ให้สาหัสขึ้น&lt;/font&gt;&lt;/h4&gt;  &lt;p align="justify"&gt;   &lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;font color="#8000ff"&gt;พุทธศาสนาสอนให้ เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม ว่าทำกรรมใดไว้ (ไม่ว่าดีหรือชั่ว) ก็ตาม ผลกรรมย่อมตามสนอง บ้างก็รวดเร็วทันตาเห็น บ้างก็รอคอยตามสนองไม่ชาตินี้ก็ชาติหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น กรรมนั้นมีทั้ง กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม&lt;/font&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt; &lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;  &lt;p align="justify"&gt;   &lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;font color="#8000ff"&gt;มโนกรรมกับวจีกรรม เป็นสิ่งที่คนเราชอบกระทำมากที่สุด เมื่อยามโกรธเคืองหรือเจ็บแค้นใคร ไม่อาจตอบโต้ทางกายได้ก็กระทำทางวาจา เช่น แช่งด่า หรือทางใจก็นึกสาปแช่งให้คนที่ก่อกรรมให้ตน หรือทำให้ตนขุ่นเคืองต้องมีอันเป็นไปต่างๆ นานา จนถึงลงมือกระทำการจริงๆ จังๆ&lt;/font&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt; &lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;  &lt;p align="justify"&gt;   &lt;br /&gt;&lt;font color="#8000ff"&gt;เช่น เผาพริก - เผาเกลือแช่งให้มีอันเป็นไปในทางร้ายๆ จนถึงแก่ชีวิตบ้าง จ้างวานผู้ที่ตั้งตนเป็นผู้เชี่ยวชาญทางไสยศาสตร์ หรือหมอผีทำร้ายด้วยอาคม เช่น เสกตะปู เสกสายสิญจน์ แม้แต่หนังควายเข้าท้อง โดยเชื่อว่าจะได้ผลจริงๆ จังๆ&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;   &lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;font color="#8000ff"&gt;ทางธรรมะถือว่าเป็นการประสงค์ร้ายต่อผู้อื่น แม้จะเป็นเพียงความคิดก็เป็นบาปกรรมอย่างหนึ่ง จะต้องติดตามมาสนองให้ตอ้งชดใช้กรรมไม่ช้าก็เร็ว&lt;/font&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt; &lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;  &lt;p&gt;   &lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;font color="#8000ff"&gt;ผู้ ใดมีความทุกข์กาย - ทุกข์ใจ โดยจำไม่ได้ว่าเคยทำบาปกรรมใดไว้บ้าง หรือมั่นใจว่าไม่เคยได้กระทำไว้เลย อาจจะเป็นกรรมเก่าก็ได้ที่เคยสาปแช่งผู้อื่นไว้ก็เป็นไปได้&lt;/font&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;   &lt;br /&gt;&lt;font color="#8000ff"&gt;พระชุมพล พลปญโญ ได้เขียน &lt;b&gt;&amp;quot;คำถอนอธิษฐานที่เป็นมิจฉาทิฐิ&amp;quot;&lt;/b&gt; ในนิตยสาร &amp;quot;ไตรรัตน์&amp;quot; ฉบับที่ ๙ ไว้ดังนี้&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;b&gt;&lt;font color="#8000ff"&gt;&amp;quot;อิมัง มิจฉา อะธิฎฐานัง ปัจจุทธะรามิ &lt;/font&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;b&gt;&lt;font color="#8000ff"&gt;ทุติยัมปิ อิมัง มิจฉา อะธิฎฐานัง ปัจจุทธะรามิ&lt;/font&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;b&gt;&lt;font color="#8000ff"&gt;ตะติยัมปิ อิมัง มิจฉา อะธิฎฐานัง ปัจจุธะรามิ&amp;quot;&lt;/font&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p align="justify"&gt;&lt;font color="#8000ff"&gt;ข้าพเจ้า ขอถอนคำอธิษฐาน ถอนคำสาป ถอนคำแช่ง ที่ข้าพเจ้าได้ตั้งขึ้นถึงพร้อมแล้ว ด้วยกิเลส ด้วยตัณหา ด้วยอุปทาน ด้วยราคะ ด้วยโทสะ ด้วยโมหะ ด้วยมานะ ด้วยมิจฉาทิฐิ เป็นไปเพื่อความพยาบาทเบียดเบียน สร้างเวรสร้างกรรม ไม่ประกอบด้วยธรรม ไม่ประกอบด้วยวินัย ไม่ประกอบด้วยกุศล ไม่ประกอบด้วยปัญญา ไม่ประกอบด้วยบารมี ที่ข้าพเจ้าได้อธิษฐานไว้ สาปไว้ แช่งไว้ ในอดีตชาติก็ดี ปัจจุบันชาติก็ดี ระลึกได้ก็ดี ระลึกไม่ได้ก็ดี ทั้งหมดทั้งสิ้น&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p align="justify"&gt;&lt;font color="#8000ff"&gt;ข้าพเจ้า ขออ้างเอาพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสังฆเจ้า แม่พระธรณี แม่พระคงคง แม่พระเพลิง แม่พระพาย และเทวดาทั้งหลายทั้งปวง มาเป็นพยาน ว่าข้าพเจ้าขอถอนคำอธิษฐานเหล่านั้น ถอนคำสาปเหล่านั้น ถอนคำแช่งเหล่านั้นร้อยหน พันหน หมื่นหน แสนหน ล้านหน โกฎิหน ณ กาลบัดนี้เทอญ&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;b&gt;&lt;font color="#8000ff"&gt;&amp;quot;นะถอน โมถอน พุทถอน ธาถอน ยะถอน &lt;/font&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;b&gt;&lt;font color="#8000ff"&gt;นะคลอน โมคลอน พุทคลอน ธาคลอน ยะคลอน &lt;/font&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;b&gt;&lt;font color="#8000ff"&gt;ถอนด้วย นะโม พุทธายะ&amp;quot;&lt;/font&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p align="justify"&gt;&lt;font color="#8000ff"&gt;ข้าพเจ้า ขอยกโทษ อโหสิกรรม และให้อภัยในความบกพร่อง ผิดพลาดของสรรพสัตว์ทั้งหลาย ทั้งปวง ทุกชีิวิต ทุกจิตวิญญาน ในทุกที่สถาน ในกาลทุกเมื่อเทอญ&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#8000ff"&gt;ขอบคุณที่มา : คอลัมภ์ กรรมกำหนด หนังสือชีวิตเป็นสุข&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8467252942275514599-434535516500443211?l=hotsamathi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://hotsamathi.blogspot.com/feeds/434535516500443211/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8467252942275514599&amp;postID=434535516500443211' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/434535516500443211'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/434535516500443211'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://hotsamathi.blogspot.com/2010/11/blog-post.html' title='วิธีถอนคำสาปแช่ง'/><author><name>....นส.อ่อนไหว</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02362473934603014181</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/-yWedkBiCHho/TiEnJap103I/AAAAAAAAAMw/JBCikugnWfI/s220/0388.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8467252942275514599.post-7100226323711904527</id><published>2010-02-24T06:52:00.000-08:00</published><updated>2010-02-24T06:53:01.304-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='กฏแห่งกรรม'/><title type='text'>ถึงคราวเคราะห์ หรือเพราะเวรกรรม</title><content type='html'>&lt;p&gt;&lt;b&gt;กรรมใดใครก่อ คิดก่อนทำ...&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ชีวิต มนุษย์นั้น เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง ไม่มีสิ่งใดคงอยู่ถาวร มนุษย์มีช่วงเวลาที่สุข แต่ก็อาจจะกลับกลายเป็นทุกข์ได้ในช่วงเวลาต่อไป การเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่สิ่งที่ปรารถนาและสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาเช่นนี้ ย่อมมีต้นเหตุมาจากการกระทำเมื่อกาลก่อน &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;หาก ในอดีตเคยทำสิ่งที่ดีเป็นบุญกุศลไว้ ชีวิตย่อมได้รับสิ่งดี แต่หากในอดีตเคยกระทำสิ่งไม่ดีไว้ ก็ย่อมต้องรับความทุกข์จากอกุศลกรรมที่ตนเคยกระทำไว้&lt;b&gt; เมื่อความสุขเกิดแก่ผู้ใด ผู้นั้นย่อมไม่พึงปรารถนาให้มันจากไป &lt;/b&gt;แต่หากความทุกข์เกิดแก่มนุษย์เพียงช่วงหนึ่งวินาที มนุษย์ย่อมไม่พึงปรารถนาให้มันคงอยู่ต่อไป &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ความ ทุกข์ที่เกิดแก่มนุษย์นั้น มีทั้งความทุกข์ที่เกิดจากการกระทำในปัจจุบันที่มนุษย์เป็นผู้กระทำให้ตนเอง เกิดความทุกข์ และมีทั้งความทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะการรับผลกรรมที่ตนได้กระทำไว้ในอดีตชาติ ความทุกข์ที่เกิดจากกระทำสิ่งไม่ดีไว้แก่จิตดวงอื่นนั้น หาจุดจบแทบมิได้ เหตุเพราะเมื่อจิตดวงหนึ่งถูกกระทำให้ทุกข์ จิตดวงนั้นย่อมเกิดความอาฆาตจองเวรซึ่งกันและกัน &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ด้วย เหตุนี้จึงอาจกล่าวได้ว่า ความทุกข์เช่นนี้ยากที่จะหาจุดจบได้ แต่หากมีจิตดวงใดยอมเป็นผู้เสียสละให้อภัยแก่จิตดวงอื่นก่อน ความทุกข์จากการจองเวรเช่นนี้ย่อมจบลงได้ ดังนั้น &lt;b&gt;มนุษย์ควรมีชีวิตอยู่โดยปราศจากการผูกพยาบาทต่อผู้อื่น&lt;/b&gt; อีกทั้งควรมีชีวิตอยู่อย่างไม่เบียดเบียนผู้อื่น &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;การ กระทำของเราที่ได้กระทำลงไปแล้วในอดีตนั้น เราคงไม่สามารถกลับไปแก้ไขการกระทำนั้นได้ ตลอดจนไม่สามารถที่จะไปควบคุมเจ้ากรรมนายเวรของเราได้ ถึงแม้ว่าบางครั้งเราจะทำการขออโหสิกรรมแก่เจ้ากรรมนายเวรของเราแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเจ้ากรรมนายเวรของเราทุกดวงจิตจะให้อภัยแก่เรา &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ดัง นั้น สิ่งที่เราควรทำก็คือเราไม่ควรกระทำสิ่งไม่ดีต่อผู้อื่นรวมทั้งไม่ควรกระทำ สิ่งไม่ดีต่อตนเองด้วย เราควรจะรักษาศีลไว้ให้มั่นเพื่อการดำรงชีวิตที่ไม่เบียดเบียนผู้อื่น &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ถึงแม้เราจะพยายามรักษาศีลให้คงมั่น แต่ก็มีบางครั้งสิ่งที่ยั่วยุจากภายนอกนั้นมีกำลังมากจนทำให้เรากระทำผิดศีลลงไปได้ &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;แล้วมีธรรมใดหรือไม่ ที่ช่วยให้เราสามารถรักษาศีลไว้ให้คงมั่นตลอดไปได้ &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;แล้วมีธรรมใดหรือไม่ ที่ช่วยให้เราสามารถรักษาศีลไว้ให้คงมั่นตลอดไปได้ &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;บางส่วนจากหนังสือ &lt;b&gt;&lt;i&gt;&amp;quot;ถึงคราวเคราะห์หรือเพราะเวรกรรม&amp;quot;&lt;/i&gt;&lt;/b&gt; ได้มีโอกาสอ่านแล้วเห็นว่าน่าจะมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย จึงเอามาแนะนำกันครับ &amp;quot;ถึงคราวเคราะห์หรือเพราะเวรกรรม &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;b&gt;หลวงตาวัดดอนฯ&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;  &lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8467252942275514599-7100226323711904527?l=hotsamathi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://hotsamathi.blogspot.com/feeds/7100226323711904527/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8467252942275514599&amp;postID=7100226323711904527' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/7100226323711904527'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/7100226323711904527'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://hotsamathi.blogspot.com/2010/02/blog-post.html' title='ถึงคราวเคราะห์ หรือเพราะเวรกรรม'/><author><name>....นส.อ่อนไหว</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02362473934603014181</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/-yWedkBiCHho/TiEnJap103I/AAAAAAAAAMw/JBCikugnWfI/s220/0388.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8467252942275514599.post-4267857211932314696</id><published>2009-12-16T07:59:00.000-08:00</published><updated>2009-12-16T08:00:20.080-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='โชค ลาง'/><title type='text'>ขอเงินจากพระจันทร์</title><content type='html'>&lt;p align="justify"&gt;&lt;b&gt;&lt;font color="#c878f3"&gt;&lt;/font&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p align="justify"&gt;&lt;font color="#c878f3"&gt;&lt;img alt="ฤกษ์ดี, วันดี, วันอมาวสี, วันนิวมูน" src="http://horoscope.sanook.com/story_picture/b/02563_002.jpg" border="0" /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p align="justify"&gt;&lt;strong&gt;&lt;font color="#c878f3"&gt;รอปีหน้ามีตั้ง 25 ฤกษ์&lt;/font&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p align="justify"&gt;   &lt;br /&gt;&lt;font color="#c878f3"&gt;เมื่อต้นปี 2552 ทาง “สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์” เคย นำเสนอเรื่องราว “&lt;strong&gt;ความเชื่อเกี่ยวกับดวงจันทร์”&lt;/strong&gt; ใน อีกแง่มุม ไว้ว่า... ความเชื่อเกี่ยวกับดวงจันทร์-ดาวจันทร์ ในทางที่ดีนั้น ก็เช่นการ “&lt;strong&gt;อาบน้ำเพ็ญ”&lt;/strong&gt; อาบน้ำกลางแสงจันทร์ ในคืนเดือนเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 คืนลอยกระทง ซึ่งเชื่อกันว่าน้ำจะเป็นสื่อกลางดูดพลังจากดวงจันทร์ เพื่อชำระบาป ขจัดสิ่งชั่วร้ายให้หายไปจากจิตใจ-ร่างกาย เป็นการสร้างสิริมงคลให้ชีวิต      &lt;br /&gt;และอีกความเชื่อก็คือ...การ &lt;strong&gt;“ขอพรจากฟ้าวันจันทร์ดับ”&lt;/strong&gt; ซึ่งไม่ได้หมายถึงวันเกิดจันทรคราสหรือสุริยคราส แต่เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นปีละหลายครั้ง โดย “&lt;strong&gt;วันจันทร์ดับ” &lt;/strong&gt;ในที่นี้ ในภาษานักโหราศาสตร์โบราณเรียกว่า “&lt;strong&gt;วันอมาวสี” &lt;/strong&gt;ในภาษาอังกฤษเรียกว่า “&lt;strong&gt;วันนิวมูน” &lt;/strong&gt;ในวันนี้จะเป็นวันที่ตำแหน่งองศาของดวงจันทร์กับดวงอาทิตย์ทับกันสนิท และเชื่อกันว่าวันนี้เหมาะแก่การ “&lt;strong&gt;ขอพรจากฟ้า-ขอพรจากพระจันทร์” &lt;/strong&gt;ทั้งนี้ ในอดีต-คนโบราณนิยมขอพรเรื่องเงิน บางคนจึงเรียกว่า “&lt;strong&gt;วันขอเงินพระจันทร์&lt;/strong&gt;” โดยปี 2552 นี้มี 12 ครั้ง       &lt;br /&gt;&lt;strong&gt;วันนิวมูนครั้งสุดท้ายของปีนี้คือ 16 ธ.ค. เวลา 19:01 น. ส่วนปีหน้า ปี 2553 โหรดังบางคนเผยว่ามีตั้ง 25 ครั้ง !!&lt;/strong&gt;      &lt;br /&gt;&lt;strong&gt;“วันนิวมูน-วันขอเงินพระจันทร์&lt;/strong&gt;” ในปี 2553 นั้น&lt;strong&gt; อ.ภิญโญ พงศ์เจริญ &lt;/strong&gt;นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ บอกว่า... จะมีทั้งหมด 25 ครั้ง ดังต่อไปนี้คือ... ครั้งที่ 1 วันที่ 1 ม.ค. (คืน 31 ธ.ค.) เวลา 02.14 น., ครั้งที่ 2 วันที่ 15 ม.ค. เวลา 14.12 น., ครั้งที่ 3 วันที่ 30 ม.ค. เวลา 13.19 น., ครั้งที่ 4 วันที่ 14 ก.พ. เวลา 09.52 น., ครั้งที่ 5 วันที่ 28 ก.พ. เวลา 23.39 น., ครั้งที่ 6 วันที่ 16 มี.ค. เวลา เช้ามืด 04.02 น., ครั้ง ที่ 7 วันที่ 30 มี.ค. เวลา 09.27 น., ครั้งที่ 8 วันที่ 14 เม.ย. เวลา 19.31 น.       &lt;br /&gt;ครั้งที่ 9 วันที่ 28 เม.ย. เวลา 19.20 น., ครั้งที่ 10 วันที่ 14 พ.ค. เวลา 08.05 น., ครั้งที่ 11 วันที่ 28 พ.ค. เวลา 06.09 น., ครั้งที่ 12 วันที่ 12 มิ.ย. เวลา 18.15 น., ครั้งที่ 13 วันที่ 26 มิ.ย. เวลา 18.32 น., ครั้งที่ 14 วันที่ 12 ก.ค. (คืน 11 ก.ค.) เวลา 02.42 น., ครั้งที่ 15 วันที่ 26 ก.ค. เวลา 08.37 น., ครั้งที่ 16 วันที่ 10 ส.ค. เวลา 10.10 น., ครั้งที่ 17 วันที่ 25 ส.ค. (คืน 24 ส.ค.) เวลา 00.05 น., ครั้งที่ 18 วันที่ 8 ก.ย. เวลา 17.31 น., ครั้งที่ 19 วันที่ 23 ก.ย. เวลา 16.19 น.      &lt;br /&gt;ครั้งที่ 20 วันที่ 8 ต.ค. (คืน 7 ต.ค.) เวลา 01.45 น., ครั้งที่ 21 วันที่ 23 ต.ค. เวลา 08.38 น., ครั้งที่ 22 วันที่ 6 พ.ย. เวลา 11.52 น., ครั้งที่ 23 วันที่ 22 พ.ย. (คืน 21 พ.ย.) เวลา 00.29 น., ครั้งที่ 24 วันที่ 6 ธ.ค. (คืน 5 ธ.ค.) เวลา 00.37 น. และครั้งที่ 25 ของปี 2553 วันที่ 21 ธ.ค. เวลา 15.14 น.      &lt;br /&gt;ทั้งนี้ เรื่องของ&lt;strong&gt; “วันนิวมูน-วันขอเงินพระจันทร์” &lt;/strong&gt;นี้ ในประเทศไทย &lt;strong&gt;อ.จรัล พิกุล &lt;/strong&gt;ผู้เชี่ยวชาญโหราศาสตร์ยูเรเนียนโบราณ ผู้ซึ่งล่วงลับไปแล้ว เป็นผู้ให้ความรู้ไว้ พร้อมทั้งมีคำแนะนำไว้ ประมาณว่า... สามารถขอได้ในช่วงก่อนและหลังเวลาเกิดนิวมูนหรืออมาวสี 8 ชั่วโมง วิธีการก็เช่น... เขียนขอสิ่งที่ปรารถนาที่สอดคล้องความเป็นจริง ไม่เกิน 8 ข้อ ไว้บนมือข้างไหนก็ได้ ให้เชื่อมั่นศรัทธา ทำจิตให้นิ่ง มีสมาธิ ต้องขอเพื่อตัวเองเท่านั้น ขอแทนคนอื่นไม่ได้ ห้ามให้ใครรู้ว่าขออะไร และควรขอในเวลาที่สงบ       &lt;br /&gt;อ.ภิญโญ พงศ์เจริญ เสริมถึงเรื่องวันนิวมูน วันจันทร์ดับ หรือการเกิด “&lt;strong&gt;จุดจันทร์เพ็ญ” &lt;/strong&gt;ว่า... วัน-เวลาดังกล่าวนี้เปรียบเป็นวันที่ “&lt;strong&gt;ประตูฟ้าเปิด&lt;/strong&gt;” อิทธิพลทั้งหลายของดวงดาวจะถูกถ่ายทอดลงมาสู่โลกมนุษย์ และมีฤทธิ์นานประมาณ 1 เดือน ซึ่งถ้าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับใครในวันจันทร์ดับหรือวันอมาวสีเป็นเช่นไร เหตุการณ์ในเดือนนั้นทั้งเดือนก็จะเป็นเช่นนั้น ดังนั้น วันอมาวสีจึงถือเป็นวัน “&lt;strong&gt;เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดี&lt;/strong&gt;” หากเริ่มต้นดี คิดทำอะไรดี ๆ ก็จะดีไปตลอดทั้งเดือน ซึ่งถ้าคิดดีและทำในสิ่งที่ดี ๆ ได้ทุกช่วงวันอมาวสี ก็จะยิ่งเป็นเรื่องดี       &lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;font color="#c878f3"&gt;&lt;strong&gt;เรื่องนี้เหมือนเป็นการให้กำลังใจคน...ให้คิดดี-ทำดี       &lt;br /&gt;เมื่อคนเราคิดดี-ทำดี...ก็ย่อมจะได้ดีและมีความสุข&lt;/strong&gt;      &lt;br /&gt;“วันขอเงินพระจันทร์นี้ ขอให้ท่านทั้งหลายทำใจให้สบาย ไม่ควรทะเลาะเบาะแว้งกับใครจนอารมณ์ขุ่นมัว พยายามทำให้เป็นวันที่สงบ ราบเรียบ ควรไปปฏิบัติธรรม รับศีล อยู่ใกล้ชิดผู้ใหญ่ สมณะชีพราหมณ์ แบบนี้จะเป็นมงคลกับชีวิตอย่างมาก และในวันจันทร์ดับนั้นห้ามอย่างยิ่งที่จะให้ใครหยิบยืมสตางค์ อย่าให้ใครมาทวงหนี้ หรือพยายามอย่าให้เหตุการณ์ที่ไม่ดีทั้งหลายเกิดขึ้น เพราะจะดำรงคงอยู่ไป 1 เดือนเต็ม”      &lt;br /&gt;...อ.ภิญโญระบุ พร้อมทั้งบอกว่า... อ.จรัล พิกุล โหราจารย์ เคยแนะนำเกี่ยวกับวันดังกล่าวนี้ไว้ด้วยว่า... ควรทำใจให้สงบ ไปทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน หรือกราบขอพรพ่อแม่ซึ่งคือพระอรหันต์ของลูก วันนี้ควรแก่การให้ทาน บริจาคแก่คนยากไร้ โดยมีเคล็ดว่า “ถ้าท่านต้องการเรื่องใด ก็ให้บริจาคทำบุญแก่คนที่ขาดในเรื่องนั้น” เช่น อยากได้ความรักก็ทำบุญกับเด็กกำพร้า อยากได้ที่พึ่งพาก็ทำบุญกับผู้สูงอายุ-คนป่วย เป็นต้น      &lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;strong&gt;&lt;font color="#c878f3"&gt;ใครสนใจก็เตรียมตัว...ปีนี้ใกล้มี “วันนิวมูน” อีก 1 วัน       &lt;br /&gt;และในปีหน้าก็มี “ฤกษ์ทำสิ่งที่ดีเพื่อชีวิตที่ดี” เพียบ !!.&lt;/font&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p align="justify"&gt;&lt;font color="#c878f3"&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8467252942275514599-4267857211932314696?l=hotsamathi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://hotsamathi.blogspot.com/feeds/4267857211932314696/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8467252942275514599&amp;postID=4267857211932314696' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/4267857211932314696'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/4267857211932314696'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://hotsamathi.blogspot.com/2009/12/blog-post.html' title='ขอเงินจากพระจันทร์'/><author><name>....นส.อ่อนไหว</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02362473934603014181</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/-yWedkBiCHho/TiEnJap103I/AAAAAAAAAMw/JBCikugnWfI/s220/0388.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8467252942275514599.post-7442326854994303601</id><published>2009-11-30T08:24:00.001-08:00</published><updated>2009-11-30T08:24:50.811-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ทั่วไป'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อานิสงส์'/><title type='text'>เชื่อหรือไม่..สวดมนต์เพียงไม่กี่นาที เราบำเพ็ญบารมีครบทั้ง 10 ทัศ</title><content type='html'>&lt;p&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;&lt;font color="#0080c0"&gt;&lt;/font&gt;&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#0080c0"&gt;&lt;img alt="" src="http://horoscope.sanook.com/story_picture/b/02416_002.jpg" border="0" /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#0080c0"&gt;&lt;b&gt;สาวกภูมิมีบารมี 10 ทัศ ส่วนบารมี 30 ทัศ มีในพระพุทธเจ้า และพระโพธิสัตว์&lt;/b&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;font color="#0080c0"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;    &lt;p&gt;     &lt;br /&gt;ขณะที่เราสวดมนต์เราสละเวลาทำความดี นอบน้อมถึงพระรัตนตรัยใจมีอภัยทานไม่ถือโกรธนับเป็นทานทางใจ ถือเป็น &lt;b&gt;ทานบารมี&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;   &lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;    &lt;p&gt;     &lt;br /&gt;ขณะที่เราสวดมนต์ เราปราศจากความเบียดเบียนทั้งตนเองและสรรพสัตว์ไม่ได้ทำสิ่งที่ไม่ดีหรือทำบาปกับใคร ถือเป็น &lt;b&gt;ศีลบารมี&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;   &lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;    &lt;p&gt;     &lt;br /&gt;ขณะที่เราสวดมนต์ จิตปราศจากกำหนัดราคะ วางภาระห่วงกังวลในทรัพย์และญาติตั้งอยู่ในพรหมจรรย์ ถือเป็น &lt;b&gt;เนกขัมมะบารมี &lt;/b&gt;&lt;/p&gt;   &lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;    &lt;p&gt;     &lt;br /&gt;ขณะที่เราสวดมนต์ เราทำด้วยความเห็นให้ตรง จึงเกิดสติและมีสมาธิ มีธรรมเกิดขึ้นคือปัญญาเห็นมรรคผลถือเป็น&lt;b&gt; ปัญญาบารมี&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;   &lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;    &lt;p&gt;     &lt;br /&gt;ขณะที่เราสวดมนต์ เรามีมานะบากบั่นด้วยกาย วาจาและใจ นอบน้อมต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์และคุณพระรัตนตรัยถือเป็น &lt;b&gt;วิริยะบารมี&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;   &lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;    &lt;p&gt;     &lt;br /&gt;ขณะที่เราสวดมนต์ เรามีขันติ อดกลั้น เรามีความอดทนสวดสาธยายมนต์ไม่ถอดใจไม่ละวางเสียกลางคัน ถือเป็น&lt;b&gt; ขันติบารมี&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;   &lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;    &lt;p&gt;     &lt;br /&gt;ขณะที่เราสวดมนต์ เราเปล่งเสียงบทสวดสาธยายมนต์รักษาพุทธวัจนะตามความเป็นจริงด้วยจิตซื่อตรง ถือเป็น &lt;b&gt;สัจจะบารมี&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;   &lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;    &lt;p&gt;     &lt;br /&gt;เมื่อสวดมนต์เสร็จ กรวดน้ำ ตั้งความปรารถนาโดยชอบตั้งจิตอธิฐานปรารถนาสุขมีคติถึงพระนิพพาน ถือเป็น &lt;b&gt;อธิษฐานบารมี&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;   &lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;    &lt;p&gt;     &lt;br /&gt;เมื่อสวดมนต์เสร็จ กรวดน้ำ หรือ แผ่เมตตา อุทิศส่วนบุญส่วนกุศล การมอบความปรารถนาดีไปยังสรรพสัตว์ ถือเป็น &lt;b&gt;เมตตาบารมี &lt;/b&gt;&lt;/p&gt;   &lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;    &lt;p&gt;     &lt;br /&gt;เมื่อสวดมนต์เราวางเฉยต่ออุตุ เย็น ร้อน ทุกข์ทางสังขารนา ๆ ทั้งวางเฉยต่ออกุศล ทำจิตให้ตรงโดยธรรมถือเป็น &lt;b&gt;อุเบกขาบารมี&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;font color="#000000"&gt;&lt;/font&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;     &lt;br /&gt;&lt;b&gt;พระศุภกิจ ปภัสฺสโร ชำระเรียบเรียง.&lt;/b&gt;      &lt;br /&gt;ภาพประกอบ : อินเตอร์เน็ต&lt;/p&gt; &lt;/font&gt;  &lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8467252942275514599-7442326854994303601?l=hotsamathi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://hotsamathi.blogspot.com/feeds/7442326854994303601/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8467252942275514599&amp;postID=7442326854994303601' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/7442326854994303601'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/7442326854994303601'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://hotsamathi.blogspot.com/2009/11/10.html' title='เชื่อหรือไม่..สวดมนต์เพียงไม่กี่นาที เราบำเพ็ญบารมีครบทั้ง 10 ทัศ'/><author><name>....นส.อ่อนไหว</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02362473934603014181</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/-yWedkBiCHho/TiEnJap103I/AAAAAAAAAMw/JBCikugnWfI/s220/0388.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8467252942275514599.post-1403902001884924578</id><published>2009-11-26T08:35:00.000-08:00</published><updated>2009-11-26T08:38:03.764-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความฝัน'/><title type='text'>วิธีดูว่าฝันจริงหรือฝันหลอก</title><content type='html'>&lt;p align="justify"&gt;&lt;font color="#c878f3"&gt;&lt;b&gt;ถาม :&lt;/b&gt; เคยมีปรากฎการณ์ของความฝัน จะได้เห็นเหตุการณ์จริงล่วงหน้าก่อน เป็นระยะๆ ความฝันในลักษณะนี้ เกิดขึ้นได้อย่างไรคะ ?       &lt;br /&gt;&lt;b&gt;ตอบ: &lt;/b&gt;เกิดขึ้นจาก ที่เราเคยได้&lt;b&gt;ทิพยจักษุญาณ&lt;/b&gt;มาในชาติก่อน เมื่อถึงวาระถึงเวลา สภาพจิตที่มันพักผ่อน พอดีพอเหมาะพอควรของมันแล้ว มันก็จะสามารถที่จะรับภาพต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นอดีต ปัจจุบันหรืออนาคตก็ตาม ภาพต่างๆ ที่เกิดขึ้น เนื่องจากทิพยจักษุญาณ มันอ่อนหน่อย มันจะอยู่สภาพเหมือนกับฝันเห็น โบราณเรียกว่านิมิต ฉะนั้นคนที่ฝันในลักษณะนี้ อย่างน้อยอดีตต้องเคยทำทิพยจักษุญาณ มาคล่องตัวทีเดียวแหละ &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p align="justify"&gt;   &lt;br /&gt;&lt;font color="#c878f3"&gt;&lt;b&gt;ถาม :&lt;/b&gt; แล้วมีการฝันต่อ ?       &lt;br /&gt;&lt;b&gt;ตอบ:&lt;/b&gt; มีจ้ะ อาตมาก็เคยฝันต่อ แล้วเป็นฝันที่จี้มากด้วย ตอนนั้นห้างไดมารูราชประสงค์ยังมีอยู่ ฝันว่าไปเจอสาวคนหนึ่งตรงนั้น แล้วคุยกันถูกคอมากเลย เพราะว่าคุยกันเรื่องปฏิบัติเหมือนกัน       &lt;br /&gt;แล้วหลังจากนั้น อีกตั้งหลายเดือน ไปเจอเขาใหม่ มันก็เหมือนกับว่า เราเพิ่งไปเจอเขา แต่จำเรื่องเก่าได้ มีการท้าวความหลังกัน แล้วคุยต่ออีกต่างหาก ลักษณะนี้นิมิตแน่ๆ เลยไม่ใช่ฝัน &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p align="justify"&gt;   &lt;br /&gt;&lt;font color="#c878f3"&gt;&lt;b&gt;ถาม : &lt;/b&gt;แล้วความฝันที่เราจะรู้ว่า อันนี้เป็นความฝันที่แท้จริง กับเป็นความฝันที่หลอก       &lt;br /&gt;&lt;b&gt;ตอบ: &lt;/b&gt;หลอกและแท้จริงนี่ไม่ได้คือว่า&lt;b&gt;ฝันมี ๔ อย่าง คือ ธาตุวิปริต กรรมนิมิต จิตนิวรณ์ เทพสังหรณ์&lt;/b&gt; นะจ๊ะ ธาตุวิปริตนี่ประเภท กินมาก ท้องไส้ไม่ดี ก็เลยฝันมั่วไปด้วย กรรมนิมิต กรรมดีกรรมชั่ว ที่เราทำมาแสดงให้รู้ จิตนิวรณ์ เก็บความฟุ้งซ่านตอนกลางวัน ไปฝันตอนกลางคืน เทพสังหรณ์ เทวดาท่านสงเคราะห์ให้       &lt;br /&gt;แล้วคราวนี้ฝันจริงๆ ของเราที่ว่า ส่วนใหญ่จะเป็นกรรมนิมิต หรือเทพสังหรณ์ ดังนั้น &lt;b&gt;ฝันจริงหรือฝันหลอก ให้สังเกตให้ได้ว่า ถ้าหากว่าหลังเที่ยงคืนไปแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นพวกกรรมนิมิต หรือเทพสังหรณ์&lt;/b&gt; เพราะจิตของเราที่ฟุ้งซ่านมาทั้งวัน ผ่านการพักผ่อนมาครึ่งค่อนคืน มันเกิดความสงบขึ้น เหมือนกับน้ำขุ่น พอมันนิ่งพอที่จะใสขึ้น จนกระทั่งมองเห็นเงาได้ มันก็เริ่มสะท้อนภาพให้เห็น ดังนั้น ถ้าหากว่าฝันหลังเที่ยงคืนไปแล้ว หรือหลังตีสองไปแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นตามนั้นจ้ะ &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#c878f3"&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;   &lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;font color="#c878f3"&gt;สนทนากับพระเล็ก สุธมฺมปญฺโญ        &lt;br /&gt;เดือนมกราคม ๒๕๔๖(ต่อ)         &lt;br /&gt;ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ &lt;/font&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;  &lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8467252942275514599-1403902001884924578?l=hotsamathi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://hotsamathi.blogspot.com/feeds/1403902001884924578/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8467252942275514599&amp;postID=1403902001884924578' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/1403902001884924578'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/1403902001884924578'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://hotsamathi.blogspot.com/2009/11/blog-post.html' title='วิธีดูว่าฝันจริงหรือฝันหลอก'/><author><name>....นส.อ่อนไหว</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02362473934603014181</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/-yWedkBiCHho/TiEnJap103I/AAAAAAAAAMw/JBCikugnWfI/s220/0388.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8467252942275514599.post-1320224745277952472</id><published>2009-10-09T11:08:00.001-07:00</published><updated>2009-10-09T11:11:42.805-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ทั่วไป'/><title type='text'>ลดน้ำหนักตัวแบบพุทธะ</title><content type='html'>&lt;p align="justify"&gt;&lt;font color="#c940f7"&gt;ในทางพุทธศาสนาพระพุทธเจ้าสอนให้พิจารณาอาหารก่อนรับประทาน ต้องมีสติ ต้องรู้เท่าทันกิเลศ&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p align="justify"&gt;&lt;font color="#c940f7"&gt;พุทธศาสนาพระพุทธเจ้าได้หาทางแก้ไขไว้เรียบร้อยมานานกว่า 2500 ปีแล้ว คือการสอนให้พิจารณาอาหารก่อนรับประทาน ต้องมีสติ ต้องรู้เท่าทันกิเลศ การเจริญสติในพระพุทธศาสนาก็เพื่อให้เกิดปัญญา เกิดพุทธะภายในใจ ช่วยให้เข้าใจธรรมชาติของชีวิตอย่างถูกต้อง &lt;span id="fullpost"&gt;การพิจารณาอาหารเป็นการเจริญสติรับรู้กับอิริยาบถในขณะรับประทานอาหาร รับประทานอาหารเพียงเพื่อให้มีพลังงานสำหรับปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน และการรับประทานอาหารหนักมื้อเพล(มื้อเที่ยง) รับประทานน้อยในมื้อเย็น ช่วยให้ไม่มีพลังงานเหลือขณะพักผ่อนในเวลากลางคืน ในขณะขบเคี้ยวก็ต้องกำหนดรู้ชนิดอาหารจึงรับประทานช้าลง ช่วยให้ระดับน้ำตาลไม่พุ่งสูงเร็ว การหลั่งอินซูลินจะช้าทำให้ไม่หิวบ่อย การมีสติจะทำให้เกิดความยับยั้งที่จะรับประทานตามความอยาก เกิดปัญญาหยั่งทราบว่าถ้าทำตามความอยากก็จะเกิดปัญหาสุขภาพคือแก่เร็ว เจ็บป่วยตามมา &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;font color="#c940f7"&gt;บทสวดพิจารณาอาหาร (แปล)&lt;/font&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#c940f7"&gt;&lt;strong&gt;ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาทัง ปะฏิเสวามิ&lt;/strong&gt; เรายอมพิจารณาโดยแยบคาย แล้วฉันบิณฑบาต &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#c940f7"&gt;&lt;strong&gt;เนวะ ทวายะ&lt;/strong&gt; ไม่ให้เป็นไปเพื่อความเพลิดเพลิน สนุกสนาน &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#c940f7"&gt;&lt;strong&gt;นะ มะทายะ&lt;/strong&gt; ไม่ให้เป็นไปเพื่อความเมามัน เกิดกำลังพลังทางกาย &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#c940f7"&gt;&lt;strong&gt;นะ มัณฑะนายะ&lt;/strong&gt; ไม่ให้เป็นไปเพื่อประดับ &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#c940f7"&gt;&lt;strong&gt;นะ วิภูสะนายะ&lt;/strong&gt; ไม่ให้เป็นไปเพื่อตกแต่ง &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#c940f7"&gt;&lt;strong&gt;ยาวะเทวะ อิมัสสะ กายัสสะ ฐิติยา&lt;/strong&gt; แต่ให้เป็นเพียงเพื่อความตั้งอยู่ได้แห่งกายนี้ &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#c940f7"&gt;&lt;strong&gt;ยาปะนายะ&lt;/strong&gt; เพื่อความเป็นไปได้ของอัตภาพ &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#c940f7"&gt;&lt;strong&gt;วิหิงสุปะระติยา&lt;/strong&gt; เพื่อความสิ้นไปแห่งความลำบากทางกาย &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#c940f7"&gt;&lt;strong&gt;พรัหมะจะริยานุคคะหายะ&lt;/strong&gt; เพื่ออนุเคราะห์แห่งการประพฤติพรหมจรรย์ &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#c940f7"&gt;&lt;strong&gt;อิติ ปุรานัญจะ เวทะนัง ปะฏิหังขา&lt;/strong&gt;มิ ด้วยการทำอย่างนี้ เราย่อมระงับเสียได้ซึ่งทุกขเวทนาเก่า คือความหิว &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#c940f7"&gt;&lt;strong&gt;นะวัญจะเวทะนัง นะ อุปปาเทสสามิ&lt;/strong&gt; และไม่ทำทุกเวทนาใหม่ให้เกิดขึ้น &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#c940f7"&gt;&lt;strong&gt;ยาตรา จะ เม ภะวิสสะติ อะนะวัชชะตา จะ ผาสุวิหาโร จาติ&lt;/strong&gt; อนึ่ง ความเป็นไปโดยสะดวกแห่งอัตภาพนี้ด้วยความเป็นผู้หาโทษมิได้ด้วย และความเป็นอยู่โดยผาสุกด้วยจักมีแก่เรา ดังนี้ &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p align="justify"&gt;&lt;font color="#c940f7"&gt;โดยสรุปการรับประทานแบบพุทธะ คือ มีสติกับการรับประทานอาหาร ดังนี้ &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;li&gt;   &lt;div align="justify"&gt;&lt;font color="#c940f7"&gt;ไม่เพลิดเพลิน สนุกสนานกับการรับประทานอาหาร ไม่คำนึงว่าอาหารจะทำให้สวยงามหรือเกิดกำลังกายแข็งแรง &lt;/font&gt;&lt;/div&gt; &lt;/li&gt;  &lt;li&gt;   &lt;div align="justify"&gt;&lt;font color="#c940f7"&gt;แต่รับประทานเพื่อให้ชีวิตดำรงอยู่ได้อย่างสะดวก สบาย และเพียงเพื่อระงับเวทนา คือความหิว และไม่สร้างเวทนาอื่นขึ้นมาเพิ่ม เช่น อาการแน่นอึดอัดหรือสะสมเป็นไขมัน คือเกิดโรคอ้วนตามมา &lt;/font&gt;&lt;/div&gt;    &lt;p align="justify"&gt;&lt;font color="#c940f7"&gt;จากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์พบว่า&lt;strong&gt; การเจริญสติ&lt;/strong&gt; ทำให้การทำงานของสมองด้านขวาเด่นชัดขึ้น ซึ่งอาจมีผลทำให้ระบบการควบคุมในสมองกลับสภาพปกติ ดังนั้นการฝึกสติโดยสวดบทพิจารณาอาหารอย่างเข้าใจความหมายก่อนรับประทานอาหารจะมีอานิสงค์จะช่วยควบคุมน้ำหนัก ป้องกันโรคอ้วนได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงๆ&lt;/font&gt; &lt;/p&gt; &lt;/li&gt;  &lt;p align="justify"&gt;&lt;font color="#ffffb3"&gt;ที่มา … รศ.พญ.พรทิพย์ ภูวบัณฑิตสิน แพทย์ผิวหนัง&amp;#160; จากนิตยสาร Health Today&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8467252942275514599-1320224745277952472?l=hotsamathi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://hotsamathi.blogspot.com/feeds/1320224745277952472/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8467252942275514599&amp;postID=1320224745277952472' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/1320224745277952472'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/1320224745277952472'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://hotsamathi.blogspot.com/2009/10/blog-post.html' title='ลดน้ำหนักตัวแบบพุทธะ'/><author><name>....นส.อ่อนไหว</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02362473934603014181</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/-yWedkBiCHho/TiEnJap103I/AAAAAAAAAMw/JBCikugnWfI/s220/0388.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8467252942275514599.post-2770302883982483411</id><published>2009-08-18T09:22:00.000-07:00</published><updated>2009-08-18T09:30:34.111-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บุญ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อานิสงส์'/><title type='text'>อานิสงส์ การทำบุญ ด้วยวัสดุก่อสร้าง ชนิดต่างๆ</title><content type='html'>&lt;p&gt;&lt;span style="color:#8080c0;"&gt;หลายๆท่าน คงเคยร่วมทำบุญ เมื่อวัดมีการก่อสร้าง ท่านทราบหรือเปล่าว่า วัสดุแต่ละชนิด ให้อานิสงส์ ในด้านใดบ้าง ลองมาดูกันค่ะ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#8080c0;"&gt;&lt;strong&gt;1. เสาปูน&lt;/strong&gt; จะได้อานิสงส์ ให้ฐานะการเงิน การงานท่านทรงตัว ท่านที่แบกภาระหนี้สินมากๆ ให้เอาบุญแบกน้ำหนักของเสาปูนมาช่วยค้ำประกันให้ จะเบาลง&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;span style="color:#8080c0;"&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;2.กระเบื้อง&lt;/strong&gt; และโครงหลังคาได้อานิสงส์ ความร่มเย็น ครอบครัวไหน ทะเลาะกันบ่อยๆ หรือมีแต่เรื่องเดือดร้อนบ่อยๆ ให้ทำบุญนี้&lt;br /&gt;หรือท่านที่มีแต่คนนำความเดือดร้อนมาให้ตลอด &lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;3. ปูน&lt;/strong&gt; ช่วยแก้ไขกรรม เกี่ยวกับโรคกระดูก และปัญหาสุขภาพ ท่านไหนเป็นโรคกระดูกพรุน ให้ร่วมสร้าง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;4. หิน&lt;/strong&gt; อานิสงส์ โชคลาภ ก้อนโต และการเงินการงาน ที่ทรงตัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;5.ทราย&lt;/strong&gt; สำหรับคนที่ติดหนี้มากๆ ให้ร่วมสร้าง จะไปแก้กรรมเวรเกี่ยวกับการติดหนี้เขาจะได้เบาลงไว หนี้มากๆ ใช้กรรมได้ไว &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;6.ค่าแรง&lt;/strong&gt; ได้อานิสงส์ ทำอะไร เราก็จะเบาแรงลง ลงทุนน้อยได้กำไรมาก ได้คนงานที่ดี งานการค้าขายคล่องตัวไว ได้บริวารที่ดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;7.กระเบื้องปูพื้น&lt;/strong&gt; ได้อานิสงส์ การเงินการงานทรงตัว เพราะได้รองนั่ง รองให้คนเหยียบ รองให้คนได้นั่งสมาธิ การเงินจะไม่ตกต่ำ &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;8.บันได&lt;/strong&gt; ได้อานิสงส์ สำหรับท่าน ที่ตกงานมานานๆ งานไม่ได้สักที เป็นบันไดขึ้นสู่โชคลาภ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;9.ถนน&lt;/strong&gt; ได้อานิสงส์ ไปไหน ไม่ลำบาก ไม่ขัดสน ไม่จนหนทาง มีทางออก สำหรับปัญหาชีวิต ท่านที่ติดขัดมากๆ ลองทำดู&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;10. ท่านที่สร้างหน้าต่าง&lt;/strong&gt; ได้อานิสงส์ ช่วยเรื่อง ทางออกในปัญหาชีวิต การเห็นทางออกของชีวิต การปิดกั้นสิ่งชั่วร้าย&lt;br /&gt;และช่วยระบายความทุกข์ออกจากชีวิต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;11. ประตู&lt;/strong&gt; ได้อานิสงส์ มีโอกาส ดีๆ สู่ชีวิต ทุกครั้งที่มีคนผ่านประตู เข้าไปไหว้พระ หรือไปปฏิบัติธรรม เราจะได้อานิสงส์ ทั้งทางโลกและทางธรรม &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;12.อิฐแดง&lt;/strong&gt; ได้อานิสงส์ เสน่ห์แก่ผู้พบเห็น ช่วยเรื่องความรัก เพราะเป็นสิ่งที่ช่วยประสานกันไว้ของอาคาร ช่วยกรรมเรื่องความรัก ใครที่ไม่มีคนรักจริงใจ อกหักรักคุด ให้ทำบุญนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="color:#800000;"&gt;ที่มา :&lt;/span&gt; &lt;a href="http://www.ponboon.com/forum/index.php/topic,1876.msg23505/topicseen.html#new" target="_blank"&gt;ผลบุญ ดอทคอม&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8467252942275514599-2770302883982483411?l=hotsamathi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://hotsamathi.blogspot.com/feeds/2770302883982483411/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8467252942275514599&amp;postID=2770302883982483411' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/2770302883982483411'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/2770302883982483411'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://hotsamathi.blogspot.com/2009/08/blog-post_18.html' title='อานิสงส์ การทำบุญ ด้วยวัสดุก่อสร้าง ชนิดต่างๆ'/><author><name>....นส.อ่อนไหว</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02362473934603014181</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/-yWedkBiCHho/TiEnJap103I/AAAAAAAAAMw/JBCikugnWfI/s220/0388.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8467252942275514599.post-3395137133722392864</id><published>2009-08-06T20:22:00.001-07:00</published><updated>2009-08-17T23:34:48.929-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อโหสิกรรม'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='กฏแห่งกรรม'/><title type='text'>คู่เวร</title><content type='html'>&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน สมัยนั้นมีพราหมณ์คนหนึ่งในหมู่บ้านคยา ได้ให้ธิดาแก่บุตรพราหมณ์คนหนึ่งในหมู่บ้านนั้น ธิดาพราหมณ์เป็นลูกสะใภ้แล้วได้ตั้งตัวเป็นใหญ่ในบ้าน นางเห็นลูกสาวของทาสีในบ้านนั้นแล้วไม่ชอบหน้า นับแต่เห็นมานางก็แสดงอาการฮึดฮัดด่าว่าด้วยความโกรธ และชูกำปั้นแก่ลูกสาวทาสีนั้น เมื่อลูกสาวทาสีโตพอที่จะทำการงานได้ นางก็ใช้เข่า ศอก และกำปั้นทุบตีเหมือนผูกอาฆาตกันมาในชาติก่อนๆหลายชาติทีเดียว&lt;/p&gt; &lt;span id="fullpost"&gt; &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; เล่ากันมาว่า ในครั้งพระทศพลพระนามว่ากัสสะปะ ทาสีนั้นได้เป็นนายและได้ทุบตีลูกสะใภ้ด้วยก้อนดินและชูกำปั้นให้เสมอๆ ลูกสะใภ้เหนื่อยหน่ายเพราะการกระทำนั้น ได้ทำบุญให้ทานตั้งความปราถนาขอให้ได้เป็นนายบ้าง ในชาติปัจจุบันคนทั้งสองจึงมีสถานะกลับกัน&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; วันหนึ่งโดยไม่มีเหตุสมควรเลย ลูกสะใภ้ได้จิกผมใช้ทั้งมือทั้งเท้าตบตีอย่างเต็มที่ ทาสีนั้นไปศาลาอาบน้ำ โกนผมเสียเกลี้ยง ลูกสะใภ้จึงกล่าวว่า อีทาสีชั่ว เพียงโกนผมเกลี้ยงก็จะพ้นหรือ แล้วเอาเชือกพันศรีษะ จับนางให้ก้มลงแล้วเฆี่ยน และไม่ให้นางเอาเชือกออก แต่นั้นมานางทาสีจึงได้ชื่อว่า รัชชุมาลา (รัชชุ แปลว่า เชือก มาลา แปลว่า หมวก)&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; วันหนึ่งเวลาใกล้รุ่ง พระพุทธเจ้าทรงตรวจดูสัตว์โลก นางรัชชุมาลาได้ปรากฏในข่ายพระญาณจึงเสด็จเข้าไปในป่า ประทับนั่งที่โคนไม้แห่งหนึ่ง ฝ่ายนางรัชชุมาลาถูกรังแกทุกวันจึงเบื่อหน่ายต่อชีวิต ประสงค์จะฆ่าตัวตาย ถือหม้อน้ำออกจากเรือนทำทีว่าจะไปตักน้ำ แล้ววางหม้อน้ำไว้ข้างทางเข้าไปยังป่าชัฏ ผูกเชือกที่กิ่งของต้นไม้ซึ่งอยู่ใกล้ที่ประทับ เพื่อทำเป็นบ่วงผูกคอตาย มองไปรอบทิศเห็นพระพุทธเจ้าประทับนั่งอยู่ดูน่าพอใจและน่าเลื่อมใส เกิดความคิดว่า ทำไฉนพระพุทธเจ้าจะทรงแสดงธรรมโปรดคนเช่นเราให้พ้นความลำเค็ญ&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160;&amp;#160; เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสเรียก นางรัชชุมาลาก็เข้าไปเฝ้า ถวายบังคมแล้วฟังธรรมได้บรรลุโสดาบัน จากนั้นนางก็นำหม้อไปตักน้ำแล้วกลับเรือนไป คนในเรือนรู้เรื่องของนางรัชชุมาลา จึงนิมนต์พระพุทธเจ้ามาฉันที่เรือน เมื่อฟังธรรมแล้วก็ดำรงอยู่ในสรณะและศีล การจองเวรของทั้งสองนางก็สิ้นสุดลง เมื่อนางรัชชุมาลาตายก็ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์&lt;/p&gt;  &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8467252942275514599-3395137133722392864?l=hotsamathi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://hotsamathi.blogspot.com/feeds/3395137133722392864/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8467252942275514599&amp;postID=3395137133722392864' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/3395137133722392864'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/3395137133722392864'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://hotsamathi.blogspot.com/2009/08/blog-post.html' title='คู่เวร'/><author><name>....นส.อ่อนไหว</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02362473934603014181</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/-yWedkBiCHho/TiEnJap103I/AAAAAAAAAMw/JBCikugnWfI/s220/0388.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8467252942275514599.post-5201889633470041207</id><published>2009-08-04T23:23:00.000-07:00</published><updated>2009-08-17T23:44:05.723-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความรัก'/><title type='text'>คู่รัก vs คู่บารมี</title><content type='html'>&lt;p align="justify"&gt;&lt;b&gt;นางแก้วคู่บารมี &lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;เรียบเรียง โดย อังคาร&lt;br /&gt;     พระนางพิมพาและพระโพธิสัตว์นั้น ทรงเกิดมาเป็นคู่รักและเป็นคู่ครองกันมานับอเนกอนันต์ชาติ ผ่านความสุขและทุกข์ภัยของสังสารวัฏฏ์มาด้วยกันมากมายนับชาติไม่ถ้วน มีพบมีพลัดพรากจากกันเป็นธรรมดา แต่เมื่อใดที่ได้เกิดมาร่วมกันก็ส่งเสริมกันในการสร้างสมบุญบารมีโดยไม่ย่อท้อด้วยจิตที่เสมอกัน มีความผูกพัน ไม่โกรธไม่เคือง ไม่มีแม้เพียงสายตาที่ทอดดูกันด้วยความไม่พอใจ ทั้งสองได้เป็นคู่ครองกันมาจนถึงชาติอันเป็นที่สุด ซึ่งพระโพธิสัตว์ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าและพระนางพิมพาได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์  นับว่าทั้งสองพระองค์เป็นคู่บารมีกันอย่างแท้จริง &lt;/p&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;i&gt;&lt;b&gt;เหตุชักนำให้หญิงชายมีใจรักกัน.. &lt;/b&gt;&lt;/i&gt;&lt;br /&gt;ก่อนที่หญิงชายจะมีปณิธานอันยิ่งใหญ่ร่วมกัน เป็นคู่บุญบารมีกันได้นั้น ต้องผ่านความรู้สึกและความผูกพันด้วยความรักกันมาก่อน  แต่เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจว่าเหตุใดเล่า ..&lt;br /&gt;บางคนบางคู่ เห็นหน้ากันเพียงครั้งเดียวก็หลงรักกัน&lt;br /&gt;บางคนบางคู่ รู้จักศึกษานิสัยใจคอกันพอสมควร จึงเกิดความรัก&lt;br /&gt;บางคนบางคู่ ได้เกื้อหนุนจุนเจือกัน นานไปก็เกิดเป็นความรัก&lt;br /&gt;บางคนบางคู่ สนิทสนมกลมเกลียวเป็นเพื่อนเล่นกันมาแต่เด็กแต่น้อย แล้วจึงค่อยแปรเปลี่ยน เป็นความรักเมื่อโตเป็นหนุ่มเป็นสาว&lt;br /&gt;บางคนบางคู่ ได้สมหวังในความรัก ขณะที่บางคู่กลับต้องเลิกรา&lt;br /&gt;บางคนได้แต่หลงรักเขาข้างเดียว แต่เขาไม่เคยมีใจรักตอบ&lt;br /&gt;บางคน เขามาชอบ พยายามทอดสะพานให้เรา แต่กลับไม่สนใจ..&lt;br /&gt;ขณะที่บางคน ทั้งชีวิตกลับเงียบเหงา ไม่เคยมีลมรักพัดผ่านมาให้ชื่นใจเลย แม้แต่เพียงครั้งเดียว&lt;br /&gt;ดูแล้วความรักของหญิงชายนี้ช่างวุ่นวายนัก จนน่าสงสัยว่ามีเหตุอะไรที่ทำให้หญิงชายมารักกัน&lt;br /&gt;หรือมีเหตุอะไรที่ทำให้หญิงชายนั้นไม่รักกัน &lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;มีผู้กราบทูลถามพระพุทธเจ้าเรื่องความรักของหญิงชาย ปรากฎในสาเกตชาดกที่ ๗ พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ว่า &lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;            &lt;em&gt;"ข้าแต่พระผู้มีพระภาค เหตุไรหนอ เมื่อบุคคลบางคนในโลกนี้ พอเห็นกันเข้าก็เฉยๆ หัวใจก็เฉย  บางคนพอเห็นกันเข้า จิตก็เลื่อมใส"&lt;br /&gt;&lt;/em&gt;พระพุทธองค์จึงทรงแสดงเหตุที่ทำให้หญิงชายรู้สึกรักกันไว้ ดังนี้&lt;br /&gt;            &lt;em&gt;"ความรักนั้น ย่อมเกิดขึ้นด้วยเหตุ ๒ ประการ คือ ด้วยการอยู่ร่วมกันในกาลก่อน ๑ ด้วยความเกื้อกูล&lt;br /&gt;             ต่อกันในปัจจุบัน ๑ เหมือนดอกอุบลและชลชาติ เมื่อเกิดในน้ำ ย่อมเกิดเพราะอาศัยเหตุ ๒ ประการ&lt;br /&gt;             คือ น้ำและเปือกตม ฉะนั้น" &lt;/em&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;ในพระอรรถกถาพระไตรปิฎกขยายความว่า ความรักของหญิงชายนั้นเกิดขึ้นได้ด้วยเหตุสองประการ คือ&lt;br /&gt;    ๑. การได้เคยอยู่ร่วมกันมาในกาลก่อน เคยเป็นมารดาบิดา ธิดาบุตร พี่น้องชาย พี่น้องหญิง สามีภรรยา&lt;br /&gt;        หรือเคยเป็นมิตรสหายกัน เคยอยู่ร่วมเคียงกันมา ความรักความผูกพันนั้นย่อมไม่ละ   คงติดตามไปแม้ในภพอื่น&lt;br /&gt;    ๒. ความเกื้อกูลช่วยเหลือกันในชาติปัจจุบัน ความรักย่อมเกิดขึ้นด้วยเหตุสองประการนี้ &lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;i&gt;&lt;b&gt;สารพัดคู่ &lt;/b&gt;&lt;/i&gt;&lt;br /&gt;     หญิงชายที่รักกัน และมีความสัมพันธ์กัน เรียกว่าเป็นคู่กัน ลักษณะการเป็นคู่ของหญิงชายนั้นมีได้&lt;br /&gt;หลายแบบ คือ &lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;i&gt;&lt;strong&gt;คู่รัก&lt;/strong&gt;&lt;/i&gt;     คือ คู่หญิงชายที่มีใจรักสมัครสมาน ปฏิบัติต่อกันในฐานะคู่รัก แต่ยังไม่ได้เป็นสามีภรรยากัน&lt;br /&gt;&lt;i&gt;&lt;strong&gt;คู่ครอง&lt;/strong&gt;&lt;/i&gt;  คือ หญิงชายที่ได้ตกลงอยู่ร่วมเป็นสามีภรรยากันในชาติภพปัจจุบัน&lt;br /&gt;&lt;i&gt;&lt;strong&gt;เนื้อคู่&lt;/strong&gt; &lt;/i&gt;   คือ หญิงชายที่เคยเป็นคู่ครองกันมาในอดีตชาติ แต่ในชาติภพปัจจุบัน อาจเป็นหรือ ไม่ได้เป็นคู่ครองกันก็ได้&lt;br /&gt;&lt;i&gt;&lt;strong&gt;คู่แท้&lt;/strong&gt; &lt;/i&gt;    คือ หญิงชายที่เป็นเนื้อคู่กัน เคยอยู่ร่วมกันในอดีตมามากกว่าคนอื่น ๆ หญิงชายแต่ละคนอาจมีคู่แท้ได้หลายคน  และเช่นเดียวกับเนื้อคู่ คือ คู่แท้อาจจะไม่ได้เป็นคู่ครองกันในชาติปัจจุบันก็ได้ หากทั้งสองฝ่ายไม่ได้มาเกิดร่วมกัน หรือทั้งสองฝ่ายมีวิบากจากอกุศลกรรม มาตัดรอน&lt;br /&gt;&lt;i&gt;&lt;strong&gt;คู่เวรคู่กรรม&lt;/strong&gt;&lt;/i&gt; คือ หญิงชายที่ได้เป็นคู่ครองกันในปัจจุบัน แต่เนื่องจากเหตุที่ทำให้ต้องมาครองคู่กันนั้น เกิดจากเคยทำอกุศลกรรมร่วมกันไว้ในอดีต จึงต้องมารับวิบากกรรมร่วมกัน หรือเคยอาฆาต พยาบาทกันมาก่อนในอดีต จึงต้องมาอยู่ร่วมกันเพื่อแก้แค้นกันตามแรงพยาบาทนั้น คู่ประเภทนี้มักจะมีเหตุให้มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกัน ขัดอกขัดใจกัน อยู่ด้วยกันด้วยความทุกข์และเดือดร้อน หาความสุขไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;i&gt;&lt;strong&gt;คู่บารมี&lt;/strong&gt;&lt;/i&gt;   คือ หญิงชายที่เป็นเนื้อคู่กัน เคยอยู่เป็นคู่ครองกันมากมากกว่าคู่อื่น และมีความตั้งใจที่จะเกื้อหนุน เป็นคู่ครองกันไป จนกว่าคู่ของตนจะได้สำเร็จในธรรมที่ปรารถนาได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ในอนาคตกาล ดังเช่นคู่ของพระโพธิสัตว์กับพระนางพิมพา &lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;i&gt;การปฏิตนเพื่อให้เป็นคู่ครองที่มีความสุข&lt;/i&gt; &lt;/b&gt;&lt;br /&gt;     หญิงและชายที่รักกัน คงปรารถนาที่จะให้คนรักของตนเป็นเนื้อคู่ที่เคยอยู่ร่วมกันมาแต่ชาติปางก่อน และคงอยากให้ความรักของตนมีแต่ความสุขตลอดไป แต่ความปรารถนาเช่นนี้ใช่ว่าจะสำเร็จสมความปรารถนาในทุกคู่รัก เพราะบางคู่อาจมีการพลัดพราก ความรักจืดจาง จากหวานกลายเป็นขม บางคู่แม้จะยังรักกัน แต่การทำมาหากินกลับฝืดเคือง ชีวิตมีแต่อุปสรรค เหล่านี้ล้วนแต่เป็นทุกข์ที่เกิดเพราะความรัก เป็นวิบากที่เกิดจากอกุศลกรรมเก่าทั้งสิ้น&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;i&gt;&lt;b&gt;หากหญิงและชายปรารถนาที่จะมีความรักและชีวิตที่ครอบครัวที่เป็นสุข จะต้องเป็นผู้ไม่สร้างอกุศลกรรม ดังนี้&lt;/b&gt;&lt;/i&gt;&lt;br /&gt;     ๑. มีความมั่นคงในคู่ครองของตน ไม่เจ้าชู้หลายใจ ไม่ทำให้คู่ของตนผิดหวังชอกช้ำใจ โดยเฉพาะต้องมีสติมั่นคงเมื่อได้มีโอกาสได้พบกับเนื้อคู่คนอื่นๆ ที่อาจผ่านเข้ามาในชีวิต ซึ่งการได้เคยอยู่ร่วมกันในกาลก่อนอาจทำให้จิตใจหวั่นไหวได้&lt;br /&gt;     ๒. ไม่เป็นเหตุให้คู่ครองเขาต้องแตกแยกด้วยความอิจฉา ริษยา&lt;br /&gt;     ๓. ไม่ล่วงศีลข้อ ๓&lt;br /&gt;     ๔. ไม่ปรามาสพระอรหันต์ ดังหลักฐานปรากฎในพระไตรปิฎกว่าคนที่ปรามาสพระอรหันต์หญิง  มักได้รับเศษกรรมในเรื่องของคู่ครอง&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;i&gt;สัญญานคู่แท้&lt;/i&gt; &lt;/b&gt;&lt;br /&gt;      เนื่องจากคู่แท้ คือ คนที่เป็นเนื้อคู่กันมานานแสนนาน ความรักความผูกพันข้ามภพชาติจึงมีมากเหนือคู่แบบอื่น และอาจมีอธิษฐานร่วมกันมาแล้วในอดีตชาติ จึงพอจะสังเกตได้ว่าใครเป็นคู่แท้คู่บารมี &lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;i&gt;ลักษณะอาการที่แสดงเมื่อคู่บารมีมาพบกัน&lt;/i&gt; เช่น เมื่อแรกพบก็รู้สึกคุ้นเคย อาจจำกันได้ อาจจะไม่รู้สึกว่ารักตั้งแต่แรกพบ แต่มีรู้สึกว่าผูกพันกันมากกว่า ไม่ว่าทำสิ่งใดก็มักคล้อยตามกัน มีความคิดลงรอยกันมากกว่าปกติ  แม้อยู่ห่างไกลกัน ต่างจังหวัด ต่างบ้านต่างเมือง ก็มีเหตุชักนำให้ได้มาพบกันแบบแปลก ๆ ด้วยหน้าที่การงาน ด้วยเหตุบังเอิญ หรือแม้แต่มีผู้ใหญ่จัดสรรให้ได้พบกันก็มี&lt;br /&gt;หากมีกรรมพลัดพรากเป็นเหตุให้ทั้งคู่ยังไม่ได้พบกัน อีกฝ่ายจะมีความรู้สึกเหมือนรอคอยใครสักคน ที่ไม่รู้ว่าเป็นใคร แม้มีหญิงชายมากมายผ่านเข้ามาในชีวิต ก็ไม่ได้มีจิตคิดผูกพันกับใครอย่างจริงจัง อาจมีบ้างที่มีรักมีสัมพันธ์กับใครไปก่อน แต่มักมีเหตุให้เลิกราหย่าร้างกันไปด้วยจิตใจที่รอคอยใครสักคน ที่เป็นคู่แท้ของตน และหากได้พบกับคู่แท้ของตนแล้ว แต่มีวิบากจากอกุศลกรรมอันเป็นกรรมพลัดพรากมาตัดรอน เป็นเหตุให้ต้องจากกันในภายหลัง แม้จะจากกันไปนานแสนนานนับสิบๆ ปี ก็ไม่อาจลืมกันได้&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;i&gt;&lt;b&gt;การตั้งความปรารถนาจะพบกันในชาติภพต่อไป &lt;/b&gt;&lt;/i&gt;&lt;br /&gt;     หญิงชายแต่ละคนนั้นต่างผ่านทุกข์ภัยของสังสารวัฏฏ์มานานแสนนาน ต่างผ่านการครองคู่มานับครั้งไม่ถ้วน แต่ละคนจึงมีเนื้อคู่มากมาย เป็นแสนเป็นล้านคน บางคนเป็นคู่กันแล้วก็มีความสุข อยากพบเจอและได้อยู่เป็นคู่กันอีกในชาติภพต่อไป แต่บางคนก็เบื่อหน่ายไม่ถูกใจคู่ของตน ไม่ปรารถนาจะกลับมา พบเจอกันอีก&lt;br /&gt;     เหตุที่จะทำให้คู่หญิงชายมีโอกาสได้อยู่ร่วมกันในชาติภพต่อไปนั้น พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงเหตุปัจจัยไว้ในสมชีวิสูตรที่ ๑ พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ดังนี้ &lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;em&gt;"ดูกร คฤหบดีและคฤหปตานี ถ้าภรรยาและสามีทั้งสองหวังจะพบกันและกันทั้งในปัจจุบันทั้งในสัมปรายภพไซร้ ทั้งสองพึงเป็นผู้มีศรัทธาเสมอกัน มีศีลเสมอกัน มีจาคะเสมอกัน มีปัญญาเสมอกัน ภรรยาและสามีทั้งสองนั้น ย่อมได้พบกันและกันทั้งในปัจจุบัน ทั้งในสัมปรายภพ ภรรยาและสามีทั้งสองเป็นผู้มีศรัทธา รู้ความประสงค์ของผู้ขอ มีความสำรวม เป็นอยู่โดยธรรม เจรจาคำที่น่ารักแก่กันและกัน ย่อมมีความเจริญรุ่งเรืองมาก มีความผาสุก ทั้งสองฝ่ายมีศีลเสมอกัน รักใคร่กันมาก ไม่มีใจร้ายต่อกัน ประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว ทั้งสองเป็นผู้มีศีลและวัตรเสมอกัน ย่อมเป็นผู้เสวยกามารมณ์ เพลิดเพลินบันเทิงใจอยู่ในเทวโลก"&lt;/em&gt; &lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;    &lt;strong&gt; ดังนั้น เมื่อหญิงชายปรารถนาจะได้พบกัน เป็นคู่ครองกันอีกในชาติภพต่อๆ ไป หญิงชายทั้งสองนั้นต้องปฏิบัติตามพุทธพจน์ และมีการตั้งจิตปรารถนา ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;๑. รักษาศีลให้เสมอกัน&lt;br /&gt;     บุคคลที่มีศีลเสมอกันย่อมอยู่ร่วมกันได้ในปัจจุบัน เมื่อสิ้นชีวิตแล้วก็สามารถไปเสวยกรรมดีร่วมกัน แต่หากฝ่ายหนึ่งทรงศีล แต่อีกฝ่ายทุศีล ฝ่ายหนึ่งย่อมไปสู่สุคติภูมิ ส่วนอีกฝ่ายต้องไปสู่อบายภูมิ โอกาสที่จะได้กลับมาพบกันนั้นยากยิ่งนัก&lt;br /&gt;๒. ให้ทานและยินดีในการบริจาคเสมอกัน&lt;br /&gt;     หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดให้ทานและบริจาค แต่อีกฝ่ายไม่ชอบใจ ก็จะเกิดความขัดแย้ง ไม่ลงรอยกัน นำไปสู่ความบาดหมาง และเอาใจออกห่างกันในที่สุด&lt;br /&gt;๓. ทำปัญญาให้เสมอกัน&lt;br /&gt;    การทำปัญญาให้เสมอกัน มีการปฏิบัติสมาธิภาวนา จะทำให้ทั้งสองมีความเข้าใจในโลกธรรมเสมอกัน  มีความเข้าใจในสุขและทุกข์จากการอยู่ร่วมกัน และยอมรับกันได้&lt;br /&gt;๔. ตั้งจิตอธิษฐาน&lt;br /&gt;    อธิษฐานนั้นมีผล ทั้งอธิษฐานที่เป็นกุศลและอกุศล การอธิษฐานเป็นเหมือนการตั้งหางเสือเรือ     ทำให้เรือมุ่งหน้าสู่จุดหมายที่กำหนดไว้ ในการครองคู่ก็เช่นกัน อธิษฐานจะเป็นตัวชักนำให้หญิงชาย ได้กลับมาพบกัน และได้ครองคู่กันได้ในที่สุด ดังเช่น อธิษฐานของสุมิตตาพราหมณี ซึ่งอธิษฐานเป็น คู่บารมีให้พระโพธิสัตว์ จากนั้นมาอีกหลายชาติ ทั้งสองก็ต้องใช้เวลาปรับศีล ทาน และปัญญา ให้มาเสมอกัน และได้เป็นคู่บารมีกันสมคำอธิษฐานนั้น &lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การปรารถนาเป็นคู่บารมี&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;     หญิงชายที่ปรารถนาเป็นเนื้อคู่กันตลอดไปนั้น สามารถทำได้ไม่ยาก เพียงร่วมกันปฏิบัติตนให้มี ศีล ทาน และปัญญา ให้เสมอกัน และมีอธิษฐานร่วมกันเป็นหลักชัย&lt;br /&gt;     แต่การเป็นคู่บารมีนั้นหมายถึงฝ่ายหนึ่งเป็นพระโพธิสัตว์ มีความปรารถนาเอกอุในการบำเพ็ญพุทธการกธรรมเพื่อจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาสร้างสมบารมียาวนานอย่างเร็วสุดถึง ๒๐ อสงไขยกับเศษแสนกัป และอย่างช้าต้องเนินนานถึง ๘๐ อสงไขยกับเศษแสนกัป ซึ่งเป็นกาลเวลาที่ยาวนานมาก แต่การสร้างสมบารมีของบุคคลใดบุคคลหนึ่งนั้น ใช้เวลาประมาณ ๑ แสนกัป ก็มีบุญบารมีมากพอที่จะบรรลุธรรม และหลุดพ้นจากสังสารวัฏฏ์นี้ไปได้ การผูกพันเป็นคู่บารมีจึงเป็นการผูกมัดตนเองไม่ให้มีโอกาสได้บรรลุธรรม แม้จะได้มีโอกาสได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าเป็นแสนเป็นล้านองค์&lt;br /&gt;     นอกจากนี้ การเป็นคู่บารมียังต้องพบกับความทุกข์ยากนานับประการ ดังเช่นที่พระนางพิมพาได้ประสบตลอดเวลายาวนานถึง ๔ อสงไขยกับเศษแสนกัป&lt;br /&gt;     ดังนั้นการจะอธิษฐานติดตามเป็นคู่บารมีพระโพธิสัตว์สักองค์หนึ่ง จึงควรไตร่ตรองให้ดีว่าไม่ใช่อธิษฐานด้วยเหตุเพราะความรักและตัณหา แต่ต้องประกอบไปด้วยความรักและความศรัทธาอย่างแรงกล้าต่อ พระโพธิสัตว์องค์นั้น นอกจากนี้ยังต้องมีน้ำใจสงสารและอยากช่วยเหลือสรรพสัตว์ให้ข้ามพ้นกองทุกข์ และมีกำลังใจเข้มแข็งเท่าเทียมกับพระโพธิสัตว์องค์หนึ่งเช่นกัน&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;credit : &lt;/em&gt;&lt;a href="http://board.palungjit.com/f8/"&gt;&lt;em&gt;http://board.palungjit.com/f8/&lt;/em&gt;&lt;/a&gt;&lt;em&gt;คู่รัก-คู่บารมี-132118.html&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8467252942275514599-5201889633470041207?l=hotsamathi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://hotsamathi.blogspot.com/feeds/5201889633470041207/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8467252942275514599&amp;postID=5201889633470041207' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/5201889633470041207'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/5201889633470041207'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://hotsamathi.blogspot.com/2009/08/vs.html' title='คู่รัก vs คู่บารมี'/><author><name>....นส.อ่อนไหว</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02362473934603014181</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/-yWedkBiCHho/TiEnJap103I/AAAAAAAAAMw/JBCikugnWfI/s220/0388.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8467252942275514599.post-8940994577436095342</id><published>2009-07-22T20:39:00.000-07:00</published><updated>2009-07-22T22:02:42.168-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ทั่วไป'/><title type='text'>เมื่อมีทุกข์มาก ต้องมีขันติธรรม</title><content type='html'>&lt;p&gt;&amp;#160;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ffa74f"&gt;ผู้มีปัญญาเท่านั้นที่จะอดทนและอดกลั้นได้&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ffa74f"&gt;ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่เมื่อเราทำได้แล้ว &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ffa74f"&gt;เราก็จะสามารถตั้งอยู่ในความดี &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ffa74f"&gt;ความถูกต้องและเจริญก้าวหน้าต่อไปได้&lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;p&gt;&lt;font color="#ffa74f"&gt;เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ที่เราเคยคิดว่า เลวร้าย &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ffa74f"&gt;ก็จะค่อยๆเปลี่ยนไป&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ffa74f"&gt;และอาจจะนำสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตเราก็ได้&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ffa74f"&gt;และถ้าใจเรามีกำลัง ใจสงบ ใจดี ในมีเมตตาแล้ว &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ffa74f"&gt;จะไม่มีอะไรที่เราแก้ไขไม่ได้&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ffa74f"&gt;ฉะนั้น ขอให้เราตั้งอยู่ในความดี ความถูกต้อง&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ffa74f"&gt;คิดดี พูดดี ทำดี ในทุกสถานการณ์ &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ffa74f"&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ffa74f"&gt;ตราบใดที่เรายังอยู่ในโลก อยู่ในวัฏสงสาร&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ffa74f"&gt;แม้จะทำดี ทำความดีขนาดไหนก็ตาม&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ffa74f"&gt;พายุแห่งการเสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์ &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ffa74f"&gt;มันก็ยังมีอยู่ ไม่มีใครหนีพ้น&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ffa74f"&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ffa74f"&gt;แม้แต่พระบรมศาสดาของเราก็ต้องประสบเหมือนกัน &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ffa74f"&gt;หลังจากท่านตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญานแล้ว&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ffa74f"&gt;แม้จิตใจท่านจะบริสุทธิ์ขนาดไหน มีปัญญาลึกซึ้งขนาดไหน&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ffa74f"&gt;มีเมตตาขนาดไหนก็ตาม เหตุการณ์ต่างๆก็ยังคงเกิดขึ้นกับท่าน&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ffa74f"&gt;ซึ่งตามความรู้สึกของเรา&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ffa74f"&gt;ก็คิดว่า ไม่น่าจะมีเหตุการณ์อย่างนั้นเกิดขึ้นกับพระองค์&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ffa74f"&gt;แต่นั่นเป็นเพียงความคิดของเรา&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ffa74f"&gt;ตามความเป็นจริง โลกธรรมฝ่ายไม่น่าปรารถนา&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ffa74f"&gt;ก็มีมากระทบพระพุทธองค์เหมือนกัน&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p align="center"&gt;&amp;#160;&lt;/p&gt;  &lt;p align="center"&gt;&lt;font face="Courier New" color="#ff8000" size="5"&gt;จงมองดูทุกข์ที่เกิดขึ้นแก่เรา&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p align="center"&gt;&lt;font face="Courier New" color="#ff8000" size="5"&gt;ทั้งทุกข์ทางกายและทุกข์ทางใจ&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p align="center"&gt;&lt;font face="Courier New" color="#ff8000" size="5"&gt;ด้วยจิตใจที่ดี จิตใจที่สุขุมอ่อนโยน&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p align="center"&gt;&lt;font face="Courier New" color="#ff8000" size="5"&gt;มีเมตตา มีขันติ&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p align="center"&gt;&lt;font face="Courier New" color="#ff8000" size="5"&gt;ด้วยความอดกลั้น และ ด้วยปัญญา&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p align="center"&gt;&lt;font face="Courier New" color="#ff8000" size="5"&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p align="center"&gt;&lt;font face="Courier New" color="#ff8000" size="5"&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p align="center"&gt;&lt;font face="Courier New" color="#400080" size="3"&gt;โดย&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p align="center"&gt;&lt;font face="Courier New" color="#400080" size="3"&gt;พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p align="center"&gt;&lt;font face="Courier New" color="#400080" size="3"&gt;วัดสุนันทวนาราม จ.กาญจนบุรี&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8467252942275514599-8940994577436095342?l=hotsamathi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://hotsamathi.blogspot.com/feeds/8940994577436095342/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8467252942275514599&amp;postID=8940994577436095342' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/8940994577436095342'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/8940994577436095342'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://hotsamathi.blogspot.com/2009/07/blog-post_22.html' title='เมื่อมีทุกข์มาก ต้องมีขันติธรรม'/><author><name>....นส.อ่อนไหว</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02362473934603014181</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/-yWedkBiCHho/TiEnJap103I/AAAAAAAAAMw/JBCikugnWfI/s220/0388.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8467252942275514599.post-7697974931572462460</id><published>2009-07-22T01:16:00.000-07:00</published><updated>2009-07-22T01:30:42.684-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บุญ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อานิสงส์'/><title type='text'>อานิสงส์ของการรักษาศีล 5 ข้อ</title><content type='html'>&lt;p&gt;&lt;font color="#0000ff"&gt;1. ผู้ที่รักษาศีลข้อ 1 ด้วยการไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ด้วยเศษของบุญที่รักษาศีลข้อนี้ เมื่อน้อมนำมาเกิดเป็นมนุษย์ ก็จะทำให้มีพลานามัยแข็งแรง ปราศจากโรคภัย ไม่ขี้โรค อายุยืนยาว ไม่มีศัตรูหรืออุบัติเหตุต่างๆ มาเบียดเบียนให้ต้องบาดเจ็บ หรือสิ้นอายุเสียก่อนวัยอันสมควร&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#0000ff"&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#0000ff"&gt;2.ผู้ที่รักษาศีลข้อ 2 ด้วยการไม่ถือเอาทรัพย์ของผู้อื่นที่เจ้าของมิได้เต็มใจให้ ด้วยเศษของบุญที่นำมาเกิดเป็นมนุษย์ ย่อมทำให้ได้เกิดในตระกูลที่ร่ำรวย การทำมาหากินเลี้ยงชีพในภายหน้า มักจะประสบช่องทางที่ดี ทำมาค้าขึ้น และมั่งมีทรัพย์ ทรัพย์สมบัติไม่วิบัติหายนะไปด้วยภัยต่างๆ เช่น อัคคีภัย วาตภัย โจรภัย &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#0000ff"&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#0000ff"&gt;3.ผู้ที่รักษาศีลข้อ 3 ด้วยการไม่ล่วงประเวณีในคู่ครอง หรือคนในปกครองของผู้อื่น ด้วยเศษของบุญที่รักษาศีลข้อนี้ เมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์ ก็จะประสบโชคดีในความรัก มักได้พบรักแท้ที่จริงจังและจริงใจ ไม่ต้องอกหัก อกโรย และอกเดาะ ครั้งเมื่อมีบุตรธิดา ก็ว่านอนสอนง่าย ไม่ดื้อด้าน ไม่ถูกผู้อื่นหลอกลวงฉุดคร่าอนาจาร ไปทำให้เสียหาย บุตรธิดาย่อมเป็นอภิชาติบุตร ซึ่งจะนำเกียรติยศชื่อเสียงมาสู่วงศ์ตระกูล&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#0000ff"&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#0000ff"&gt;4.ผู้ที่รักษาศีลข้อ 4 ด้วยการไม่กล่าวมุสา ด้วยเศษของบุญที่รักษาศีลข้อนี้ เมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์จะทำให้เป็นผู้ที่มีสุ้มเสียงไพเราะ พูดจามีน้ำมีนวลชวนฟัง มีเหตุมีผล&amp;#160; ชนิดที่เป็น “พุทธวาจา” มีโวหาร ปฏิภาณไหวพริบในการเจรจา จะเจรจาความสิ่งใดก็มีผู้เชื่อฟัง และเชื่อถือสามารถว่ากล่าวสั่งสอนบุตรธิดาและศิษย์ให้อยู่ในโอวาทได้ดี&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#0000ff"&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#0000ff"&gt;5.ผู้ที่รักษาศีลข้อ 5 ด้วยการไม่ดื่มสุราเมรัย เครื่องหมักดองของมึนเมา ด้วยเศษของบุญที่รักษาศีลข้อนี้ เมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์ ย่อมทำให้เป็นผู้ที่มีสมอง ประสาท ปัญญา ความคิดแจ่มใส จะศึกษาเล่าเรียนสิ่งใด ก็แตกฉานและทรงจำได้ง่าย ไม่หลงลืมฟั่นเฟือนเลอะเลือน ไม่เสียสติ วิกลจริต ไม่เป็นโรคสมอง โรคประสาท ไม่ปัญญาทราม ปัญญาอ่อน หรือปัญญานิ่ม &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#0000ff"&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#0000ff"&gt;จากหนังสือ “วิธีสร้างบุญบารมี” พระนิพนธ์ใน สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก องค์ที่ 19 วัดบวรนิเวศวิหาร&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8467252942275514599-7697974931572462460?l=hotsamathi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://hotsamathi.blogspot.com/feeds/7697974931572462460/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8467252942275514599&amp;postID=7697974931572462460' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/7697974931572462460'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/7697974931572462460'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://hotsamathi.blogspot.com/2009/07/5.html' title='อานิสงส์ของการรักษาศีล 5 ข้อ'/><author><name>....นส.อ่อนไหว</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02362473934603014181</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/-yWedkBiCHho/TiEnJap103I/AAAAAAAAAMw/JBCikugnWfI/s220/0388.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8467252942275514599.post-5410667513429329077</id><published>2009-07-16T22:39:00.000-07:00</published><updated>2009-07-16T22:43:41.651-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='โชค ลาง'/><title type='text'>แก้เคล็ด ปรับดวงชะตา</title><content type='html'>&lt;p&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="color:#8000ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="color:#8000ff;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="color:#ff80c0;"&gt;ปรับดวงอาภัพคู่&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;     บางคนมีความรัก แต่มักผิดหวัง รักเขาแต่เขาไม่รัก หรือเขาก็รักแต่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน หรืออยู่กันไม่ยืด หรือบางคนต้องอยู่โดดเดี่ยวอ้างว้างเพราะไม่พบเจอความรักเลยเป็นเวลานานหลายปี บางคนพบรัก มีคู่รักแต่ก็มีเหตุให้คลาดจากกันมิได้อยู่ครองคู่กัน อย่างนี้เรียกว่า ดวงอาภัพคู่ เหตุหนึ่งมาจากชาติปางก่อนมิได้ร่วมทำบุญกุศลกับคนรัก จึงขาดคู่สร้างคู่สมที่เกิดมาเพื่อจะเป็นคู่กันอีก&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="color:#8000ff;"&gt;&lt;b&gt;วิธี&lt;/b&gt;&lt;b&gt;แก้เคล็ด&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;1. ถวายสิ่งของเป็นคู่ที่วัด เช่น แจกันคู่ เชิงเทียน เทียนคู่ (9 คู่) ธงคู่ ผ้าคู่ หมอนคู่ เป็นต้น หรือบริจาคของเป็นคู่แก่คนอื่น&lt;br /&gt;2. ร่วมเป็นเจ้าภาพทำบุญเลี้ยงพระให้คู่บ่าวสาวในวันแต่งงานร่วมพิธีเลี้ยงพระตอนเช้า&lt;br /&gt;3. ถวายพวงมาลัยดอกรัก และดอกมะลิ ไหว้พระบูชาพระทุกสัปดาห์เป็นประจำ&lt;br /&gt;4. หาต้นรักไปปลูกลงดินในบริเวณวัด (อย่าปลูกไว้บริเวณบ้านเด็ดขาด)&lt;br /&gt;5. ถือพรหมวิหาร 4 คือเมตตา กรุณาต่อผู้อื่น ยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี เมื่อเห็นผู้อื่นได้ทุกข์ก็ไม่ซ้ำเติมเขา&lt;br /&gt;   6. ปลูกไม้ดอกหอม และว่านต่างๆ เช่น เสน่ห์จันทร์ เป็นต้น&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt; &lt;/p&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#8000ff;"&gt;&lt;p&gt;&lt;hr /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;b&gt;คู่ครองที่มีชะตาเป็นศัตรูกัน, ภพปัตนิตกภพวินาศ, อริ, มรณะ หรือดวงไม่สมพงศ์กัน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;พื้นดวงของคู่สมรสบางคู่เมื่อเอาเทียบกันแล้วอาจเป็นศัตรู หรือผูกดวงแล้วเจ้าเรือนปัตนิตกอยู่ในภพวินาศ ภพหริ หรือภพมรณะ ตามหลักโหราศาสตร์แล้วถือว่าไม่ดี จะเดือดร้อนเพราะคนรัก คู่รัก คู่ครอง นำความเสียหายมาให้ คู่ครองเป็นคนที่ต่ำต้อยหรือต่ำทราม มีคู่ครองมั่วสุมติดอบายมุข ติดยาเสพติด และการพนัน อาจเกิดการหย่าขาดกันกับคู่ครอง หรือไม่ก็ตายหนีจากกัน ได้คู่แล้วพบแต่ความทุกข์ ไม่มีความสุขในชีวิตสมรส คู่ครองทำให้หมดตัว ทำให้เกิดโทษ ชีวิตในการแต่งงานมีแต่เรื่องลึกลับ ซับซ้อน ยุ่งยากที่จะเข้าใจกันและกัน ฯลฯ&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;b&gt;วิธี&lt;/b&gt;&lt;b&gt;แก้เคล็ด (ทำอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งหมด)&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;1. ให้อยู่กันแบบลับๆ&lt;br /&gt;2. ไม่จดทะเบียนสมรส หากจดก็ให้ฝ่ายหญิงเลือกใช้นามสกุลตัวเอง (ไม่ใช่นามสกุลสามี)&lt;br /&gt;3. ถ้าจดทะเบียนสมรสแล้ว (ทำข้อ 2 ไม่ได้) ให้อยู่ห่างกันบ่อยๆ เช่น ทำงานคนละที่ ไม่ได้เห็นหน้ากันตลอด 24 ช.ม.&lt;br /&gt;4. แยกห้องนอนกัน (เพื่อแก้เคล็ดเฉยๆ) เวลาอยากกุ๊กกิ๊กก็มาหากันได้&lt;br /&gt;&lt;b&gt;หมายเหตุ &lt;/b&gt;&lt;b&gt;: ทำตามวิธีเหล่านี้พอแก้เคล็ดได้&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;hr /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt; &lt;/p&gt; &lt;/span&gt; &lt;p&gt;&lt;span style="color:#8000ff;"&gt;&lt;b&gt;ปรับดวงชะตาอ่อน มีแต่อุปสรรค&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ช่วงเวลาใดที่รู้สึกว่าชีวิตไม่ราบรื่น มีแต่อุปสรรคจู่โจมในหลายๆ ทางจนติดขัดไปหมด มิว่าจะเป็นการงาน หรือเรื่องเงินๆ ทองๆ ช่วงเวลานี้เรียกว่าเป็นดวงชะตาอ่อนกำลังแรง เช่น ถ้าช่วงนั้นดวงของคุณถูกพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกก็จะเกิดอารมณ์ปรวนแปรง่าย จนเกิดทะเลาะบาดหมางกับคนอื่นไปทั่ว ช่วงที่ดวงอ่อนมักจะมีหลายเรื่องอยู่ในเกณฑ์ “ตก” คนโบราณจึงนิยมเรียกว่า “ดวงตก” เมื่อดวงอ่อนการงานมักตกต่ำ ทำอะไรก็ผิดพลาดง่าย คนที่เคยรักและเอ็นดูเราก็กลับห่างเหินเมินหมางอย่างนี้เรียกว่า “ตก” เช่นกัน คนเคยเล่นพนันขันต่อได้ คนที่เคยจับงานใดเป็นเงินเป็นทอง เมื่อดวงชะตาอ่อนกำลังลงก็จะเป็นช่วง “มือตก” ทำอะไรก็ไม่ขึ้น เหตุเกิดเพราะดาวเคราะห์ที่ให้โทษมาทับดาวราศีเกิด ต้องอดทนรอสักพักจึงจะดีขึ้นได้เมื่อดาวร้ายจรจากไป แต่วิธีแก้เคล็ดแก้เคราะห์ให้เรื่องหนักกลายเป็นเรื่องเบาลงก็มีแนวทางหลายประการเช่นกัน ดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="color:#8000ff;"&gt;&lt;b&gt;วิธีแก้เคล็ด&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;   ไปซื้อปลาไหลในตลาดสด นำไปปล่อยลงแม่น้ำใหญ่ ซื้อปลาไหล 9 ตัว หรือ 9 ตามแก่กำลังทรัพย์ของตน ปล่อยทุก 10 วัน ติดต่อกัน 7 ครั้ง&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;span style="color:#8000ff;"&gt;&lt;p&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;hr /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;b&gt;ปรับดวงคนป่วย&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ความเจ็บป่วยนั้นเป็นเรื่องของสังขารที่เราต้องยอมรัก และหาทางรักษาเยียวยากันไปตามสภาพความเป็นจริง แต่ในกรณีที่เรารู้สึกว่าคนเจ็บป่วยนั้นยังเด็กเกิดกว่าจะนอนป่วยหนักอาการน่าเป็นห่วง หรือผู้ป่วยนั้นเป็นคนที่รักมากจนมิอาจทำใจได้เมื่อเห็นเขาป่วยหนักจนกลัวว่าเขาจะสู้กับอาการเจ็บป่วยนั้นไม่ได้ ก็สามารถพึ่งพาการทำบุญสะเดาเคราะห์ได้อีกทางหนึ่งเพื่อความสบายใจและบางครั้งการทำบุญแก้เคราะห์แก้กรรมก็สามารถช่วยปรับดวงได้หากดวงชะนั้นยังไม่ถึงคราวดับสูญ&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;b&gt;วิธีแก้เคล็ด&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ปล่อยเต่า 3 ตัว หรือ 9 ตัว ทุก 7 วัน ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จนครบ 5 ครั้ง &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;hr /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;b&gt;เจ็บป่วยรักษาไม่หาย&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ถ้าคนในบ้านล้มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ แม้ฉีดยากินยาแล้วก็ยังไม่หาย หากสงสัยว่าล้มป่วยเพราะไปลบหลู่ดูหมิ่นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ใดที่หนึ่ง ก็ต้องแก้เคราะห์ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;b&gt;วิธีแก้เคราะห์&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;   1. จัดเครื่องสังเวยเป็นผลไม้และขนมหวาน ดอกไม้ ธูป เทียน ใส่ถาดไปตั้งวางที่กลางแจ้ง&lt;br /&gt;   2. สวดขอขมาเทวดา 1 จบ&lt;br /&gt;   3. เมื่อธูปหมดดอก (ใช้ธูป 9 ดอก) ให้นำเครื่องสังเวยไปไว้ที่ใต้โคนต้นไม้ใหญ่ วันต่อมาให้สวดมนต์บทขอขมาเทวดาวันละ 1 บท ต่อเนื่องกันไปอีก 6 วัน (เพื่อให้ครบสวด 7 บท 7 วัน) และในทั้ง 7 วันนี้ เมื่อสวดขอขมาเทวดาแล้วให้สวด “บทอิติปิโส (คาถาสะเดาะเคราะห์ (ต่ออายุ)” อีกวันละ 7 จบด้วย&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;b&gt;บทสวดขอขมาเทวดา&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;อิติสุขะคะโต อะระหังพุทโธ นะโมพุทธายะ ปะฐะวีคงคา พรหมะเทวา อินทะเทวา&lt;br /&gt;อังคะเทวา อาคันตุกะเทวะตา รุกขะเทวาพาลี ชัยยะมังคะลา อาจาริยัง อาจาริยะเทวา&lt;br /&gt;มุณีสิทธา มาตาปิตุโร อะโรคะเยนะ สุขเขนะ จะ ขะมามิหัง สาธุ สาธุ สาธุ&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;b&gt;คาถาสะเดาะเคราะห์ (ต่ออายุ) &lt;/b&gt;&lt;br /&gt;อิติปิ โส ภะคะวา พระอาทิตย์เทวา วิญญาณะสัมปันโน&lt;br /&gt;อิติปิ โส ภะคะวา พระจันทร์เทวา วิญญาณะสัมปันโน&lt;br /&gt;อิติปิ โส ภะคะวา พระอังคารเทวา วิญญาณะสัมปันโน&lt;br /&gt;อิติปิ โส ภะคะวา พระพุทธเทวา วิญญาณะสัมปันโน&lt;br /&gt;อิติปิ โส ภะคะวา พระพฤหัสเทวา วิญญาณะสัมปันโน&lt;br /&gt;อิติปิ โส ภะคะวา พระศุกร์เทวา วิญญาณะสัมปันโน&lt;br /&gt;อิติปิ โส ภะคะวา พระเสาร์เทวา วิญญาณะสัมปันโน&lt;br /&gt;อิติปิ โส ภะคะวา พระราหูเทวา วิญญาณะสัมปันโน&lt;br /&gt;อิติปิ โส ภะคะวา พระเกตุเทวา วิญญาณะสัมปันโน&lt;br /&gt;อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง&lt;br /&gt;อิติปิ โส ภะคะวา สัมมาสัมพุทโธ&lt;br /&gt;อิติปิ โส ภะคะวา วิชชาจะระณะสัมปันโน&lt;br /&gt;อิติปิ โส ภะคะวา สุคะโต&lt;br /&gt;อิติปิ โส ภะคะวา โลกะวิทู&lt;br /&gt;อิติปิ โส ภะคะวา อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ&lt;br /&gt;อิติปิ โส ภะคะวา สัตถา เทวะมะนุสสานัง&lt;br /&gt;อิติปิ โส ภะคะวา พุทโธ&lt;br /&gt;อิติปิ โส ภะคะวา ภะคะวา ภะคะวาติ &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;hr /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;b&gt;ปรับดวงธุรกิจการงาน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;     ตกงานเพราะสมัครงานไม่ได้ หรือถูกให้ออกจากงานมีงานทำแต่ไม่เจริญก้าวหน้ามีงานทำแต่มักทำงานผิดพลาดหรือมีอุปสรรคมาก ติดต่อเรื่องใดก็ติดขัดไม่สำเร็จ ลักษณะดังกล่าวนี้เป็นเพราะอยู่ในช่วงที่ดวงชะตาอ่อนจนมีผลกระทบในเรื่องการงาน แต่อีกปัจจัยหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับวิถีการดำรงชีวิตของแต่ละบุคคลด้วย ถ้าไม่ขยันหางานทำ หรือไม่ตั้งใจทำงานจนเกิดผิดพลาด หรือก้าวหน้าช้า อย่างนี้แก้ดวงอย่างไรก็คงช่วยไม่ได้ แต่สำหรับคนที่ทุ่มเทอย่างจริงจัง แต่กลับรู้สึกว่ายังต้องเหนื่อยกว่าปกติธรรมดา อย่างนี้ก็ใช้วิธีแก้เคล็ดแก้ดวงได้ในระดับหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;b&gt;วิธีแก้เคล็ด&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;1. ไปไหว้พระพรหมขอความสำเร็จในการงาน ให้อธิษฐานจิตอย่างตั้งใจ&lt;br /&gt;2. จัดเครื่องเซ่นกราบไหว้เจ้าที่เจ้าทางที่บ้าน จัดผลไม้ดอกไม้อีกชุดหนึ่งไหว้บูชา พระบนหิ้งที่บ้านด้วย&lt;br /&gt;3. ไปไหว้พระที่วัด เต็มน้ำมันตะเกียง บริจาคเงินร่วมสมทบทุนค่าน้ำ-ค่าไฟของวัด&lt;br /&gt;4. ไปกราบไหว้สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง (เสด็จพ่อ ร.5) ถวายกุหลาบสีชมพู ธูป 9 ดอก&lt;br /&gt;5. ปล่อยปลาไหล &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;hr /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;b&gt;ปรับดวงหม่นหมองอับเฉา&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;     บางช่วงคนเราอาจไม่ได้มีปัญหาที่เรื่องการงาน และการเงินแต่ก็ประสบปัญหาในด้านอื่นๆ จนทำให้จิตใจมีแต่ความทุกข์ ความเศร้าเป็นอันมากหรือบางครั้งอาจเป็นทุกข์ไปเสียทุกเรื่อง มิว่าจะจัดทำอะไรเป็นไม่ได้ผลดีมีแต่เรื่องวุ่นวายยุ่งยากเกิดขึ้นเสมอ อย่างนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นช่วงดวงชะตาอ่อนจนชีวิตมืดมิดอับเฉาหาความสุขใดมิได้เลย&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;b&gt;วิธีแก้เคล็ด&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;1. ไปกราบไหว้เจ้าแม่กวนอิม เทพผู้เมตตาและช่วยให้มนุษย์พ้นทุกข์พ้นภัย ๖ควรอธิษฐานงดกินเนื้อวัว หรือถือศีลกินเจเป็นเวลา 3-7 วัน ทุกเดือน)&lt;br /&gt;2. ทำสังฆทานทุกเดือนติดต่อกัน 3 เดือน&lt;br /&gt;3. ไปกราบไหว้พระที่วัดใกล้บ้าน ปิดทองคำเปลว ถวายธูป เทียน และพวงมาลัยดอกไม้ด้วย&lt;br /&gt;4. ไปกราบไหว้บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ&lt;br /&gt;5. ทำบุญ บริจาคทาน&lt;br /&gt;6. ถือศีล 8 เคร่งครัด 7 วัน หรือไปนั่งสมาธิ หรือบวชชีพราหมณ์&lt;br /&gt;7. ทำบุญปล่อยปลา ปล่อยหอยขม &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;hr /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;b&gt;ปรับดวงเกิดอุบัติเหตุบ่อย หรือมีคดีความ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;     ความประมาททำให้เกิดอุบัติเหตุได้ แต่ถ้าช่วงใดที่ชีวิตต้องประสบพบเจอแต่อุบัติเหตุต่างๆ บ่อยจนผิดปกติก็เป็นไปได้ว่าเหตุนั้นมีผลปัจจัย มาจากช่วงดวงอ่อนจนเคราะห์ภัยมาทับมาแทรกหรือช่วงใดที่ต้องขึ้นโรงขึ้นศาล เพราะตนเองหรือคนในบ้านมีคดีความก็ถือว่าต้องหาทางแก้เคล็ดแก้เคราะห์ เพื่อช่วยลดหนักเป็นเบาอีกทางหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;b&gt;วิธีแก้เคล็ด&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;1. ไปซื้อโลงศพทำบุญทำทานให้ผู้เสียชีวิตที่อนาถา ไปทำบุญโลงศพได้ตามมูลนิธิต่างๆ&lt;br /&gt;2. ถือศีล 8 เคร่งครัด 7 วัน&lt;br /&gt;3. ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ตอนเช้า ถวายสังฆทาน&lt;br /&gt;4. ปล่อยปลา ปล่อยนก &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;hr /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;b&gt;การปล่อยสัตว์แก้เคล็ดปรับดวง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;   - ควรไปซื้อนก ซื้อปลาจากตลาดสด&lt;br /&gt;   - เลือกปลาที่ชะตากำลังจะหมด เพราะจะถูกคนซื้อไปฆ่าทำเป็นอาหาร และควรนำไปปล่อยที่แม่น้ำใหญ่จะดีกว่าลำคลองเล็กๆ&lt;br /&gt;   - ควรปล่อยให้ลงท้ายด้วยเลข 9 หรือตามกำลังทรัพย์ที่สะดวก ถ้ามีเคราะห์หนักอยากปล่อยปลาเท่าอายุ เช่น 40 ก็สามารถทยอยปล่อยให้ครบจำนวน 40 ใน 1 เดือนก็ได้&lt;br /&gt;   - ไม่จำเป็นต้องไปปล่อยที่วัด แต่เป็นที่ที่เราสะดวกก็ได้&lt;br /&gt;   - เมื่อปล่อยสัตว์ใดแล้ว ต้องงดกินเนื้อสัตว์นั้นตลอดชีวิต&lt;br /&gt;   1. ปล่อยปลาทั่วไป จุดประสงค์ เพื่อสะเดาะเคราะห์ ปรับดวงหม่นมัวให้สดใสรุ่งเรือง&lt;br /&gt;   2. ปล่อยปลาข่อน จุดประสงค์ เพื่อสะเดาะเคราะห์ปรับดวงให้หมดเคราะห์หมดภัย&lt;br /&gt;   3. ปล่อยปลาไหล เพื่อสะเดาะเคราะห์เพื่อให้ทุกอย่างราบรื่น ลื่นไหล พ้นจากอุปสรรค&lt;br /&gt;   4. ปล่อยเต่า เพื่อสะเดาะเคราะห์ ขอให้คนที่เจ็บป่วยหายวันหายคืนและมีอายุยืนยาวต่อไป&lt;br /&gt;   5. ปล่อยหอยขม เพื่อสะเดาะเคราะห์ ขอให้หมดทุกข์หมดโศก ขอให้เรื่องขมขื่นชอกช้ำใจบรรเทาและลบเลือนสิ้นไปในเร็ววัน&lt;br /&gt;   6. ปล่อยนก เพื่อสะเดาะเคราะห์ ขอให้มีความสุขความเจริญ ทำสิ่งใดให้โชคดี และพ้นจากทุกข์ภัยต่างๆ&lt;br /&gt;   7. ปล่อยปลาสวาย เพื่อเสริมดวงเสริมบารมี ขอความสำเร็จ ขอโชคขอลาภ &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;hr /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;b&gt;แก้เคล็ดสัตว์วิ่งตัดหน้ารถ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;    มีว่าเดินทางไกลหรือใกล้ หากมีสัตว์วิ่งหรือเลื้อยตัดผ่านหน้ารถไปถือว่าเป็นลางไม่ดี คนโบราณถือว่าเป็นลางบอกเหตุเคราะห์ภัยอันตรายต่างๆ แต่บางครั้งก็เป็นลางดี&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;b&gt;เคล็ดลาง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;สัตว์ผ่านตัดหน้า จากซ้ายไปขวา จะมีโชคมีลาภ&lt;br /&gt;สัตว์ผ่านตัดหน้า จากขวาไปซ้าย ไม่ดี จะมีภัย&lt;br /&gt;สัตว์มาชนรถ ทางด้านหน้า ไม่ดี ให้หาที่จอดรถริมทางสักพักแล้วค่อยเดินทางต่อในอีก 15-30 นาที&lt;br /&gt;สัตว์มาชนรถ ทางด้านขวา ไม่ดี-ไม่ร้าย แต่ให้เดินทางช้าลง และเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น&lt;br /&gt;สัตว์มาชนรถทางด้านซ้าย ไม่ดี ให้หยุดพักกราบดินเพื่อขมาและขอพรแม่พระธรณีก่อนเดินทางต่อไป&lt;br /&gt;สัตว์ชนรถทางด้านหลัง ถือว่าดี ให้เร่งเดินทางจะได้ประสบโชคลาภ &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;hr /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;b&gt;สิ่งของที่สามารถทำบุญถวายพระได้&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;    นอกจากซื้อถังเครื่องสังฆทานไปถวายพระภิกษุสงฆ์ที่วัดแล้วยังมีสิ่งของอีกมากมายที่พุทธศาสนิกชนคนไทยเราสามารถจะเลือกซื้อไปถวายได้เช่นกัน ถือเป็นการทำบุญถวายทานที่ได้บุญได้อานิสงส์มาก เพราะเป็นการถวายสิ่งของที่เป็นประโยชน์แก่พระภิกษุสงฆ์&lt;br /&gt;   - ผ้าป่า ผ้ากฐิน ผ้าอาบน้ำฝน ผ้าไตรจีวร ผ้าจำนำพรรษา&lt;br /&gt;   - ยารักษาโรค ตู้ยารักษาโรค เครื่องเสบียงอาหารแห้ง&lt;br /&gt;   - เครื่องเขียน หนังสือธรรมะ โต๊ะ   -เก้าอี้&lt;br /&gt;   - สลากภัต เทียนพรรษา ธูป   -เทียน&lt;br /&gt;   - พระพุทธรูป บาตร ตาลปัตร โต๊ะหมู่บูชา&lt;br /&gt;   - ธรรมาสน์ เสนาสนะที่นั่ง ที่นอนต่างๆ&lt;br /&gt;   - ระฆัง กลอง สร้างหอระฆัง สร้างหอกลอง&lt;br /&gt;   - สร้าง ซ่อมแซมกุฏิ สร้างห้องน้ำ ห้องส้วม&lt;br /&gt;   - พัดลม นาฬิกา ร่ม รองเท้า กระโถน&lt;br /&gt;   - โคมไฟ ไฟฉาย กระติกน้ำร้อน กาน้ำชา&lt;/p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8467252942275514599-5410667513429329077?l=hotsamathi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://hotsamathi.blogspot.com/feeds/5410667513429329077/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8467252942275514599&amp;postID=5410667513429329077' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/5410667513429329077'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/5410667513429329077'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://hotsamathi.blogspot.com/2009/07/blog-post.html' title='แก้เคล็ด ปรับดวงชะตา'/><author><name>....นส.อ่อนไหว</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02362473934603014181</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/-yWedkBiCHho/TiEnJap103I/AAAAAAAAAMw/JBCikugnWfI/s220/0388.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8467252942275514599.post-6911197253895387767</id><published>2009-04-27T01:38:00.001-07:00</published><updated>2009-04-27T01:42:54.204-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ทั่วไป'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='กฏแห่งกรรม'/><title type='text'>นินทานั้นไม่มีโทษ...แก่ผู้ถูกนินทาเลย</title><content type='html'>&lt;p&gt;&lt;b&gt;&lt;font color="#ff00ff"&gt;ผู้ถูกนินทาพึงมีเหตุผล&lt;/font&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;b&gt;&lt;font color="#ff00ff"&gt;คำนินทาใดๆ ไม่อาจทำคนดีให้เป็นคนไม่ดีไปได้ คนจะดีก็เพราะกรรม คนจะเลวก็เพราะกรรม หาใช่จะดีเพราะสรรเสริญ หรือจะเลวเพราะนินทาก็หาไม่&lt;/font&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;b&gt;&lt;font color="#ff00ff"&gt;ควรถือความจริงนี้เป็นสำคัญ และอย่าทำหรือไม่ทำอะไรเพราะกลัวนินทาหรือเพราะปรารถนาสรรเสริญ อย่าทำอะไรก็ตามทุกอย่างที่แม้เพียงสงสัยว่าเป็นกรรมไม่ดี แต่จงทำอะไรก็ตามทุกอย่างที่พิจารณาแล้วตระหนักแน่ชัดว่าเป็นกรรมดีเท่ากัน แม้ว่าการทำกรรมดีจะมีผู้นินทา&lt;/font&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;  &lt;span id="fullpost"&gt;&lt;p&gt;&lt;b&gt;&lt;font color="#ff00ff"&gt;นินทานั้นไม่มีโทษแก่ผู้ถูกนินทาเลย ถ้าผู้ถูกนินทาไม่รับ คือไม่ตอบ เช่นเดียวกับผู้ถูกด่าไม่ด่าตอบ ผู้ถูกขู่ไม่ขู่ตอบ ผู้ถูกชวนวิวาทไม่วิวาทตอบ แต่คำนินทาว่าร้ายทั้งจะตกเป็นของผู้นินทาทั้งหมด ผู้นินทาคือผู้ทำกรรม ซึ่งเป็นกรรมไม่ดี ไม่ว่าผู้ถูกนินทาจะรับหรือไม่รับก็ตาม ผู้นินทาย่อมได้รับผลไม่ดีแห่งกรรมไม่ดีของเขาอย่างแน่นอน&lt;/font&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ff00ff"&gt;&lt;b&gt;ดังนั้นแม้เมื่อถูกนินทาแล้ว ก็ให้คิดว่าผู้นินทาเราได้รับการตอบแทนแล้ว คือได้รับผลของกรรมไม่ดี ซึ่งจะส่งผลให้ปรากฏช้าหรือเร็วเท่านั้น ผลของกรรมไม่ดีนั้นแหละได้ตอบแทนเขาผู้นินทาแล้ว เราไม่มีความจำเป็นต้องตอบแทนแต่อย่างใด&lt;/b&gt;      &lt;br /&gt;&lt;b&gt;ความเชื่อในเรื่องกรรมและผลของกรรมมีคุณอย่างที่สุด ผู้ใดทำกรรมไว้จักได้รับผลของกรรมนั้น ความเชื่อเช่นนี้จักทำให้ไม่คิดร้ายตอบผู้คิดร้าย เป็นการระงับเวรภัยไม่ให้เกิดแก่ตน เป็นการป้องกันตนมิให้ทำกรรมไม่ดี ทั้งทางกายวาจาและใจ โดยมุ่งให้เป็นการแก้แค้นตอบแทน ผลจักเป็นความสงบสุขแก่ตนและแก่ผู้อื่นด้วย&lt;/b&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#808000"&gt;&lt;b&gt;ที่มา : การบริหารจิตสำหรับผู้ใหญ่ : สมเด็จพระ&lt;/b&gt;&lt;b&gt;ญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก&lt;/b&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8467252942275514599-6911197253895387767?l=hotsamathi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://hotsamathi.blogspot.com/feeds/6911197253895387767/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8467252942275514599&amp;postID=6911197253895387767' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/6911197253895387767'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/6911197253895387767'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://hotsamathi.blogspot.com/2009/04/blog-post_2362.html' title='นินทานั้นไม่มีโทษ...แก่ผู้ถูกนินทาเลย'/><author><name>....นส.อ่อนไหว</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02362473934603014181</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/-yWedkBiCHho/TiEnJap103I/AAAAAAAAAMw/JBCikugnWfI/s220/0388.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8467252942275514599.post-135982634854144767</id><published>2009-04-27T01:30:00.001-07:00</published><updated>2009-04-27T01:41:14.160-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บุญ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ทั่วไป'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อานิสงส์'/><title type='text'>ความสำคัญของอธิษฐานบารมี</title><content type='html'>&lt;p&gt;&lt;font color="#8000ff"&gt;&lt;b&gt;ถาม&lt;/b&gt; : แล้วเราอธิษฐานช่วยคนอื่นได้มั้ยคะ ?       &lt;br /&gt;&lt;b&gt;ตอบ&lt;/b&gt; : ถ้าหากว่าถึงระดับที่ว่าจบกันไปแล้วมันจะเกิดฤทธิ์อย่างหนึ่ง เขาเรียกว่า &lt;b&gt;อธิษฐานฤทธิ์&lt;/b&gt; กับ&lt;b&gt;บุญฤทธิ์&lt;/b&gt; ๒ อย่างนี่สามารถช่วยคนได้ &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;   &lt;br /&gt;&lt;font color="#8000ff"&gt;&lt;b&gt;ถาม&lt;/b&gt; : ถ้ายังไม่ถึงก็ไม่ควรใช่มั้ยคะ ?       &lt;br /&gt;&lt;b&gt;ตอบ&lt;/b&gt; : ถ้ายังไม่ถึงช่วยได้แต่มันก็ได้น้อย &lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;span id="fullpost"&gt; &lt;p&gt;   &lt;br /&gt;&lt;font color="#8000ff"&gt;&lt;b&gt;ถาม&lt;/b&gt; : เพราะว่าอย่างแม่เขาจะเป็นโรครักษาไม่หายซักที เสร็จแล้วอย่างหนูสวดมนต์หรือคนอื่นเขาจะทำบุญนี่หนู ๆ ก็จะ...(ไม่ชัด) ?       &lt;br /&gt;&lt;b&gt;ตอบ&lt;/b&gt; : ไม่เป็นไร ทุกครั้งก็บอกให้เขาโมทนาอุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรเขาด้วย ทำไปเรื่อย ๆ ทีละนิดทีละหน่อยดีกว่า ถ้าหากว่าไปแก้กรรมประเภทที่ว่าไม่ถูกต้องตามศีลตามธรรมเดี๋ยวจะเสียหายกันยกใหญ่เพราะมันจะเรียกกันเยอะ ๆ &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;   &lt;br /&gt;&lt;font color="#8000ff"&gt;&lt;b&gt;ถาม&lt;/b&gt; : ก็จะมีเพื่อนแนะนำให้ไปวัดโน้นวัดนี้บ้างแต่ก็ไม่กล้าไป ?       &lt;br /&gt;&lt;b&gt;ตอบ&lt;/b&gt; : ลำบากหน่อย ถ้าหากว่าไม่มั่นใจก็ย่อง ๆ ไปดูเขาก่อนอย่าเพิ่งพาคนไข้ไป ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เข้าไปเหมือนนักท่องเที่ยวคนหนึ่ง ไปสังเกตการณ์ก่อนก็ได้ ถ้ายิ่งได้ทิพจักขุญาณก็ดูมันเลย ดูมันทำได้จริงหรือเปล่า ? &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;   &lt;br /&gt;&lt;font color="#8000ff"&gt;&lt;b&gt;ถาม&lt;/b&gt; : แล้วอย่างหนูทำบุญทุกวันหยอดเงินบาทหนึ่ง หยอดเงินหน้าหิ้งพระค่ะ แล้วหนูยังไม่ได้เอามาถวายถือเป็นการทำบุญหรือเปล่าคะ ?       &lt;br /&gt;&lt;b&gt;ตอบ&lt;/b&gt; : &lt;b&gt;เป็นแล้ว เพราะว่าเราตั้งใจอยู่แล้วว่าเงินส่วนนี้จะทำบุญ ถ้าหากว่าเราตายตอนนั้นผลบุญอันนั้นเราได้เลย&lt;/b&gt; แต่พระขาดทุน เพราะยังไม่ได้รับสตางค์ (หัวเราะ) อันนี้ไม่ต้องกังวล อันนี้เป็นบุญอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าของเรานี่ เจตนามันเป็นบุญอยู่แล้ว พอเราได้ทำไปผลบุญนั้นก็เป็นอันสำเร็จแล้ว มันก็เหลืออยู่เพียงว่ามีวาระมีโอกาสก็เอาเงินนั้นมาถวายพระ เพราะฉะนั้นห้ามตายก่อน ตายก่อนพระขาดทุน &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;   &lt;br /&gt;&lt;font color="#8000ff"&gt;&lt;b&gt;อธิษฐานบารมีนี่สำคัญนะ เป็นบารมีที่สำคัญมาก คนที่ไม่ถึงระดับปรมัตถบารมีใช้อธิษฐานไม่เป็นด้วยซ้ำไป&lt;/b&gt; บางคนก็เข้าใจผิดว่า อธิษฐานบารมี อย่างเช่นว่า ทำบุญแล้วขอให้เป็นนั่นขอให้เป็นนี่ ขอให้ได้นั่นขอให้ได้นี่ปรากฏว่าเป็นการโลภเขาไปคิดอย่างนั้น อันนั้นไม่ใช่ อธิษฐานบารมีเป็นการเจาะจงว่าผลบุญที่เราทำจะให้มันเกิดอะไร จะให้เกิดขึ้นเมื่อไหร่ สำหรับตัวเราเป็นการเจาะจงเวลา ถ้าหากว่าเราต้องการของอย่างหนึ่งตอนนี้ ถ้าเราไม่ตั้งใจไว่กอนมันมาอีกโน่นปี ๒ ปี ข้างหน้า ซึ่งไม่มีประโยชน์กับเราแล้ว &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;   &lt;br /&gt;&lt;font color="#8000ff"&gt;&lt;b&gt;อธิษฐานบารมีเป็นการยิงปืนเล็งเป้าเพื่อให้ถูกต้องเป้าหมาย&lt;/b&gt; ถ้าหากยิงเหวี่ยงแหส่งเดชไปมันอาจจะไม่ถูกเป้าหมายเลยก็ได้ สิ่งที่เราทำไม่ว่าจะดีหรือชั่วเขาส่งผลอยู่แล้ว &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;   &lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;font color="#8000ff"&gt;อธิษฐานบารมีนี่เป็นการจำกัดว่าจะให้เกิดขึ้นเมื่อไหร่ เกิดผลอย่างไร มันไม่ได้โลภอะไรเลย เพียงแต่กำหนดให้มันแน่นอนลงไปเท่านั้น เรื่องของอธิษฐานบารมีนี่ถ้าหากว่าเราสร้างสาเหตุได้เพียงพอ ผลมันก็จะเกิด ทีนี้ถ้าหากว่าเหตุมันยังไม่พอผลมันก็ยังไม่เกิดหรอก&lt;/font&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt; &lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;  &lt;p&gt;   &lt;br /&gt;&lt;font color="#8000ff"&gt;อย่างเช่นว่าน้ำขวดนี้ ยกตัวอย่างน้ำนี่ง่ายดี ถ้าหากว่าโยมสร้างเหตุเพียงพอก็คือ น้ำมันจะเต็มขวดแล้ว โยมตั้งใจอธิษฐานขอน้ำขวดหนึ่งโยมได้แน่นอน แต่ถ้าหากว่าน้ำมันแค่นี้ แล้วโยมตั้งใจขอน้ำขวดหนึ่งโยมได้แน่นอน แต่ถ้าหากว่าน้ำมันแค่นี้ แล้วโยมตั้งใจขอน้ำเต็มขวด เขาก็ให้เราไม่ได้เพราะว่ายังไม่เต็ม      &lt;br /&gt;เพราะฉะนั้นเราต้องทำเหตุให้เพียงพอ ผลถึงจะได้ เรื่องของธรรมะเป็นเรื่องตรงไปตรงมา &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;   &lt;br /&gt;&lt;font color="#8000ff"&gt;ที่&lt;b&gt;หลวงพ่อโตวัดระฆัง&lt;/b&gt; ท่านบอกว่า ถ้าเจ้าไม่สร้างเอาไว้แล้ว เที่ยวไปขอร้องขอต่อคนอื่นเมื่อไหร่เจ้าจะได้ เพราะฉะนั้นก็เลยจำเป็นอยู่ตรงนี้ว่า เราต้องทำให้เพียงพอ ถึงเวลาอธิษฐานว่าเราต้องการอย่างไรมันถึงจะเป็นอย่างนั้น&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;   &lt;br /&gt;&lt;b&gt;สนทนากับพระเล็ก สุธมฺมปญฺโญ &lt;/b&gt;    &lt;br /&gt;&lt;b&gt;ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่มา : &lt;a href="http://www.grathonbook.net/book/" target="_blank"&gt;เว็บ กระโถนข้างธรรมาสน์&lt;/a&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;  &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8467252942275514599-135982634854144767?l=hotsamathi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://hotsamathi.blogspot.com/feeds/135982634854144767/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8467252942275514599&amp;postID=135982634854144767' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/135982634854144767'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/135982634854144767'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://hotsamathi.blogspot.com/2009/04/blog-post_27.html' title='ความสำคัญของอธิษฐานบารมี'/><author><name>....นส.อ่อนไหว</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02362473934603014181</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/-yWedkBiCHho/TiEnJap103I/AAAAAAAAAMw/JBCikugnWfI/s220/0388.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8467252942275514599.post-1651961397968447206</id><published>2009-04-27T01:18:00.001-07:00</published><updated>2009-04-27T01:21:32.933-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บุญ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สมาธิ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ทั่วไป'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การบวช'/><title type='text'>วัดที่ไปแล้วโปรดอย่าไปอีก</title><content type='html'>&lt;p&gt;&amp;#160;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ช่วงระหว่างวันที่ ๑๖ - ๒๒ เมษายน ๒๕๕๒ ผู้เขียนมีโอกาสเข้าวัดฝีกวิปัสสนากรรมฐานที่วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี ครั้งที่ ๒ จึงถือโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เล่าประสบการณ์ชีวิตคนอยู่วัดให้ผู้อ่านได้ทราบค่ะ&lt;/p&gt; &lt;span id="fullpost"&gt; &lt;p&gt;   &lt;br /&gt;&lt;font color="#ff0080"&gt;บทพิสูจน์คนจริง&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;   &lt;br /&gt;ก่อนเดินทางหนึ่งวัน ร่างกายเริ่มมีปัญหาปวดที่ข้อเท้า และไหล่ขวา จิตใจเริ่มลังเลจะไปดีหรือไม่ อย่างไรก็ต้องไปเพราะตั้งใจไว้แล้ว อีกทั้งยังชักชวนญาติมิตรอีก ๔ คน&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ถ้าผู้เขียนไม่ไปคนเดียวคนอื่นก็ไปไม่ได้เพราะไม่มีใครขับรถพาไป    &lt;br /&gt;วันที่ ๑๖ เม.ย. ตัดสินใจเดินทางทั้ง ๆ ที่ข้อเท้าเริ่มปวดมากขึ้น เดินไม่ถนัด ใช้เวลาขับรถยนต์จากนครปฐม เกือบ ๔ ชั่วโมงไปถึงในเวลา บ่ายสามโมง ลงทะเบียนเข้าที่พัก เห็นบัตรที่พักก็ใจหายเพราะอยู่ที่โรงเรียนปริยัติธรรม ชั้น ๓ แค่เดินชั้นล่างก็แย่แล้ว ต้องขึ้นบันไดไปถึงชั้นสาม... &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;จะเป็นอย่างไร อาศัยใจสู้ ฝืนเดิน แล้วก็พยายามทายา ใส่ยางยืดรัดข้อเท้าบรรเทาอาการปวด เดินเขย่งขึ้นบันไดด้วย   &lt;br /&gt;ความเจ็บปวด เสียวแปลบ แต่ก็ไม่ถอดใจ...&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;   &lt;br /&gt;&lt;font color="#ff00ff"&gt;บรรยากาศการปฏิบัติ&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;   &lt;br /&gt;ในที่นี้คงไม่เขียนละเอียด เล่าโดยสังเขปละกันค่ะ ประมาณ    &lt;br /&gt;ห้าโมงเย็น หลังจากรับประทานอาหารเย็นที่โรงทานแล้วก็ไปปฏิบัติธรรม โดยเจ้าหน้าที่แยกผู้มาใหม่กับผู้ที่เคยมาแล้วออกจากกันเริ่มเดินจงกรม ๒๐ นาที นั่งสมาธิ ๒๐ นาทีในรอบแรก และเดินจงกรม ๔๐ นาที นั่งสมาธิ ๔๐ นาที ในรอบที่สอง &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ส่วนวันอื่น ๆ ตั้งแต่วันที่ ๑๗ - ๒๒ เม.ย. จะมีกิจกรรมที่เหมือนกันคือ    &lt;br /&gt;&lt;font color="#0000ff"&gt;รอบแรก&lt;/font&gt; พระตีระฆังในเวลา ๐๓. ๓๐ น. ทำภารกิจส่วนตัว    &lt;br /&gt;จากนั้นก็ไปพร้อมกันที่ศาลา เริ่มทำวัตรในเวลา ๐๔.๐๐ น &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;จากนั้นก็เดินจงกรม นั่งสมาธิ รวมแล้วประมาณชั่วโมงเศษ ๆ เสร็จแล้วก็ไปรับประทานอาหารเช้าในเวลา ๐๖.๓๐ น.&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#0000ff"&gt;รอบที่สอง&lt;/font&gt; เวลา ๐๘.๐๐ – ๑๑.๐๐ น. (เดินจงกรม นั่งสมาธิ)    &lt;br /&gt;&lt;font color="#0000ff"&gt;รอบที่สาม&lt;/font&gt; เวลา ๑๓.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. (เดินจงกรม นั่งสมาธิ)    &lt;br /&gt;&lt;font color="#0000ff"&gt;รอบที่สี่&lt;/font&gt; เวลา ๑๘.๐๐ - ๒๑.๐๐ น. (ทำวัตรเย็น เดินจงกรม นั่งสมาธิ)&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;   &lt;br /&gt;&lt;font color="#ff00ff"&gt;ความร้อนพิสูจน์ทอง ความทุกข์พิสูจน์คน&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;   &lt;br /&gt;การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน เดิน ๆ นั่ง ๆ ไม่ง่ายอย่างที่คิด ต้องเสวยทุกขเวทนาอย่างแสนสาหัส เพราะการฝึกปฏิบัติเพิ่มความเข้มข้นขึ้น เรื่อย ๆ จากรอบละ ๔๐ นาที เป็น ๔๕ นาที ๑ ชั่วโมง ๑.๑๕ ชั่วโมง และ ๑.๓๐ ชั่วโมง ใครที่ไม่เคยฝึกนั่งคงไม่รู้หรอกว่า อิริยาบถบังทุกขัง อย่างไร &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;(หากเราพิจารณากฎไตรลักษณ์ เราจะพบว่า ร่างกายนี้เป็นอนิจจัง   &lt;br /&gt;ทุกขัง อนัตตา แต่ที่เรามองไม่เห็นเพราะมีบางสิ่งบดบังอยู่)&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ในระหว่างที่เดินจงกรม นั่งสมาธิ ช่วงเสวยทุกขเวทนา รู้สึก   &lt;br /&gt;เบื่อหน่ายในกองขันธ์ทั้ง ๕ เห็นแต่ความทุกข์ที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เห็นการเกิดดับของจิตที่ทำงานอย่างรวดเร็ว ต้องคอยกำหนดและตามดูแลใจที่เหมือนลูกลิงที่ซุกซน บางครั้งก็เกิดอาการน้ำตาซึมด้วยความเบื่อหน่ายในสังสารวัฏ อีกนานเพียงใดจึงจะข้ามพ้นห้วงมหรรณพอันยาวไกล &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ฝ่าคลื่นแห่งกิเลสพันห้า ตัณหาร้อยแปดไปได้พ้น…. นึกสงสารและเวทนาตัวเองไม่น้อย&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ช่วงที่ปฏิบัติห้ามพูด ห้ามคุย เพราะต้องฝึกสติอยู่ตลอดเวลาในอิริยาบถ ยืน เดิน นั่ง นอน การเดินต้องกุมมือไว้   &lt;br /&gt;ข้างหน้า ห้ามแกว่งแขน ห้ามนั่งไขว่ห้าง ห้ามยืนดื่มน้ำ ห้ามถูกเนื้อต้องตัวเพศตรงข้าม ต้องคอยระมัดระวัง    &lt;br /&gt;แม้แต่เด็ก ๆ ก็ห้ามแตะต้องเพราะถือพรหมจรรย์อยู่&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;เพื่อนนักปฏิบัติธรรมบางคน มาอยู่ได้คืนเดียวก็กลับบ้าน   &lt;br /&gt;ทั้ง ๆ ที่มาจากต่างจังหวัด บางคนนอนไม่หลับก็ทนไม่ไหว บางคนบอกว่าเวลานั่งเห็นวิญญาณมานั่งคุกเข่าอยู่ข้างหน้า ( ฟังแล้วก็ขนลุกไม่รู้ว่าของจริงหรืออุปาทานกันแน่) &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;บางคนมาจาก จ.นครราชสีมา บอกว่าอยู่บ้านเคยนั่งอยู่ในห้องแอร์เย็นสบาย มาอยู่ที่นี่ ผู้คนมากมาย อึดอัด ร้อนก็ร้อน กลับบ้านดีกว่า…..&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;   &lt;br /&gt;เด็กสาวบางคนเล่าให้ฟังว่า พี่ชายมาส่งแล้วกลับไปแล้ว ไม่มีที่พักเพราะคนมากันมากโดยเฉพาะช่วงคืนวันศุกร์     &lt;br /&gt;(การมาปฏิบัติธรรมที่นี่จะมีสองช่วงคือ มาวันโกนและกลับวันโกนอาทิตย์ต่อไป และ มาวันศุกร์ กลับวันอาทิตย์ ซึ่งมีคนมากันมาก) ไม่มีที่พักต้องไปพักหน้าอาคารพักซึ่งที่วัดมีสุนัขมาก สุนัขก็มาเลียหน้าตา ยุงก็กัด คนก็คุย    &lt;br /&gt;นอนก็นอนไม่หลับ ได้แต่นอนร้องไห้น้ำตาไหล    &lt;br /&gt;ด้วยความอดทน…..&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;   &lt;br /&gt;ส่วนผู้เขียนก็กัดฟันทน เดินจงกรม ตั้งแต่ปวดขามาก ๆ เดินไปเดินมา อาการเจ็บปวดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อเท้า หรือไหล่ก็ค่อย ๆ หายในที่สุด&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;   &lt;br /&gt;ทุกคนที่มาที่วัดแห่งนี้มาด้วยวัตถุประสงค์ต่างกัน บางคนก็บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ตนตั้งสัจจะไว้ บางคนก็ท้อแท้สิ้นหวังเพราะลำบากกว่าที่คาดคิด ทั้งหมดคือบทพิสูจน์คน ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามหากขาดอิทธิบาท ๔ ชีวิตทั้งทางโลก    &lt;br /&gt;และทางธรรมย่อมล้มเหลวแน่นอน&lt;/p&gt; &lt;dir&gt;&lt;dir&gt;&lt;font color="#ff00ff"&gt;มาแล้วไม่ต้องมาอีก&lt;/font&gt;&lt;/dir&gt;&lt;dir&gt;&lt;font color="#ff00ff"&gt;&lt;/font&gt;      &lt;br /&gt;ช่วงที่ปฏิบัติ แม่ชีที่ดูแลจะคอยแนะนำการเดิน      &lt;br /&gt;นั่งที่ถูกต้อง และพูดเสมอว่า “มาแล้วไม่ต้องมาอีก” ให้ไปปฏิบัติที่บ้านเพราะคนมากันมาก ทำให้อึดอัดแย่งอากาศกันหายใจ บางคนมาแล้วมาอีกไม่พัฒนา ไม่รู้จักเอาจริงเอาจัง มากี่ครั้ง ๆ ก็ไม่มีประโยชน์ ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา มากัน      &lt;br /&gt;ตั้ง สามพันกว่าคน…..&lt;/dir&gt;&lt;/dir&gt;  &lt;p&gt;ผู้เขียนฟังแล้วก็เห็นใจเจ้าหน้าที่ ที่มีไม่กี่คนและทำงานไม่มีวันหยุดวันแล้ววันเล่า ที่ผู้คนหลั่งไหลมาที่วัดอัมพวัน เพราะบารมีหลวงพ่อจรัญ อีกทั้งอิทธิพลของสื่อสารมวลชนในเรื่องการสแกนกรรม ผู้คนยิ่งแห่กันมาอย่างคับคั่ง…. จนไม่แน่ใจว่าศรัทธาหรือกระแสกันแน่… และบอกกับตัวเองว่า มาแล้วคงไม่มาอีก ไม่ใช่ที่นี่ไม่ดีหากแต่ดีมาก ทางวัดพยายามอำนวยความสะดวกทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นชุดขาว ย่ามใส่ของ รองเท้าแตะ ขันน้ำพลาสติก มีให้ยืมหมด &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;อาหารการกินก็อุดมสมบูรณ์ด้วยความเมตตาของหลวงพ่อ    &lt;br /&gt;ด้วยเหตุนี้ผู้คนจึงหลั่งไหลกันมา &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;แต่คนที่เคยมาแล้วก็ควรเปิดโอกาสให้คนอื่นได้มาปฏิบัติอย่างสะดวก สบาย ไม่อึดอัด ไม่เดือดร้อนเรื่องที่พัก และการบริการ อีกทั้งเจ้าหน้าที่จะได้ผ่อนคลายความเหนื่อยล้าบ้าง…..&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#8000ff"&gt;มาแล้วโปรด     &lt;br /&gt;อย่ามาอีกเลยนะคะ&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ที่มา : โดย คุณ ธรรมทิพย์ จาก &lt;a href="http://board.palungjit.com/f10/วัดที่ไปแล้วโปรดอย่าไปอีก-184508.html" target="_blank"&gt;เว็บบอร์ด พลังจิต&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;  &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8467252942275514599-1651961397968447206?l=hotsamathi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://hotsamathi.blogspot.com/feeds/1651961397968447206/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8467252942275514599&amp;postID=1651961397968447206' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/1651961397968447206'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/1651961397968447206'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://hotsamathi.blogspot.com/2009/04/blog-post.html' title='วัดที่ไปแล้วโปรดอย่าไปอีก'/><author><name>....นส.อ่อนไหว</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02362473934603014181</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/-yWedkBiCHho/TiEnJap103I/AAAAAAAAAMw/JBCikugnWfI/s220/0388.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8467252942275514599.post-2447933605004813139</id><published>2008-11-26T09:36:00.000-08:00</published><updated>2008-12-03T07:02:15.638-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บุญ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ทั่วไป'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความรัก'/><title type='text'>ดูอย่างไร…ใครเป็นคู่ตุนาหงัน</title><content type='html'>&lt;p&gt;&amp;#160;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;b&gt;ดูอย่างไร&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&amp;#8230;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;ใครเป็นคู่ตุนาหงัน&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;b&gt;&lt;img alt="" src="http://www.watcharathath.com/includes/FCKeditor/upload/Image/bussaba.jpg" border="0" /&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#808000"&gt;เมื่อพานพบผู้คนอันหลากหลายในโลกกว้างจะรู้ได้อย่างไรว่าใครเป็นคู่เราบ้างและเขาผู้นั้นเป็นคู่ประเภทใดการพิจารณาดูว่าใครเป็นคู่บ้างนั้นสามารถดูได้ 3 ระดับความแม่นยำคือ&lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;font color="#808000"&gt;   &lt;p&gt;     &lt;br /&gt;&lt;b&gt;1.&lt;/b&gt;&lt;b&gt;ดวงใจบ่งบอกออกมาเป็นความรู้สึก&lt;/b&gt;เป็นวิธีทั่วๆไปที่บุคคลทั้งหลายสามารถสังเกตุได้และล้วนเคยมีประสบการณ์มาแล้วทั้งสิ้นเช่น       &lt;br /&gt;เมื่อเจอคู่กัดจะรู้สึกหมั่นไส้ เขม่น อึดอัดแม้จะยังไม่รู้จักมักจี่กันมาก่อน       &lt;br /&gt;เมื่อเจอคู่กามจะมีอาการสะดุดใจเล็กน้อยถ้าเพ่งพินิจก็จะกระสันในกันและกัน แต่พอผ่านไปก็ไม่ได้คิดถึงคะนึงหา       &lt;br /&gt;เมื่อเจอคู่กรรมถ้าคู่กรรมดี ก็จะรู้สึกถูกชะตา สบายใจอยากเป็นมิตรกัน ถ้าเป็นคู่กรรมชั่ว ก็จะรู้สึกคุ้นเคย พอรู้จักกันจะมีอาการหนักใจเมื่อมาเป็นมิตรกันก็รู้สึกระวังตัว ไม่เปิดใจต่อกันเต็มที่       &lt;br /&gt;เมื่อเจอคู่ธรรมจะรู้สึกอบอุ่นมาก สิ่งต่างๆจะกลมกลืนลงตัวสนิทใจ เชื่อใจกัน       &lt;br /&gt;เมื่อเจอคู่บารมีประดาพลังผูกพันอันมีอยู่ในใจ จะฉายออกมาเป็นความเบาใจ ความสุขใจ ความอุ่นใจและคิดคะนึงถึงโดยไม่รู้สาเหตุแม้ขณะที่ยังไม่รู้จักกันก็ตาม       &lt;br /&gt;เหล่านี้คือความรู้สึกบางส่วนที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเจอคู่ของตนแต่วิธีนี้ผิวเผินมากอาจพลาดได้ง่าย&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;     &lt;br /&gt;&lt;b&gt;2.&lt;/b&gt;&lt;b&gt; การดูภาพซ้อนด้วยตาทิพย์&lt;/b&gt;วิธีนี้สามรถทำได้เฉพาะคนฝึกฝนจิตใจตนเองพอสมควรจนมีสมาธิอ่อนๆแล้วเท่านั้น       &lt;br /&gt;การเห็นภาพทิพย์ คือจะเห็นกายทิพย์ของเขาที่เป็นอีกกายหนึ่งซ้อนอยู่กับกายธาตุกายทิพย์นั้นจะเกิดจากอำนาจใจและจะแสดงอาการของใจชัดกว่ากายเนื้อบางคนกายเนื้อเฉยอยู่ แต่กายทิพย์แอบแผ่รัศมีมาทางเรา หรือมาโอบเราไว้ก็มีหรือหากไม่มีอาการดังกล่าวอย่างน้อยก็จะเห็นเป็นร่างทิพย์ที่คุ้นมากซ้อนอยู่กับร่างธาตุหยาบนี้นั่นแสดงว่าอาจจะเป็นคู่ประเภทใดประเภทหนึ่งของเราก็ได้       &lt;br /&gt;วิธีนี้เป็นวิธีที่ชัดลึกกว่าความรู้สึกแต่ยังไม่เที่ยงตรงเท่าวิธีต่อไป &lt;/p&gt;    &lt;p&gt;     &lt;br /&gt;&lt;b&gt;3. การระลึกชาติ&lt;/b&gt;วิธีที่จะตรวจสอบได้แน่นอนมากก็คือการระลึกชาติการระลึกชาติอาจทำได้2กรณี       &lt;br /&gt;1) &lt;b&gt;ระลึกคนเดียว&lt;/b&gt;หากใครคนใดคนหนึ่งฝึกจิตพอสมควร ก็จะระลึกได้ว่าชาติก่อนตนเคยเป็นคู่กับใครหรือใครเป็นคู่กับตน เป็นอยู่กันอย่างไรมีอธิษฐานร่วมกันหรือไม่       &lt;br /&gt;2) &lt;b&gt;ระลึกคู่&lt;/b&gt; การระลึกชาติคู่คือระลึกพร้อมกันทั้ง2คน ซึ่งทั้งคู่จะเห็นภาพในอดีตของตนได้ว่าเคยอยู่กันมาตั้งแต่ไหนอย่างไรย้อนไปเป็นชาติๆ&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;     &lt;br /&gt;คนที่จะทำเช่นนี้ได้จะต้องมีสมาธิดีมากถ้าสมาธิไม่ดีพอจะรู้สึกเป็นพลัง เคลื่อนออกมาจากใจเป็นระลอกๆเฉยๆ โดยไม่เห็นภาพแต่ความรู้สึกที่ปรากฏก็จะชัดเจนว่าเป็นความผูกพันของบุญบาปบารมีที่บำเพ็ญร่วมกันมามากบ้างน้อยบ้างการระลึกชาตินั้นมีหลายระดับคือ       &lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;การระลึกชาติระดับต้น&lt;/u&gt;&lt;/b&gt; เมื่อมีสมาธิระดับต้น คือฌานสอง ที่ระงับ วิตก วิจารในสิ่งทั้งหลายแล้วจิตก้าวล่วงจากการเกาะเกี่ยวในกาลเวลาแล้วน้อมใจดูอดีตจะเห็นเป็นภาพแห่งอดีตปรากฏขึ้นชัดมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับระดับสมาธิแต่การระลึกชาติในระดับนี้มีความเที่ยงตรงต่ำเพราะจิตระดับนี้แม้ได้สมาธิบ้างแล้วแต่ยังไม่มั่งคงนัก จิตจะปรุงแต่งได้ง่ายดังนั้นยังเชื่อถือไม่ได้เต็มที่การเห็นนั้นเห็นจริง แต่สิ่งที่เห็นอาจจะถูกก็ได้ผิดก็ได้ ดังนั้น การเห็นในระดับนี้จึงยังไม่ควรสนใจ       &lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;การระลึกชาติระดับกลาง&lt;/u&gt;&lt;/b&gt; เมื่อมีสมาธิระดับกลาง คือฌานสาม ที่ระงับปิติแล้ว ใจจะเป็นสุขอยู่กับตนเองเมื่อเพ่งเข้าไปในใจให้ลึกยิ่งขึ้นโดยลำดับจะปรากฏเป็นสัญญาณแห่งความทรงจำในอดีตไหลเคลื่อนออกมาทาง node เหนือหัวใจแล้วมาปรากฏเป็นภาพที่สมอง การระลึกในระดับนี้มีความเที่ยงตรงมากขึ้นแต่ความชัดเจนจะยังไม่สมบูรณ์       &lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;การระลึกชาติระดับสมบูรณ์&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;เมื่อมีสมาธิระดับสูง คือฌานสี่ ละความสุข ละความทุกข์ ละความดีใจละความเสียใจได้ ใจเป็นอุเบกขาด้วยสติอันบริสุทธิ์แล้วเพ่งภายในโดยลำดับและปล่อยวางโดยลำดับจนกระทั่งมีการล้างสัญญาของปัจจุบันชาติออกหมด ซึ่งจะมีอาการปรากฏเหมือนไฟฟ้าช๊อตดั่งว่าจะตาย ไม่ต้องกลัวจงยอมตายเสีย (หาไม่จะค้างภาวะสัญญาใหม่คลายออกไม่หมด)เมื่ออาการดังกล่าวหยุดลงแล้ว จะปรากฏตัวเราในอดีตชาติออกมาจากตัวเราที่นั่งอยู่อย่างชัดเจน การระลึกชาติในระดับนี้เป็นการระลึกแบบสมบูรณ์เที่ยงตรง ไม่มีความผิดเพี้ยนใด ซึ่งบุคคลจะระลึกชาติได้นั้นต้องฝึกสมาธิเป็นประจำจนได้สมาธิจริงๆ จึงจะระลึกได้สิ่งที่สำคัญมากคืออย่านึกเดาเอาเองว่าอดีตเราเคยเป็นอะไรเพราะนั่นคือ       &lt;br /&gt;ความฝันกลางวันหรือแม้ฝันกลางคืนก็ยังเชื่อถือไม่ได้เพราะความฝันของมนุษย์นั้นอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุเช่น ธาตุกำเริบ จิตใจหมกมุ่น สมาธิอ่อน เจตภูตออกเที่ยวหรือพรายนิมิต&lt;/p&gt; &lt;/font&gt;  &lt;p&gt;&lt;b&gt;&lt;font color="#808000"&gt;เนื้อคู่&lt;/font&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#808000"&gt;บุคคลที่อยู่ในระดับสูงของวิวัฒนาการแล้วและมีคุณสมบัติเป็นมนุษย์พิเศษจำนวนมากที่ไม่มีคู่ชีวิต เช่น พระสารีบุตรพระโมคัลลานะ พระกัจจายนะ พระรัฐปาลและพระราหุล เป็นต้นแต่บุคคลเหล่านี้จะมีคู่ธรรมแทนเช่น      &lt;br /&gt;พระสารีบุตรเป็นคู่ธรรมกับพระโมคคัลลานะ จะเกิดด้วยกันเกือบทุกชาติเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลกันในการปฏิบัติธรรมจนกระทั่งชาติสุดท้ายได้สำเร็จอรหันต์ในตำแหน่งอัครสาวกด้วยกันนับเป็นเพื่อนแท้อีกคู่หนึ่งในโลก หรืออย่างพระราหุล กับพระนางอุบลวรรณา(กัณหา-ชาลี ในอดีตชาติ)เป็นคู่ธรรมกันมักจะเกิดเป็นพี่น้องกันเกือบทุกชาติเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลการปฏิบัติธรรมของกันและกันนับเป็นพี่น้องที่ยืนยาวมากอีกคู่หนึ่งในโลกบุคคลเหล่านี้ท่านไม่นิยมคู่ชีวิตเพราะยุ่งยาก ไม่เป็นอิสระไม่เอื้อต่อความสงบจึงมีคู่ธรรมแทน       &lt;br /&gt;บุคคลที่ควรจะมีคู่คือ ผู้ที่จะบำเพ็ญเพียรเป็นพระพุทธเจ้าบุคคลเหล่านี้จะต้องฝ่าความระกำลำบากนานาประการ เป็นสัตว์ทุกชนิดเป็นมนุษย์ทุกประเภท เป็นเทวดาทุกภพทุกภูมิ เป็นพรหมทุกชั้นต้องเคยอยู่เคยเป็นทุกอย่าง เพื่อจะได้รู้แจ้งแทงตลอดธรรมชาติอย่างโปร่งปรุ&lt;u&gt;พระพุทธเจ้าเปรียบว่า&lt;/u&gt;&lt;u&gt;ผู้บำเพ็ญเพียรเพื่อเป็นพระพุทธเจ้าเสมือนคนที่เห็นทะเลกำลังเดือด&lt;/u&gt;&lt;u&gt;แล้วประสงค์จะว่ายน้ำ ฝ่าทะเลเดือดเพื่อไปช่วยมหาชน ณ ฝั่งที่ยังมองไม่เห็น&lt;/u&gt;ใครมีความกล้าอุทิศตนถึงเพียงนี้ จึงอาจบำเพ็ญเพียรเพื่อเป็นพระพุทธเจ้าได้และในการบำเพ็ญตลอดทางอันไกลกันดารยาวนานนั้น มักจะทรงเลือกคู่บารมีเพื่อจะคอยเกื้อกูลประคับประคองกันในการปฏิบัติธรรม       &lt;br /&gt;หากจะถามว่าพระโพธิสัตว์ที่บำเพ็ญเพียรอยู่นั้นกับคู่บารมีของพระองค์มีทุกข์ระหว่างกันบ้างหรือไม่ ก็บอกได้เลยว่ามี มีมากกว่าคนธรรมดาด้วยเพราะความผูกพันอันยาวนานจะฝังรากลึก เวลาสมหวังก็ดีใจลึกๆเวลาผิดหวังก็เสียใจร้าวลึกเช่นกันแต่คนที่จะเป็นคู่บารมีได้จะต้องอุทิศชีวิตให้แก่กันและกันได้และจะต้องมีอธิษฐานจิตกำกับทุกชาติไปดังนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นจึงมักถูกคลี่คลายได้โดยไม่ยาก       &lt;br /&gt;สำหรับมนุษย์โดยทั่วไปที่ไม่ได้อธิษฐานเป็นคู่กันตลอดกาลมักจะพานพบและมีความสัมพันธ์กับเพศตรงข้ามอย่างสับสนชาติหนึ่งอาจจะเป็นคู่กับอีกคนหนึ่ง พออีกชาติหนึ่งไปเป็นคู่กับอีกคนหนึ่งชาติอื่นอาจจะไปเป็นคู่ของคนอื่นอีกเรื่อยไปต้องเริ่มต้นเรียนรู้ทำความเข้าใจกันใหม่อยู่ร่ำไปครั้นมาเจอคู่คนเก่าในชาติเดียวกันก็จะหลายใจ และมักมีปัญหาความสำส่อนตามมาอันเป็นเหตุแห่งความทุกข์ทั้งสิ้น จึงทำให้เกิด คู่กัด คู่กามคู่กรรมตามแต่กรณี&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;   &lt;br /&gt;ที่มา &lt;a href="http://www.watcharathath.com/modules.php?name=P1&amp;amp;sid=141&amp;amp;new_topic=19"&gt;http://www.watcharathath.com/modules...1&amp;amp;new_topic=19&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;  &lt;/span &gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8467252942275514599-2447933605004813139?l=hotsamathi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://hotsamathi.blogspot.com/feeds/2447933605004813139/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8467252942275514599&amp;postID=2447933605004813139' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/2447933605004813139'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/2447933605004813139'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://hotsamathi.blogspot.com/2008/11/blog-post_26.html' title='ดูอย่างไร…ใครเป็นคู่ตุนาหงัน'/><author><name>....นส.อ่อนไหว</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02362473934603014181</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/-yWedkBiCHho/TiEnJap103I/AAAAAAAAAMw/JBCikugnWfI/s220/0388.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8467252942275514599.post-1973462831675247246</id><published>2008-11-11T22:08:00.001-08:00</published><updated>2008-11-11T22:25:23.522-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ทั่วไป'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อโหสิกรรม'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='กฏแห่งกรรม'/><title type='text'>ผลกรรมที่ทำให้เราเดือดร้อนเรื่องเงิน เก็บเงินไม่อยู่</title><content type='html'>&lt;p&gt;&lt;span style="color:#ff00ff;"&gt;หลายคนมักมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องทอง&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff00ff;"&gt;บางคนเดือดร้อนเพราะรายรับไม่พอรายจ่าย&lt;br /&gt;บางคนเดือดร้อนเงินเพราะถูกหลอกถูกโกง ถูกเอาเปรียบเรื่องเงิน&lt;br /&gt;บางคนก็เก็บเงินอยู่ แต่ต้องหมดไปกับการรักษาโรค ค่าเทอมลูก&lt;br /&gt;และค่าใช้จ่ายต่างๆของคนรอบข้าง&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff00ff;"&gt;การเดือดร้อนเรื่องเงิน ก็มีหลายสาเหตุ&lt;/span&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff00ff;"&gt;เอากันในแง่นิสัยก่อน บางคนเก็บเงินไม่อยู่เพราะนิสัยชอบใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย&lt;br /&gt;ได้เงินมาก็เอาไปใช้หมดเพื่อสนองกิเลสตนเอง&lt;br /&gt;ส่วนใหญ่เกิดจากตอนเด็กๆ ถูกเลี้ยงดูมาจนเคยตัว พ่อแม่ตามใจ&lt;br /&gt;จึงไม่ค่อยเห็นคุณค่าของเงิน ไม่รู้จักการเก็บออม&lt;br /&gt;หรือบางคนทางบ้านมีฐานะะดี แล้วตัวเองเกิดมามีกินมีใช้ จึงเก็นเงินไม่อยู่&lt;/span&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff00ff;"&gt;สาเหตุต่อมา คือ เป็นเรื่องวิบากกรม&lt;br /&gt;คือตัวเองเป็นคนเห็นค่าของเงิน รู้จักเก็บ ไม่ใช่เป็นคนฟุ้งเฟ้อ&lt;br /&gt;แต่ต้องมีเหตุต้องเสียเงินไป โดยที่เราต้องจำยอม หรือ&lt;br /&gt;มีเหตุจำเป็นต้องใช้เงิน&lt;br /&gt;จึงเก็บเงินไม่อยู่&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff00ff;"&gt;ที่เป็นเช่นนี้ อาจผลของวิบากกรรม ที่เคยกระทำสิ่งผิดๆเกี่ยวกับเงินทองของผู้อื่นมาในอดีต หรือ อดีตชาติ&lt;br /&gt;เช่น ชาติก่อนหรือชาตินี้ เคยไปหยิบยืมเงินใครมา แล้วไม่ยอมใช้คืน&lt;br /&gt;หรือ เคยทุจริตเงินทองของคนอื่น เช่นไปหลอกลวงเขา หรือให้เขาเสียผลประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง&lt;br /&gt;หรือบางคน โกหกพ่อแม่ บอกจะขอเงินไปทำอย่างหนึ่ง แต่กลับไปใช้อีกอย่างหนึ่ง&lt;br /&gt;เช่น ขอเงินพ่อแม่ไปจ่ายค่าเทอม แต่ขอมากกว่าค่าเทอมจริง เพื่อเอาส่วนที่เหลือไปใช้จ่ายส่วนตัว&lt;br /&gt;แบบนี้ก็เป็นทุจริตกรรม&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff00ff;"&gt;และอีกมามาย ที่เกี่ยวกับเงินๆทองที่เราอาจตั้งใจหรือพลั้งเผลอทำผิดไป&lt;br /&gt;ย่อมมีผลให้ชาตินี้ เราจึงปีปัญหาเรื่องเงินทอง เก็บเงินไม่อยู่ เป็นหนี้สิน หรือล้มละลาย ถุกหลอก ถูกโกง&lt;br /&gt;ถุกเอาเปรียบเรื่องเงิน เป็นต้น&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff00ff;"&gt;วิธีแก้ไข&lt;br /&gt;มีวิธีแก้ทางโลกและทางธรรม&lt;br /&gt;แก้ทางธรรม&lt;br /&gt;เมื่อเป็นผลของวิบาก ก็ต้องแก้ที่การกระทำของเราในปัจจุบัน&lt;br /&gt;เมื่อเราไปทำบุญที่วัด ก็เอาเงินหยอดใส่ตู้บริจาคที่วัด จะเป็นเงินมากน้อยไม่สำคัญ อยุ่ที่ใจที่ศรัทธา&lt;br /&gt;และสำนึกผิดในการกระทำไม่ดีในเรื่องเงินทอง&lt;br /&gt;หรือจะทำบุญถวายสังฆทานก็ได้&lt;br /&gt;แล้วตั้งจิตให้เเป็นกุศล แล้วอธิษฐานจิตว่า&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff00ff;"&gt;"หากข้าพเจ้าเคยมีกรรมเกี่ยวกับเรื่อง เงินทอง กับผู้ใด หรือ&lt;br /&gt;เคยทำทุจริต นำเงินทองใครมาโดยไม่ชอบธรรมในอดีตที่ผ่านมา&lt;br /&gt;ทั้งที่ข้าพเจ้าจำได้หรือจำไม่ได้ก็ดี ทั้งที่ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ดี&lt;br /&gt;ด้วยผลแห่งทานที่ข้าพเจ้าได้กระทำแล้วในครั้งนี้&lt;br /&gt;ขอให้หมดเวรหมดกรรมเรื่องเงินทองตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปเถิด"&lt;br /&gt;แล้วอุทิศส่วนกุศลนี้ใหเจ้ากรรมนายเวร&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff00ff;"&gt;ควรทำบ่อยๆ ส่วนจะหมดเวรหมดกรรมเมื่อไหร่&lt;br /&gt;ก็อยู่ทีวิบากกรรมนั้นจะหนักหนาแค่ไหน&lt;br /&gt;ถ้าหนักมากก็อาจต้องทำบ่อยมาก&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="color:#ff00ff;"&gt;นี่คือการแก้ไขทางธรรม&lt;br /&gt;ส่วนแก้ไขทางโลกนั้น ใครที่รู้ตัวมักเสียเงินโดยใช่เหตุบ้าง&lt;br /&gt;เสียโดยไม่เป็นธรรมบ้าง&lt;br /&gt;ถูกเอาเปรียบเรื่องงิน มีเงินทีไร เป็นทุกขลาภทุกที&lt;br /&gt;ขอให้เอาเงินทีได้มาไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ เช่นบ้าน ที่ดิน เก็บไว้&lt;br /&gt;เรียกว่าโยกย้าย แปรรูปทรัพย์ให้เป็นทรัพย์ที่เคลื่อนที่ไม่ได้แทน&lt;br /&gt;หรือให้คนอื่นที่ไว้ใจเก็บเงินแทนเรา&lt;br /&gt;อย่างนี้ก็ช่วยได้&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ที่มา &lt;a href="http://board.palungjit.com/showthread.php?t=157494"&gt;ผลกรรมที่ทำให้เราเดือดร้อนเรื่องเงิน เก็บเงินไม่อยู่ - PaLungJit.com&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8467252942275514599-1973462831675247246?l=hotsamathi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://hotsamathi.blogspot.com/feeds/1973462831675247246/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8467252942275514599&amp;postID=1973462831675247246' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/1973462831675247246'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/1973462831675247246'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://hotsamathi.blogspot.com/2008/11/blog-post_11.html' title='ผลกรรมที่ทำให้เราเดือดร้อนเรื่องเงิน เก็บเงินไม่อยู่'/><author><name>....นส.อ่อนไหว</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02362473934603014181</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/-yWedkBiCHho/TiEnJap103I/AAAAAAAAAMw/JBCikugnWfI/s220/0388.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8467252942275514599.post-8438702446633698549</id><published>2008-11-01T21:37:00.000-07:00</published><updated>2008-11-01T21:45:28.542-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ทั่วไป'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='โชค ลาง'/><title type='text'>สังหรณ์จากสัตว์ต่างๆ</title><content type='html'>&lt;p align="justify"&gt;&lt;font face="BrowalliaUPC" color="#804000" size="5"&gt;ถ้าสัตว์เลื้อยคลาน เช่น งู หรือสัตว์ 4 เท้า หรือ 2 เท้า วิ่งผ่านหน้าเราจากขวาไปทางซ้าย ทายว่า จะประสบอุปสรรคในหนทางข้างหน้า หรือ ไม่ประสบผลในจุดหมายปลายทางที่จะไป ไม่ควรคิดเดินทางต่อไป หรือควรเปลี่ยนจุดหมายเสียใหม่ &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p align="justify"&gt;&amp;#160;&lt;/p&gt;  &lt;p align="justify"&gt;&lt;font face="BrowalliaUPC" color="#804000" size="5"&gt;ถ้าสัตว์เลื้อยคลาน เช่น งู หรือสัตว์ 4 เท้า หรือ 2 เท้า วิ่งหรือผ่านหน้าเรา จากซ้ายไปขวา ทายว่า หนทางข้างหน้าจะปลอดโปร่ง จะประสบผลสำเร็จในจุดหมายปลายทางที่จะไป หรือจะมีโชคลาภข้างหน้ารออยู่&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="justify"&gt; &lt;font face="BrowalliaUPC" color="#804000" size="5"&gt;ถ้าสัตว์เลื้อยคลาน เช่น งู หรือสัตว์ 4 เท้า หรือ 2 เท้า วิ่งหรือออกมาจากข้างทาง และเลื้อยคลานหรือวิ่ง นำหน้าเราไป จะชั่วอึดใจหรือนานเท่าไรก็ตาม ทายว่า คุณกำลังจะได้รับโชคลาภ ศัตรูที่อยู่ข้างหน้าเราจะมีอันพ่ายแพ้&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;font face="BrowalliaUPC" color="#804000" size="5"&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;br /&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;font face="BrowalliaUPC"&gt;&lt;font color="#804000" size="5"&gt;ถ้าสัตว์เลื้อยคลาน เช่น งู หรือสัตว์ 4 เท้า หรือ 2 เท้า วิ่งหรือสวนทางจากข้างหน้า เลยไปหลังเรา ทายว่า ให้พึงหยุดพักชั่วขณะก่อน จึงค่อยคิดเดินทางต่อไป เพราะทางข้างหน้ามีจังหวะโชคร้าย หรือ เคราะห์ร้ายรอคุณอยู่ ถ้าหยุดพักเสียครู่ก่อน เคราะห์ช่วงนั้นจะสูญสิ้นไปได้&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;br /&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;font face="BrowalliaUPC" color="#804000" size="5"&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;p align="justify"&gt;&lt;font face="BrowalliaUPC" color="#804000" size="5"&gt;ถ้าสัตว์เลื้อยคลาน เช่น งู หรือสัตว์ 4 เท้า หรือ 2 เท้า วิ่งมาชนด้านหลัง ทำนาย ว่าให้เร่งรีบในการเดินทางไปยังจุดหมาย เพราะถ้าช้าจะคลาดเคลื่อนเวลา อาจประสบความล้มเหลวหรือผิดหวัง &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p align="justify"&gt;&lt;font face="BrowalliaUPC" color="#804000" size="5"&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;font face="BrowalliaUPC"&gt;&lt;font color="#804000" size="5"&gt;ถ้าสัตว์เลื้อยคลาน เช่น งู หรือสัตว์ 4 เท้า หรือ 2 เท้า วิ่งมาชนด้านหน้าอย่างจัง พึงระงับยับยั้งการเดินทางในวันนั้นต่อ วันรุ่งขึ้นจึงค่อยออกเดินทางใหม่&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;   &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8467252942275514599-8438702446633698549?l=hotsamathi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://hotsamathi.blogspot.com/feeds/8438702446633698549/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8467252942275514599&amp;postID=8438702446633698549' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/8438702446633698549'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/8438702446633698549'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://hotsamathi.blogspot.com/2008/11/blog-post.html' title='สังหรณ์จากสัตว์ต่างๆ'/><author><name>....นส.อ่อนไหว</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02362473934603014181</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/-yWedkBiCHho/TiEnJap103I/AAAAAAAAAMw/JBCikugnWfI/s220/0388.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8467252942275514599.post-3179851687836603851</id><published>2008-09-24T21:07:00.001-07:00</published><updated>2008-09-24T21:07:47.019-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สมาธิ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ทั่วไป'/><title type='text'>เต่าเจ้าปัญญา</title><content type='html'>&lt;p&gt;&amp;#160;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ff0080" size="4"&gt;กระดองเต่ามี 6 รู คือ ศรีษะ1 ขา4 หาง1&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ff0080" size="4"&gt;ในเวลาที่ไม่มีอันตราย เต่าจะเดินไปเรื่อยๆ&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ff0080" size="4"&gt;แต่เมื่อมีอันตรายเกิดขึ้น&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ff0080" size="4"&gt;เต่าก็จะรีบหดตัวอยู่ในกระดอง&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ff0080" size="4"&gt;จนกว่าจะรู้สึกตัวว่าปลอดภัย&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ff0080" size="4"&gt;จึงค่อยๆโผล่หัวออกมาดูว่าปลอดภัยหรือยัง&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ff0080" size="4"&gt;แล้วจึงโผล่ขาและหางออกมาเดินช้าๆ เรื่อยๆ ต่อไป&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ff0080" size="4"&gt;การปฏิบัติของเรา ก็ควรเอาอย่างเต่า&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ff0080" size="4"&gt;เพราะเราก็มีทวารทั้ง 6 คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ff0080" size="4"&gt;เมื่อมีอะไรมากระทบแล้วยินดียินร้าย&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ff0080" size="4"&gt;ก็ให้รีบหดเข้าไป อยู่กับลมหายใจออก ลมหายใจเข้า &lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ff0080" size="4"&gt;ไม่ต้องคิดไปตามอารมณ์&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ff0080" size="4"&gt;แต่ให้หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ สบายๆๆๆ&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ff0080" size="4"&gt;จนใจสงบ ใจสบาย แล้วจึงค่อยๆ คิดอย่างมีสติปัญญา&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ff0080"&gt;&lt;font size="4"&gt;โดยเอาเต่าเป็นครู เป็นอาจารย์ของเรา...&lt;/font&gt;&amp;#160;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;font color="#ff0080"&gt;&lt;/font&gt;&amp;#160;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&lt;strong&gt;จาก&lt;/strong&gt; หนังสือ ทำใจเป็นธรรม&amp;#160; สุขภาพใจดี ต้อนรับปีม้า&amp;#160; โดย พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก วัดสุนันทวนาราม จ.กาญจนบุรี&lt;/p&gt;  &lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8467252942275514599-3179851687836603851?l=hotsamathi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://hotsamathi.blogspot.com/feeds/3179851687836603851/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8467252942275514599&amp;postID=3179851687836603851' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/3179851687836603851'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/3179851687836603851'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://hotsamathi.blogspot.com/2008/09/blog-post_24.html' title='เต่าเจ้าปัญญา'/><author><name>....นส.อ่อนไหว</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02362473934603014181</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/-yWedkBiCHho/TiEnJap103I/AAAAAAAAAMw/JBCikugnWfI/s220/0388.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8467252942275514599.post-4336877514557356573</id><published>2008-09-22T23:40:00.000-07:00</published><updated>2008-09-22T23:40:36.233-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ทั่วไป'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความฝัน'/><title type='text'>ความฝันที่บอกล่วงหน้าว่าคุณจะพบคู่</title><content type='html'>&lt;p&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;คนมากมายคิดว่าการนอนหลับเป็นเรื่องเสียเวลาและความฝันก็เป็นแค่เรื่องเล็กๆ แต่ผู้ศึกษาวิชา dream analysis รู้ว่ามีกลไกทางจิตวิทยาที่ผลักดันชีวิตคนเราอยู่และมนุษยชาติถูกร้อยรัดเข้าด้วยกันกับ universal intelligence หรือภูมิปัญญาจักรวาล ส่วน &amp;#8216;เสียงภายใน&amp;#8217; ที่มนุษย์รู้สึก เรียกว่า inner intelligence หรือภูมิปัญญาภายใน สองภูมิปัญญานี้สื่อสารสู่กันผ่านทางความฝัน ความผันจึงเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการสะสางแก้ไขปัญหาชีวิตและช่วยพาเราไปสู่ self-growth การเติบโตของตัวเราเอง&lt;/p&gt;  &lt;p&gt;ตลอดเวลาที่ฉันใช้หลักวิชาวิเคราะห์ความฝันในการช่วยคนรอบข้างตีความ message จากฝันเพื่อช่วยพวกเขาคลี่คลายปมปัญหาและนำทางชีวิตนั้น คำถามยอดอมตะที่ฉันโดนถามอยู่เสมอคือ &lt;/p&gt;  &lt;p&gt;&amp;#160;&lt;/p&gt;  &lt;p align="center"&gt;&lt;b&gt;&amp;#8216;ฝันแบบไหนถึงจะรู้ว่าเรากำลังจะเจอความรัก&amp;#8217;&lt;/b&gt; และ &lt;b&gt;&amp;#8216;ฝันถึงงู เราจะเจอเนื้อคู่หรือเปล่า?&amp;#8217;&amp;#160; &lt;/b&gt;&lt;/p&gt; &lt;span id="fullpost"&gt;   &lt;p&gt;&lt;a href="http://images.google.co.th/imgres?imgurl=http://i5.photobucket.com/albums/y154/DeZarin/3524e45b.jpg&amp;amp;imgrefurl=http://mail.thaigoodview.com/node/2359&amp;amp;h=585&amp;amp;w=389&amp;amp;sz=136&amp;amp;hl=th&amp;amp;start=8&amp;amp;um=1&amp;amp;usg=__QQ33tBezqCw1pb30L2IuyJa8G-U=&amp;amp;tbnid=QxbBEVST1yEAtM:&amp;amp;tbnh=135&amp;amp;tbnw=90&amp;amp;prev=/images%3Fq%3D%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%258D%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2584%26um%3D1%26hl%3Dth"&gt;&lt;img alt="" src="http://tbn0.google.com/images?q=tbn:QxbBEVST1yEAtM:http://i5.photobucket.com/albums/y154/DeZarin/3524e45b.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href="http://images.google.co.th/imgres?imgurl=http://www.palungjit.com/buddhism/audio/attachment.php%3Fattachmentid%3D12240%26stc%3D1%26d%3D1173301400&amp;amp;imgrefurl=http://www.palungjit.com/buddhism/audio/showthread.php%3Ft%3D2240&amp;amp;h=615&amp;amp;w=500&amp;amp;sz=148&amp;amp;hl=th&amp;amp;start=2&amp;amp;um=1&amp;amp;usg=__rcP0gAZgVpnGMeJHsMz755e9RVU=&amp;amp;tbnid=W22sDfirpPeqPM:&amp;amp;tbnh=136&amp;amp;tbnw=111&amp;amp;prev=/images%3Fq%3D%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B5%26um%3D1%26hl%3Dth%26sa%3DN"&gt;&lt;img alt="" src="http://tbn0.google.com/images?q=tbn:W22sDfirpPeqPM:http://www.palungjit.com/buddhism/audio/attachment.php%3Fattachmentid%3D12240%26stc%3D1%26d%3D1173301400" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;ขอบอกเลยว่าในคลังวิชาการวิเคราะห์ความฝัน ทั้งแบบเก่าแก่โบราณ (Traditional dream analysis) ที่เน้น &amp;#8216;ทำนายดวง (fortune-telling)&amp;#8217; กับแบบความฝันยุคใหม่ (Modern dream analysis) ของ 2 อภิปรมาจารย์ทางวิชาความฝัน คือ ท่านซิกมุนด์ ฟรอยด์ ที่เน้นกลไกทางจิตวิทยา (Psychological meanings)&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;และคาร์ล จัง ที่เน้นการแก้ไขความรู้เชิงจิตวิญญาณ (Spiritual meanings) ต่างมีการบันทึก ความฝันที่เป็นสารบอกเหตุล่วงหน้าเกี่ยวกับคู่ในอนาคต ทั้งนั้นค่ะ ก็เพราะเรื่องความรักและเนื้อคู่นี่เป็นเรื่องยอดฮิตที่คนเกือบทั้งโลกอยากรู้ แล้วเราจะละเลยได้อย่างไรเล่า&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&amp;#160;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;b&gt;ความฝันที่บอกว่าคุณจะได้พบคู่หรือกำลังจะเจอความรัก&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;b&gt;1. ฝันถึงงู (งูรัด ถ้างูกัดต้องเป็นงูใหญ่เท่านั้น)&lt;/b&gt;       &lt;br /&gt;&lt;b&gt;2. ฝันถึงเครื่องประดับสวยงาม โดยเฉพาะอย่างแหวน &lt;/b&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;b&gt;3. ฝันถึงน้ำหอม&lt;/b&gt;       &lt;br /&gt;&lt;b&gt;4. ฝันถึงดอกไม้&lt;/b&gt;       &lt;br /&gt;&lt;b&gt;5. ฝันถึงฝนตก&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p align="center"&gt;&lt;b&gt;* ฝันถึงงู *&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&amp;#8216;งู&amp;#8217; ในหลายๆ วัฒนธรรมหมายถึง กามารมณ์ &amp;#8216;ซิกมุนด์ ฟรอยด์&amp;#8217; ให้ความหมายว่าเป็นอวัยวะเพศชาย บางวัฒนธรรมหมายถึงปัญญาแบบเซียนหรือหมายถึงเทพเจ้า แต่พี่ไทยบ้านเราฟันธงมาตลอดว่า ฝันถึงงูรัดจะเจอเนื้อคู่แน่นอน และฉันขอคอนเฟิร์มว่าจริง!&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;แต่การฝันถึงงูที่เป็นการบอกเหตุล่วงหน้าว่าคุณจะเจอคู่แน่นอนนั้น ต้องมีลักษณะเฉพาะตรงตามนี้&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&amp;#160;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;b&gt;1. ต้องเป็นงูรัด หรืองูไล่เพื่อจะมารัดเท่านั้น&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;ถ้างูนอนอยู่เฉยๆ นิ่งๆ โดยเฉพาะนอนในบ้านคุณหรือกลางป่าเขาลำเนาไพร จะหมายถึงเจ้าที่เจ้าทาง ไม่ใช่เนื้อคู่&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;ตัวอย่าง มีคนฝันเห็นงูใหญ่นอนใต้บ้าน เช่น ใต้ดิน ใต้ถุน ใต้พื้นบ้าน ฯลฯ ใต้บ้านเป็นสัญลักษณ์ของระดับ subconscious หรือจิตใต้สำนึก แสดงว่าเจ้าที่เจ้าทางที่มีภูมิปัญญาประจำบ้านคุณ มาบอกให้ขุดค้นพลังจิตใต้สำนึกออกมาใช้ค่ะ ไม่ใช่หมายถึงว่าจะเจอคู่&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;ถ้างูกัด จะไม่หมายถึงเนื้อคู่โดยตรง แต่หมายถึงการมีเรื่องกวนใจ มีปากเสียง&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;งูนั้นต้องมีการสัมผัสร่างกายคุณเท่านั้น เช่น รัดรอบคุณ พันมือ หรือแข้งขาก็ได้ ถ้าไม่สัมผัสถูกเลยก็ไม่ใช่คู่&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&amp;#160;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;b&gt;2. ขนาดของงูมักจะปานกลางถึงใหญ่&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;ถ้างูตัวเล็ก จะไม่หมายถึงคู่ โดยเฉพาะถ้าตัวเล็กและมาเป็นฝูง&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;ตัวอย่าง เพื่อนฉันเคยฝันว่าถูกรุมไล่กัดโดยฝูงงูเล็กๆ ยั้วเยี้ย จนต้องหนีขึ้นตลิ่ง ปรากฏว่าเธอมีปัญหากับทีมงานทั้งทีมเลยค่ะ ขนาดงูยิ่งใหญ่ จะหมายถึงความสัมพันธ์ที่เข้มข้นขึ้นตามขนาดงู และถ้างูสวยงาม หรือเป็นงูใหญ่มีฤทธิ์ เช่น พญานาค จะหมายถึงระดับฐานะทางสังคมและชื่อเสียงของคนที่จะเจอ&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&amp;#160;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;b&gt;3. สีของงู จะบอกสภาพอารมณ์ของความสัมพันธ์&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;สีแดง หมายถึงรักอันร้อนแรงแบบ sexual      &lt;br /&gt;สีเหลืองนวลถึงเผือก หมายถึงความรักแบบกัลยาณมิตร เอื้ออาทร เป็นรักแบบ spiritual&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;สีดำ คือรักแบบคาดหวังและเต็มไปด้วยอารมณ์โกรธ หึง งอน แบบมนุษย์ earthy      &lt;br /&gt;สีเขียวอ่อน หมายถึงสดชื่น เป็นธรรมชาติ       &lt;br /&gt;สีเหลื่อมเลื่อมพิเศษ เช่น สีเขียวมรกต สีทองอร่าม สีเงินประกาย จะหมายถึงระดับฐานะของคู่มากกว่ารูปแบบความสัมพันธ์ เป็นต้น (เราจะเรียนเรื่อง &amp;#8216;สีในความฝันบอกอะไร&amp;#8217; กันละเอียดอีกทีนะคะ)&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;ตัวอย่าง ฉันฝันว่างูตัวปานกลางค่อนข้างใหญ่ ประมาณงูแสงอาทิตย์ สีดำแดงสลับกัน เข้ามารัดและกัดฉันหลายครั้ง ต่อมาฉันเจอชายหนุ่มที่ฉันหมั้นหมายด้วย ความสัมพันธ์ของเราเต็มไปด้วยอารมณ์ทุกประเภท ทั้งจี๋จ๋า โรแมนติก เคือง งอน ร้องไห้ ราวกับมิวสิกวิดีโอเพลงอาร์เอส ไม่มีช่วงสงบสุขเลย แต่ก็มันดีค่ะ (ฝันตรงเลยเนอะ) &lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&amp;#160;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;b&gt;4. ลักษณะการที่งูเข้ามาหาคุณ บอกสภาพการที่คู่เข้ามาในชีวิต&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;เข้ามาจู่โจมอย่างรวดเร็ว = เขาเข้ามาแบบรวดเร็วปุบปับ ไม่ตั้งตัว      &lt;br /&gt;ค่อยๆ เลื้อยช้าๆ มาคลอเคลีย = ใช้เวลาในการสร้างความสัมพันธ์&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;งูไล่แล้วคุณหนีไม่คิดชีวิต = เขาเป็นฝ่ายรักหรือจู่โจมคุณก่อน (บางกรณีอาจมีปล้ำ อันนี้ไม่ล้อเล่นค่ะ เรื่องจริง มันเกิดขึ้นมาแล้ว)&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&amp;#160;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;b&gt;5. สภาพอารมณ์คุณตอนเจองู สำคัญมากๆ&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;โบราณว่า &amp;#8216;ยิ่งกลัวงูมากเท่าไร ความรู้สึกในความสัมพันธ์ยิ่งเข้มข้น&amp;#8217;พอรู้ว่ายิ่งกลัวยิ่งเข้มข้น คุณก็เฟคกลัวกลั๊วกลัวงูในฝันซะเลย ไม่ด้ายค่า!&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&amp;#160;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;b&gt;6. คุณทำอย่างไรกับงู บอกว่าคุณพร้อมแค่ไหนที่จะมีคู่&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;ปฏิกิริยาคลาสสิกในการฝันว่างูรัดหรืองูไล่มาพันตัว คือ&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;- &lt;b&gt;พยายามปัดหรือวิ่งหนี แต่ไม่พ้น งูตามมาจนได้ (เสร็จงู ว่างั้นเถอะ)&lt;/b&gt; = คุณจะได้คบเป็นแฟนกับคนนี้แน่นอน&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;- &lt;b&gt;ทำร้ายงู หรือกระทั่งฟันงูขาด กระทืบๆ งูจนตาย&lt;/b&gt; = ไม่ว่าปากคุณจะบอกว่าอยากมีแฟนกับเขาซะทีแค่ไหน ในจิตใต้สำนึก จริงๆ คุณกลัวความรักมากๆ ค่ะ และความกลัวการมีคู่ กลัวมีความสัมพันธ์นี้มาแสดงออกในฝัน ยิ่งทำร้ายงูบอบช้ำรุนแรงเท่าไหร่ ยิ่งบอกความกลัวมากเท่านั้น (โถ งูผู้น่าสงสาร) เพราะฉะนั้นคุณอาจเจอคนถูกใจแต่เขาจะผ่านคุณไปในชีวิตจริง โดยที่คุณจะนึกว่า &amp;#8216;ฝันไม่แม่นเลย&amp;#8217; แต่ที่จริงเป็นเพราะ subconscious คุณไม่พร้อมเปิดใจรับความสัมพันธ์ต่างหาก&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;- &lt;b&gt;วิ่งหนีสุดชีวิต งูก็ไล่ไม่ลดละ จนสะดุ้งตื่น&lt;/b&gt; = subconscious บอกความไม่พร้อมที่จะมีแฟนของคุณ หรือบอกความกลัวที่คุณรู้สึกลึกๆ ว่าคนคนนี้ไม่เหมาะสมกับคุณ จึงแสดงออกในฝันว่าคุณหนีงูสุดๆ และถ้างูตามไม่ลดละ (มุ่งมั่นมาก) อาจไม่ได้หมายถึงว่าคู่ของคุณตามตื๊อคุณอย่างเดียว แต่หมายถึงว่าแม้จะไม่มีความสัมพันธ์กัน เขาก็จะยังคงยืนยันที่จะอยู่ในชีวิตคุณอีกนาน ไม่หายหัวไปง่ายๆ (แต่อาจเปลี่ยนรูปแบบไปคบกันอย่างอื่น เช่น เป็นพี่เป็นน้อง เป็นเพื่อน หรือทำธุรกิจด้วยกัน)&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;-&lt;b&gt; สงบสุขท่ามกลางงูรัด&lt;/b&gt; = เอ๊ะ มีด้วยหรือเนี่ย? มีค่ะ ฉันไง นอนหลับปุ๋ยสบายเลย งูนุ่มดี เหมือนเตียงนุ่มและผ้าห่มห่มฉันให้หายหนาวเลย แสดงว่าสำหรับคู่คนนี้คุณพร้อมให้เขาเข้ามาในชีวิตอยู่แล้ว และสภาพความสัมพันธ์ก็จะสบายๆ อบอุ่น ปลอดภัย แต่ไม่หวือหวานะ&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&amp;#160;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&amp;#160;&lt;/p&gt;    &lt;p align="center"&gt;&lt;b&gt;* ฝันถึงเครื่องประดับ อัญมณี ฝันคลาสสิกแต่โบราณ บอกการเจอคู่ *&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;เครื่องประดับในหลายๆ วัฒนธรรม หมายถึงของหมั้น และเป็นของขวัญสำหรับคนรัก ฟรอยด์ให้ความหมายเครื่องประดับว่า หมายถึงคนที่เรารัก และแหวน เป็นสัญลักษณ์ของ commitment/bond - การผูกมัดทางใจและความผูกพัน&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;แต่การฝันถึงเครื่องประดับที่บอกเหตุล่วงหน้าว่าคุณจะเจอคู่ ต้องมีลักษณะเฉพาะเช่นกันค่ะ&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;b&gt;1. ถ้าเครื่องประดับนั้นเป็นแหวน หมายถึงคู่แน่นอน&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;- ฝันว่ามีคนสวมแหวนให้ คุณจะได้เป็นคู่กับคนที่คุณรัก      &lt;br /&gt;- ฝันว่ามีคนให้แหวน และคุณเอามาใส่ คุณกำลังมีคนหมายปอง (เจ้าของแหวนที่ให้)&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;- ฝันว่าคุณให้แหวนคนอื่น หมายถึงคุณกำลังรักคนนั้นข้างเดียว&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;b&gt;2. ถ้าเครื่องประดับนั้นเป็นกำไล หรือสร้อยคอ ต้องมีการนำมาสวมใส่ลำคอหรือข้อมือ&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;- หากคุณเป็นคนสวมใส่กำไลหรือสร้อคอให้ตัวเอง หมายถึง การได้พบและแต่งงานกับคนมั่งคั่ง หากมีคนสวมสร้อคอหรือกำไลให้คุณ คุณจะตกหลุมรัก และเป็นรักที่จริงใจ หากเครื่องประดับแตก หัก ขาด หล่น ความรักและการแต่งงานนั้นจะผิดหวัง&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;b&gt;3. ถ้าเป็นไข่มุก โบราณหมายถึง happy marriage&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;ฟรอยด์จะตีความไข่มุกว่าเป็น female clitoris แต่หลายตำราหมายถึงการพบรักหรือแต่งงานกับคนดีพร้อมทั้งกายใจและทำให้เรามีความสุขมาก&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&amp;#160;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&amp;#160;&lt;/p&gt;    &lt;p align="center"&gt;&lt;b&gt;* ฝันถึงน้ำหอม *&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;น้ำหอม เป็นเครื่องหมายของพลังดึงดูดทางเพศ และความงามที่เปล่งปลั่ง คุณกำลังมีเสน่ห์อย่างมาก จึงดึงดูดคนมาชอบมากมาย คุณจึงมีโอกาสพบคนที่ชอบ ได้เดต แต่อาจไม่ใช่เนื้อคู่&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&amp;#160;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&amp;#160;&lt;/p&gt;    &lt;p align="center"&gt;&lt;b&gt;* ฝันถึงดอกไม้ *&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;ดอกไม้ เป็นเครื่องหมายของความรักและเพื่อนต่างเพศ หมายถึงความหวังที่จะพบรัก ในยุโรปยุคกลาง ดอกไม้ที่มีหนามหักหมายถึงการร่วมเพศ ในอินเดียหมายถึงความสุขสูงสุด คาร์ลยังระบุว่าดอกไม้หมายถึงอารมณ์และความรู้สึก&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;b&gt;สีของดอกไม้ที่คุณฝัน&lt;/b&gt; หมายถึงความรักแต่ละรูปแบบ &lt;/p&gt;    &lt;p&gt;ดอกไม้แดง หมายถึง sexual love รักแบบชู้สาวและมีเพศสัมพันธ์      &lt;br /&gt;ดอกไม้ขาว หมายถึง รักบริสุทธิ์ &lt;/p&gt;    &lt;p&gt;ดอกไม้น้ำเงิน หมายถึง ความรักที่ดวงวิญญาณและความรู้สึกหลอมรวมกันจนแข็งแกร่ง      &lt;br /&gt;ดอก snowdrops หมายถึง การเอาชนะหน้าหนาวและความตาย       &lt;br /&gt;สีเหลือง หมายถึง รักสามเส้า&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;โบราณระบุว่าฝันว่าเก็บดอกไม้ เป็นสัญลักษณ์ของการจะพบประสบการณ์ทางเพศ หรือความมั่งคั่งร่ำรวย&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;ถ้าจับดอกไม้มาจัดเป็นช่องาม หมายถึง การแต่งงานที่ทุกคนยินดีด้วย&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&amp;#160;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&amp;#160;&lt;/p&gt;    &lt;p align="center"&gt;&lt;b&gt;* ฝันถึงฝนตก *&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;น่าแปลกจังค่ะ ทุกตำราความฝันที่ฉันมีระบุว่าฝันถึงฝนตกหมายถึงการพบรัก (ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะเนี่ย) แต่รักนั้นเป็นอย่างไรต้องดูที่ประเภทของฝนค่ะ&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;b&gt;ฝนตกปรอยๆ คุณจะพบคนที่รักคุณอย่างจริงใจ&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;ฝนฤดูใบไม้ผลิ คือความรักที่ดีงาม เป็นความสัมพันธ์ที่ให้ความชุ่มฉ่ำและชุบชีวิตใหม่แก่คุณ หลังจากพ้นฤดูหนาวอันแสบเยียบเย็น&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;b&gt;น่าแปลกอีก&lt;/b&gt; &lt;b&gt;เรื่องที่ฝันถึงดอกกุหลาบ ฝันถึงเจ้าสาวเจ้าบ่าวหรือพิธีแต่งงาน กลับไม่ได้หมายถึงการพบรัก แต่ไปเน้นเรื่องชีวิตและการค้าแทน&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;a href="http://horoscope.sanook.com/dream/"&gt;&lt;b&gt;ดูคำนายฝันเต็มรูปแบบ เรียงตามตัวอักษร&lt;/b&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;    &lt;p&gt;&lt;a href="http://horoscope.sanook.com/inlove/inlove_02148.php"&gt;http://horoscope.sanook.com/inlove/in&lt;img title="love_" alt="" src="http://board.palungjit.com/images/smilies/kapook_43517.gif" border="0" /&gt;02148.php&lt;/a&gt;&lt;/p&gt; &lt;/span&gt;  &lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8467252942275514599-4336877514557356573?l=hotsamathi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://hotsamathi.blogspot.com/feeds/4336877514557356573/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8467252942275514599&amp;postID=4336877514557356573' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/4336877514557356573'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/4336877514557356573'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://hotsamathi.blogspot.com/2008/09/blog-post_22.html' title='ความฝันที่บอกล่วงหน้าว่าคุณจะพบคู่'/><author><name>....นส.อ่อนไหว</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02362473934603014181</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/-yWedkBiCHho/TiEnJap103I/AAAAAAAAAMw/JBCikugnWfI/s220/0388.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8467252942275514599.post-6195128156121818528</id><published>2008-09-22T23:31:00.000-07:00</published><updated>2008-09-22T23:36:15.103-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อโหสิกรรม'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ขอขมา'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='กฏแห่งกรรม'/><title type='text'>หลวงพ่อฤาษีลิงดำอธิบายเรื่องเจ้ากรรมนายเวร</title><content type='html'>&lt;p&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หลวงพ่อฤาษีลิงดำอธิบายเรื่องเจ้ากรรมนายเวร&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;hr size="1"&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;img alt="" src="http://www.palungjit.com/buddhism/gallery/data/574/p10035.jpg" border="0" /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;b&gt;เจ้ากรรมนายเวร&lt;/b&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;"..&lt;/b&gt;&lt;b&gt;เจ้ากรรมนายเวร&lt;/b&gt;&lt;b&gt;หมายถึงบาปที่เป็นอกุศลที่เราได้ทำไว้กับคนและสัตว์ในอดีตชาติก็ดี&lt;/b&gt;&lt;b&gt;ในชาติปัจจุบันก็ดี อย่างบางคนที่เราฆ่าเขาบ้าง เราทำร้ายเขาบ้าง&lt;/b&gt;&lt;b&gt;เขาอาจจะไปเกิดเป็นเทวดาหรือพรหมแล้ว ถ้าเป็นเทวดาเขาไม่สนใจแล้ว&lt;/b&gt;&lt;b&gt;แต่ไอ้ตัวบาปที่เราทำไว้ อย่างคนที่ไปขโมยของเขา&lt;/b&gt;&lt;b&gt;เจ้าของเขาไม่ติดใจแต่ตำรวจมีหน้าที่ตามไม่ใช่อยากตาม แต่กฎหมายให้ตาม&lt;/b&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;ฉะนั้น กรรมหรือเวรตัวนี้คือกฎหมาย ถ้าหากปฏิบัติในขั้น &lt;a href="http://www.palungjit.com/smati/k40/arahan1.htm"&gt;&lt;b&gt;สุกขวิปัสสโก&lt;/b&gt;&lt;/a&gt; ก็จะบอกว่าไม่มีตัวตนเพราะไม่เคยเห็น แต่ว่าตั้งแต่ &lt;a href="http://www.palungjit.com/smati/k40/arahan2.htm"&gt;&lt;b&gt;เตวิชโช&lt;/b&gt;&lt;/a&gt; (วิชา๓) ขึ้นไปเขาเห็นดังเรื่องที่อาตมาเล่าให้ฟังประกอบเรื่องนี้&lt;br /&gt;&lt;img title="Tongue out" alt="" src="http://board.palungjit.com/images/smilies/tongue-smile.gif" border="0" /&gt; &lt;/p&gt; &lt;span id="fullpost"&gt;     &lt;p&gt;&lt;br /&gt;เมื่อพ.ศ. ๒๕๑๗คืนหนึ่งอาตมาเจริญพระกรรมฐานเสร็จ ก็อุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรขณะที่อุทิศส่วนกุศลก็มายืนกันมากแต่ไม่ใช่เจ้ากรรมนายเวร เป็นคนมาโมทนาบุญพอเขาโมทนากันเสร็จ ก็มีชายคนหนึ่งคลานเข้ามา ถือขวานเล่มใหญ่ &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;พอเข้ามาใกล้ก็บอกว่า "ผมกับท่านหมดเรื่องกัน"&lt;br /&gt;อาตมาก็ถามว่า "หมดเรื่องอะไร"&lt;br /&gt;เขาก็บอกว่า "หมดเรื่องที่จะต้องติดตามจองล้างจองผลาญกัน"&lt;br /&gt;ก็ถามอีกว่า "จองล้างจองผลาญฉันทำไม"&lt;br /&gt;เขาก็บอกว่า "เปล่าครับผมไม่ได้จองล้างจองผลาญ"&lt;br /&gt;ก็ถามว่า "แล้วเข้ามาทำไม"&lt;br /&gt;เขาก็เลยเล่าประวัติความเป็นมาให้ฟังว่า "ในอดีตนับเป็นสิบๆ ชาติ ท่านกับผมรบกันมาเรื่อย" เป็นคู่สงครามกันตัวเขาเก่งขวานทุกชาติ ส่วนอาตมาเก่งดาบสองมือทุกชาติ ถ้าเวลาให้รบตัวต่อตัวต้องเอาคู่นี้มารบกัน ถ้าคนอื่นหัวขาด พอถึงเวลากินข้าวก็บอกว่า "พักรบก่อนกินข้าวเสร็จมารบกันใหม่" วันนั้นทั้งวันไม่มีใครเสียท่ากัน&lt;br /&gt;อาตมาถามว่า "มันมีเวรกรรมอะไรกันล่ะ"&lt;br /&gt;เขาบอกว่า "กฎของกรรมเขาถือว่ามีแต่เวลานี้กฎของกรรมสลายตัวแล้ว"&lt;br /&gt;ก็เลยถามว่า "เวลานี้ไปเกิดที่ไหน"&lt;br /&gt;เขาก็บอกว่า "ผมเป็นพรหมครับ"&lt;br /&gt;&lt;img title="Tongue out" alt="" src="http://board.palungjit.com/images/smilies/tongue-smile.gif" border="0" /&gt;&lt;img title="Tongue out" alt="" src="http://board.palungjit.com/images/smilies/tongue-smile.gif" border="0" /&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ถามว่า "พรหมยังจองกรรมหรือ"&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;เขาตอบว่า&lt;/b&gt;&lt;b&gt; "&lt;/b&gt;&lt;b&gt;ผมไม่ได้จองแต่กฎของกรรมมันจอง เรื่องของกรรมหนักๆ&lt;/b&gt;&lt;b&gt;ระหว่างสงครามหมดกันแค่นี้"&lt;/b&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;เราอุทิศส่วนกุศลให้แก่เจ้ากรรมนายเวรเขาจะได้รับหรือไม่ได้รับก็ตาม บุญที่เราทำเป็นผลให้เกิดความสุข ไอ้กรรมต่างๆที่เป็นอกุศลที่เราได้ทำไปแล้ว เราไปยับยั้งมันไม่ได้แต่ทว่าถ้าเราทำกรรมดีให้มีกำลังเหนือบาป บาปต่างๆ ก็จะตามเราไม่ทันเหมือนกันเรียกได้ว่า เป็นการทำบุญหนีบาปไม่ใช่ทำบุญล้างบาปทุกคนที่เกิดมาในโลกนี้ที่ไม่ทำความชั่วเลยน่ะไม่มี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ดังนั้นถ้าเราจะชดใช้บาปก็คงจะชดใช้กันไม่ไหวมีทางเดียวในกิจของพระพุทธศาสนาคือหนีบาปด้วยการปฏิบัติดังนี้&lt;br /&gt;๑) การคิดถึงคุณพระรัตนตรัยคือ พระพุทธคุณพระธรรมคุณ และพระอริยสงฆคุณ&lt;br /&gt;๒) ทรงศีล ๕ ให้บริสุทธิ์&lt;br /&gt;๓) มี &lt;a href="http://www.palungjit.com/smati/k40/p4.htm"&gt;&lt;b&gt;พรหมวิหาร ๔&lt;/b&gt;&lt;/a&gt;ให้ครบถ้วน&lt;br /&gt;๔) มี &lt;a href="http://www.palungjit.com/smati/k40/it4.htm"&gt;&lt;b&gt;อิทธิบาท ๔&lt;/b&gt;&lt;/a&gt; ทรงตัว&lt;br /&gt;๕) มีการภาวนาให้จิตทรงตัว&lt;br /&gt;๖) พยายามรวบรวม &lt;a href="http://www.palungjit.com/smati/k40/rule.htm#บารมี%20๑๐"&gt;&lt;b&gt;บารมี ๑๐&lt;/b&gt;&lt;/a&gt; ประการให้มีในจิตให้ครบถ้วน&lt;br /&gt;๗) พยายามตัด&lt;a href="http://www.palungjit.com/smati/books/index.php?cat=153"&gt;&lt;b&gt; สังโยชน์ ๑๐&lt;/b&gt;&lt;/a&gt;ประการให้หมด&lt;br /&gt;๘)&lt;a href="http://board.palungjit.com/showthread.php?t=131783"&gt;&lt;b&gt;จรณะ ๑๕ &lt;/b&gt;&lt;/a&gt;ปฏิบัติให้ครบถ้วน &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;เมื่อมีการทรงตัวดังกล่าวมาแล้วนี้ได้ทั้งหมดก็เป็นอันว่าไม่ต้องเกิดกันอีกต่อไปนั่นคือตายเมื่อใดก็ไปพระนิพพานอันเป็นแดนที่มีความสุขที่สุด.." &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ที่มา&lt;/b&gt;&lt;a href="http://www.pranippan.com/"&gt;http://www.pranippan.com/&lt;/a&gt;และ&lt;a href="http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=83397"&gt;http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=83397&lt;/a&gt;    &lt;img title="Tongue out" alt="" src="http://board.palungjit.com/images/smilies/tongue-smile.gif" border="0" /&gt;&lt;img title="Tongue out" alt="" src="http://board.palungjit.com/images/smilies/tongue-smile.gif" border="0" /&gt;&lt;/p&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8467252942275514599-6195128156121818528?l=hotsamathi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://hotsamathi.blogspot.com/feeds/6195128156121818528/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8467252942275514599&amp;postID=6195128156121818528' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/6195128156121818528'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/6195128156121818528'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://hotsamathi.blogspot.com/2008/09/blog-post.html' title='หลวงพ่อฤาษีลิงดำอธิบายเรื่องเจ้ากรรมนายเวร'/><author><name>....นส.อ่อนไหว</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02362473934603014181</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/-yWedkBiCHho/TiEnJap103I/AAAAAAAAAMw/JBCikugnWfI/s220/0388.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8467252942275514599.post-8836610875680171189</id><published>2008-08-26T19:24:00.000-07:00</published><updated>2008-08-26T19:53:36.549-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บุญ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ผี'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แผ่เมตตา'/><title type='text'>การแผ่เมตตา ให้วิญญาณ ไปสู่ภพภูมิที่ดี</title><content type='html'>&lt;p align="justify"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/p&gt;&lt;h6 align="right"&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#8080ff;"&gt;เขียนโดย..... ก้อย&lt;/span&gt;&lt;/h6&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;span style="color:#8080ff;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff8040;"&gt;คุณเคยเห็นผีมั้ย....&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff8040;"&gt;ถ้าเคย  คุณทำอย่างไร&lt;/span&gt; &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#8080ff;"&gt;ก. ตกใจ กลัว วิ่งหนี&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#8080ff;"&gt;ข. สวดมนต์ (ผิดๆถูกๆ) เพื่อให้ผีกลัว&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#8080ff;"&gt;ค. พยายามแผ่เมตตาให้เขา&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#8080ff;"&gt;... &lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#ff8000;"&gt;ช่วยด้วย! ฉันเห็นผี....&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#8080ff;"&gt;เชื่อว่า หลายๆท่านคงเคยได้ยินมา ว่า การที่ผีมาปรากฎให้เราเห็น ก็เพราะอยากจะขอส่วนบุญจากเรา... &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#8080ff;"&gt;ความคิดนี้เป็นไปได้นะ เพราะวิญญาณเหล่านี้ ตายไปแล้ว ไม่สามารถที่จะสร้างบุญสร้างบารมีได้แล้ว ไม่เหมือนตอนที่ยังเป็นมนุษย์อยู่ วิญญาณเหล่านี้ มักเป็นวิญญาณที่ เร่ร่อน เป็นสัมภเวสี หรือ ตายแล้ว ก็ ไปสู่อบายภูมิ ได้รับความทุกข์ทรมาน ซึ่งบางคนก็อยู่มานานเป็นสิบปี ร้อยปี ยังไม่สามารถไปเกิดได้ เพราะเขายังไม่รู้จักทาง หรือ อยากไป แต่บุญยังไม่พอ นั่นจึงเป็นสาเหตุ ที่เขามาปรากฎให้เราเห็น หลายๆท่านเห็นวิญญาณ ก็ตกใจกลัว ...แต่ในทางกลับกัน เขามาเพื่อที่จะขอส่วนบุญจากเรานั่นเอง  &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#8080ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#8080ff;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#ff8000;"&gt;เมื่อเขามาขอส่วนบุญ แล้วเราควรจะทำยังไงล่ะ หรือมีวิธีใดที่จะช่วยเขาได้ล่ะ&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;span style="color:#8080ff;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;ตอบ&lt;/strong&gt; ไม่ยากเลยค่ะ .. ขอเพียง คุณ ลดความกลัวลง และ ตั้งสติให้ดี ขั้นตอนต่อไป อย่างง่ายๆเลย ก็เริ่มจากการ ตั้งจิตให้แน่วแน่ แล้วแผ่เมตตาให้เขาไป   การแผ่เมตตา ก็เอาแบบที่คิดว่าตัวเองถนัด ข้อสำคัญ &lt;strong&gt;&lt;span style="color:#0000ff;"&gt;ตอนที่แผ่ต้องเป็นสมาธิ&lt;/span&gt; &lt;/strong&gt;หมายถึงต้องดูลมหายใจให้เป็นปกติเสียก่อนแล้วค่อยแผ่ออกไป  หาก ใจวอกแวก ยังตกใจกลัว หรือ รีบแผ่ให้เขาไปๆซะ ก็จะไม่ได้ผลนะ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#ff8000;"&gt;แล้วอย่างนี้ ต้องได้ญาณก่อนมั้ย ถึงจะแผ่ได้ผล&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;span style="color:#8080ff;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;ตอบ&lt;/strong&gt; การที่ถามว่าต้องได้ญาณไหมก็ต้องได้นะ ญาณหนึ่ง ไง ..... แต่ การได้ &lt;strong&gt;&lt;span style="color:#0000ff;"&gt;ญานหนึ่งนั้นทำได้กันทุกคน&lt;/span&gt; &lt;/strong&gt;นะ ไม่ได้ยากอย่างที่เข้าใจ &lt;strong&gt;&lt;span style="color:#0000ff;"&gt;ญาณหนึ่ง&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; นั้นก็คือ การดูลมหายใจเป็นปกติ วางใจสบายๆ ดูว่าลมหายใจเข้า-ออก แบบไม่บังคับกระแสลม อันนี้ก็ญาณหนึ่งแล้ว&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#ff8000;"&gt;แล้วจะพูดยังไงล่ะ...&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;span style="color:#8080ff;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;ตอบ&lt;/strong&gt; คำแผ่เมตตา จริงๆแล้ว จะเอาแบบไหนก็ได้ แล้วแต่ถนัด จะเอาแบบสั้นหรือยาว ก็ได้ แล้วแต่..&lt;br /&gt;แต่หลวงพ่อฤาษีท่านแนะนำให้เอาแบบสั้นและกระทัดรัด &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#8080ff;"&gt;เพราะเหตุว่าท่านเคยเจอผี มาขอส่วนบุญ ขณะกำลังภาวนา ด้วยความที่นึกได้แต่บท อิมินาฯ จึงแผ่ด้วยบท อิมินา ซึ่งยาวมาก หลวงพ่อแผ่ไม่ทัน ผีนั้นถูกจับไปลงโทษก่อน พอท่านพบกับหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ในตอนเช้า ท่านก็บอกว่า &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#8080ff;"&gt;------"ไงพ่อคุณ พ่ออิมินาคล่อง สวดอย่างนั้นผีจะได้กินเหรอ" &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#8080ff;"&gt;"ทีหลังผีมาละก็ ผีมันอยู่นานไม่ได้ บางทีก็หลบหน้าเขามานิดหนึ่ง ถ้ามานั่งใกล้เรา ทุกขเวทนาอย่างเปรตนี่ ไฟไหม้ทั้งตัว หอกดาบฟัน เวลาที่เราเจริญพระกรรมฐานอยู่ บุญของเรานี่สามารถจะช่วยให้เขามีความสุขได้ &lt;b&gt;&lt;span style="color:#8000ff;"&gt;เพราะถ้ามานั่งข้างหน้าใกล้ๆเรานี่ ไฟจะดับ หอกดาบจะหลุดไป แต่ว่าจะอยู่นานไม่ได้ ต้องพูดให้เร็วเพราะเขาจะต้องไปรับโทษ&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;เวลาอุทิศส่วนกุศลให้ว่าเป็นภาษาไทยชัดๆ และให้สั้นที่สุด"&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;span style="color:#8080ff;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ให้บอกว่า &lt;span style="color:#8000ff;"&gt;&lt;b&gt;"&lt;/b&gt;&lt;b&gt;บุญใดที่ฉันบำเพ็ญมาแล้วตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ผลบุญทั้งหมดนี้จะมีประโยชน์ ความสุขแก่ฉันเพียงใด ขอเธอจงโมทนาผลบุญนั้นและรับผลเช่นเดียวกับฉันตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป"&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;span style="font-size:100%;color:#8080ff;"&gt;(ติดตามอ่าน ได้ที่ &lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.agalico.com/board/showthread.php?t=17817"&gt;&lt;span style="font-size:100%;color:#ff00ff;"&gt;การอุทิศส่วนกุศลให้คนตาย&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span style="color:#ff00ff;"&gt; &lt;strong&gt;)-------&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#8080ff;"&gt;สรุปก็คือ ถ้าจะคิดจะแผ่เมตตา ให้พวกภพภูมิต่ำๆรับได้ ก็ให้ท่องสั้นๆ และชัดเจนต่อเนื่อง  เพราะเขาไม่มีเวลารอ&lt;br /&gt;ผิดกับ พวกภพภูมิสูง เช่น พรหม เทวดา ที่ท่านสามารถรอได้&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#8080ff;"&gt;แบบหลวงพ่อฤาษีลิงดำที่ท่านแนะนำไว้ในหนังสือมีว่าประมาณนี้นะ&lt;br /&gt;---------------------------------------------------------&lt;br /&gt;บุญใดที่ข้าพเจ้าได้ทำมาแล้วตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบันจะให้ประโยชน์กับข้าพเจ้ามากมายเพียงใดขอให้ท่านทั้งหลายได้รับประโยชน์เหมือนข้าพเจ้าเช่นกัน&lt;br /&gt;จงมาอนุโมทนาบุญข้าพเจ้าด้วยเทอญ สาธุ&lt;br /&gt;---------------------------------------------&lt;br /&gt;จะปรับเปลี่ยนแบบใกล้เคียงหรือระบุชื่อก็ตัวอย่างเช่น&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#8000ff;"&gt;อยากแผ่ให้ผู้ตายชื่อแดง ก็ว่า&lt;/span&gt; ....&lt;br /&gt;-------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#8080ff;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#8000ff;"&gt;บุญใดที่ข้าพเจ้าได้ทำมาแล้วตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปัจจุบันขอให้นายแดงจงได้รับเหมือนกับข้าพเจ้าเช่นกัน จงมาอนุโมทนาบุญนั้นด้วยเทอญ สาธุ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;-------------------------------------------------&lt;br /&gt;เพียงสั้นๆเท่านี้ก็ได้ผลแล้ว ไม่จำเป็นต้องยาวและเป็นภาษาบาลีหรอก&lt;br /&gt;หากเป็นภาษาบาลีก็ต้องรู้ความหมายด้วยนะไม่งั้นก็เหมือนเราท่องอะไรไม่รู้ ไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร ก็เลยส่งไปไม่ถึงเหมือนกัน ผีก็รับไม่ได้ เหมือนกัน ทุกวันนี้บางคนคิดว่าภาษาบาลีดีกว่า จริงๆได้เหมือนกันแต่สำคัญว่าคนส่งบุญนั้นรู้ความหมายหรือไม่ ถ้าท่องแบบไม่รู้ว่าหมายความว่าอะไร ก็ได้ผลน้อย&lt;br /&gt;---------&lt;br /&gt;สำหรับองค์ประกอบที่จะแผ่เมตตาได้ผล น่าจะประกอบด้วย&lt;br /&gt;1.สมาธิอย่างน้อยปฐมญาณ (ญาณหนึ่ง)&lt;br /&gt;2.ผู้ส่งต้องเข้าใจความหมายข้อความที่ส่งไป&lt;br /&gt;3.เวลาที่ผู้รับสามารถรอได้&lt;br /&gt;4.บุญบารมีของผู้ส่ง เป็นคนปฏิบัติได้ดี หรือไม่ &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#ff8000;"&gt;แล้วถ้าเราอยากจะช่วย คนที่ตายไปแล้ว แต่ไม่ได้มาหาเราหรือมาหาเราไม่ได้ล่ะ ทำได้มั้ย&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;span style="color:#8080ff;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;ตอบ&lt;/strong&gt; ทำได้สิ เพียงแต่คุณต้องเจริญให้สมาธิมากๆ  หรือแม้แต่ถ้าเราบังเอิญ ได้ไปรับรู้ถึง วิญญาณใคร หรือได้พบกับเจ้ากรรมนายเวรของใคร แล้วเรามีจิตเมตตา คิดอยากช่วย ให้เขาไปเกิดในภพภูมิที่ดี เราก็สามารถช่วยได้นะ หรือเราทราบจากข่าวว่า มีใครตายที่ไหนเมื่อไหร่อย่างไร เราอยากช่วยเขา เราก็ช่วยได้... เพียงแต่ เรา&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#8000ff;"&gt;ต้องเรียกเขาก่อน&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; และลองพูดคุยกับเขาดู ให้เขารับรู้  คือ สอนธรรมให้เขา สอนแบบที่ง่ายๆก่อน เช่น เรื่องบาป บุญ กฏแห่งกรรม ศีลห้า พรหมวิหาร4 เรื่องการอนุโมทนาบุญ และที่สำคัญ คือชี้แนะ เรื่องของภพภูมิ การเวียนว่ายตายเกิด ... เมื่อจิตเขายินดีแล้ว เราก็ให้เขาอนุโมทนาบุญ และเราก็แผ่เมตตาตามไป เขาก็จะได้ ไปสู่ภพภูมิที่ดี&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#8080ff;"&gt;การที่เรารู้เรื่องพวกนี้แล้วพูดกับเขา จะช่วยให้เขาเข้าใจว่า เราสนใจเขาและอยากจะช่วยเขาจริงๆ เหมือนคนนั่นแหละ พอรู้ความเป็นไปมากๆ ไปสะกิดเรื่องบุญเรื่องบารมีเก่าๆ ก็จะทำให้เขานึกถึงแต่บุญ แล้วก็ได้ไปในที่ดีๆ ...เรื่องไปภพภูมิที่ดีนี่สำคัญนะ หากเราแผ่เมตตาและชี้แนะให้เขาไปในภพภูมิที่ดีได้ เราก็จะพลอยได้บุญตามเขาไปด้วยทีเดียว ฉะนั้น เวลาคนเราตายไปแล้วนี่ ไม่ต้องไปจองเวรอะไรเขาแล้วนะ ให้อภัยเขาอย่างเดียวพอ พอเขาไปภพภูมิที่ดีแล้ว เราก็จะพลอยได้กุศลไปด้วยเท่านั้นแล&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;span style="color:#8080ff;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#8000ff;"&gt;วิธีเรียกคนที่เราอยากจะช่วย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;1.รู้ชื่อ เล่น ชื่อจริง&lt;br /&gt;2.รู้ว่าตายอย่างไร ตายเมื่อไร ตายที่ไหน&lt;br /&gt;3.อายุเท่าไร มีคนอื่นๆเกี่ยวพันอย่างไร เช่นลูกมีไหม ภรรยา สามี มีไหม&lt;br /&gt;4.ประวัติคร่าวๆ&lt;br /&gt;5.ถ้ามีภาพถ่ายคนๆนั้นจะดีมากสามารถสื่อได้ดีขึ้น&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#8080ff;"&gt;หากเอาคนใกล้ชิดมาเรียกได้จะดีมากเพราะเขาจะคอยตามคนนั้นอยู่หรือไม่ก็จะมีส่วนเกี่ยวพันกัน หากเราไปเรียกเราไม่เกี่ยวกับเขาเลยมันยากมาก ยิ่งถ้าไม่รู้จักกันเลยนี่ก็ยากมากๆนะ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#ff8000;"&gt;การที่เราเห็นหรือรู้ว่าคน ๆ นั้น ชื่อนี้ หน้าตาแบบนี้ เพิ่งจะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต (หรือเสียชีวิตด้วยโรคร้ายก็ตาม) แล้วเราตั้งใจอุทิศส่วนกุศลให้ โดยที่ผู้ตายไม่รู้จักกับเรามาก่อน เขาจะได้รับบุญที่อุทิศให้หรือไม่ ? และที่ถูกควรอธิษฐานอย่างไร ?&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;span style="color:#8080ff;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;ตอบ&lt;/strong&gt; ได้รับ ถึงไม่รู้จักชื่อ – นามสกุล แค่นึกถึงผู้ตายให้มาอนุโทนาเขาก็ได้รับ &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#ff8000;"&gt;มีบ้างไหมที่แผ่เมตตาไปแล้ว ให้เขาอนุโมทนาบุญกับเราแล้ว ไม่ได้ผล&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;span style="color:#8080ff;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;ตอบ&lt;/strong&gt; มีนะ บางท่านนั้นให้นึกอนุโมทนาบุญเราท่านนึกไม่ออก แต่ให้นึกถึงบุญเขาเองกลับได้ผลดี ก็มี ...การแผ่เมตตาส่วนใหญ่ เราจะบอกให้เขาอนุโมทนาบุญเรา ... ถ้าเป็นแบบนั้น ลองทำอีกแบบดู คือให้เขานึกถึงบุญของเขา ตัวอย่างดังนี้นะ&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#8000ff;"&gt;" ขอให้ท่านทั้งหลายนึกถึงบุญที่ท่านได้ทำไว้ ท่านอาจจะเคยบวช เคยรักษาศีลอุโบสถ เมื่อครั้งอดีตชาติหลายภพหลายชาติ ในทวีปต่างๆ เช่น ชมพูทวีป อมรโคยานทวีป บุรพวิเท่ห์ทวีป อุดรกาโรทวีป ท่านจงนึกถึงบุญบารมีเก่าของท่านเถิด สาธุ "&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; แบบให้เขานึกถึงบุญเก่าของเขา&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#8080ff;"&gt;&lt;span style="color:#ff8000;"&gt;อยากช่วยเค้าเหมือนกันค่ะ แต่ไม่ทราบว่าบุญจะถึงหรือเปล่า ต้องทำอย่างไรบ้างคะ&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;span style="color:#8080ff;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;ตอบ&lt;/strong&gt; เท่าที่ทำได้คือ เรารู้จักใครก็ช่วยเรียกเขาและให้เขานึกถึงบุญ นึกถึงพระพุทธเจ้า&lt;br /&gt;หากเขาไม่อยู่ในอบายภูมิที่ลึกเกินไปก็พอจะช่วยได้&lt;br /&gt;หากสามารถเห็นหรือรับรู้ถึงเขาได้ก็จะพอช่วยได้ดีขึ้น&lt;br /&gt;หากเป็นคนใกล้ชิด รู้จักกัน หรือไม่ก็เกี่ยวพันกันเมื่ออดีตชาติก็จะช่วยได้ง่ายครับ &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#ff8000;"&gt;ถ้าเรามองไม่เห็นผี แต่ถ้าเราเข้าไปในที่ต่างๆแล้วแผ่ส่วนกุศลให้แก่ผีทั้งหลายในบริเวณนั้นๆ ไม่ทราบพวกเค้าจะได้รับหรือเปล่าครับ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#8080ff;"&gt;&lt;strong&gt;ตอบ&lt;/strong&gt; แล้วแต่ครับ พวกที่ไม่รู้จักอนุโมทนาเขาก็รับไม่ได้&lt;br /&gt;พวกที่ไม่รู้จักธรรมก็รับไม่ได้&lt;br /&gt;พวกที่เคยเกี่ยวพันกับเราเมื่ออดีตชาติจะรับได้ดี&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#ff8000;"&gt;อยากทำได้บ้างจังเลยค่ะ อยากรู้ทุกข์ ของเขาด้วยค่ะ ดิฉันเคยเดินผ่านป่าช้า มาแล้ว ก็ยังไม่เคยเห็นเลยค่ะ เห็นจริงๆ แค่ ครั้งเดียว ตอนนั้น ตอนแรก คิดว่า เป็นคน แต่พอถามเจ้าของบ้าน เขาบอกว่า คืนนั้น ห้องนั้น ไม่มีใครมานอนด้วย ตอนที่เจอน่ะ ตี 2 และ เป็นวันขึ้น 15 ค่ำด้วยค่ะ ตอนที่เจอเธอ ยังสงสัย ว่า คนหรือ ผี เพราะ นอน อยู่ เป็นเดือน ห้องติดกัน ก็ไม่มีใครมานอน เป็นห้องที่ไม่ได้ทำความสะอาด มาเป็นเดือนค่ะ และก็ไม่เคยมีใครมานอน มาเจอเธอ ที่ประตูห้องที่ ว่างเปล่า ตอนตี 2 น่ะ ใส่ชุดดำ ( ให้ใช้วิจารณาญาณ ในการอ่านน่ะ ) ด้วยค่ะ ทุกวันนี้ยังสงสัย อยู่ว่า เธอ เป็นใคร แต่ ใส่บาตร และ อุทิศส่วนกุศล ให้เธอไปแล้ว ด้วยค่ะ&lt;br /&gt;และ จำได้ ว่า อีกครั้ง ตอนยังเด็กๆ อยู่ ไปเที่ยวกับ ครอบครัว และ ช่วงที่กำลังรอ ข้ามถนน ก็มีชายคนหนึ่ง กระโดด ลงจากรถบัสประตูหน้า แต่ปรากฎว่า เขากระโดด อย่างไร ไม่ทราบ ล้อหลัง ทับเขา เสียชีวิต ต่อหน้า ต่อตา ดิฉันเลยค่ะ ยังจำได้อยู่ถึงทุกวันนี้เลยค่ะ ว่า นี่แหละ สัจธรรม ความตาย มาถึงเราได้เสมอ เพราะฉะนั้น จง ทำให้ดีที่สุด ใน ขณะที่มีลมหายใจน่ะค่ะ&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;ตอบ&lt;/strong&gt; &lt;span style="color:#8080ff;"&gt;เจอแบบนี้ แสดงว่า คุณมีบุญอยู่มาก เขาถึงมาให้เห็น เพื่อที่จะได้บุญจากเรา ก็คือเขามาเพื่อขอบุญนั่นเอง ต่อไปเห็นบ่อยๆก็จะชินแล้วก็เป็นการฝึกจิตให้เข้มแข็งไปด้วย ได้กุศลแบบที่เราไม่ต้องเสียตังค์ และได้เยอะด้วยนะ&lt;br /&gt;การบำเพ็ญบารมีแบบนี้ไม่ได้เสียอะไรมีแต่จะทำให้บุญบารมีเรามากขึ้นไปเรื่อยๆ เราอย่าไปกลัวเลยผี นึกไว้ว่าเขาน่าสงสารดีกว่าไปกลัวเขา เมื่อจิตใจเข้มแข็งแบบไม่กลัวแล้ว ผีก็จะมาให้เห็นบ่อยขึ้นเอง&lt;br /&gt;แล้วเราก็จะได้สร้างกุศลแบบนี้ไปเรื่อยๆ โกยบุญแบบสบายๆที่หลายๆคนทำไม่ได้&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;ที่มา ... กระทู้&lt;/strong&gt; &lt;span style="color:#ff80ff;"&gt;" &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href="http://board.palungjit.com/showthread.php?t=122402&amp;amp;page=25"&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#ff80ff;"&gt;เชิญร่วมกันสร้างบารมีด้วยการแผ่เมตตาและคุยกับผี ให้เขาไปสู่ภพภูมิที่ดี&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#ff80ff;"&gt;"&lt;/span&gt; จากเว็บบอร์ดพลังจิต โพสต์โดย คุณ piakgear24 &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8467252942275514599-8836610875680171189?l=hotsamathi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://hotsamathi.blogspot.com/feeds/8836610875680171189/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8467252942275514599&amp;postID=8836610875680171189' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/8836610875680171189'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/8836610875680171189'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://hotsamathi.blogspot.com/2008/08/blog-post_26.html' title='การแผ่เมตตา ให้วิญญาณ ไปสู่ภพภูมิที่ดี'/><author><name>....นส.อ่อนไหว</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02362473934603014181</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/-yWedkBiCHho/TiEnJap103I/AAAAAAAAAMw/JBCikugnWfI/s220/0388.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8467252942275514599.post-6111518055375514405</id><published>2008-08-18T03:30:00.001-07:00</published><updated>2008-08-22T04:36:37.995-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อโหสิกรรม'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ขอขมา'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='กฏแห่งกรรม'/><title type='text'>คาถาสำหรับขอขมาพระรัตนตรัย และใช้เพื่อถอนคำสาปแช่ง ในอดีตชาติ‏</title><content type='html'>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;b&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family:AngsanaUPC;font-size:6;color:#008080;"&gt;ชาติที่แล้วเราไปผูกมัดใครไว้บ้างหรือเปล่า&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:AngsanaUPC;font-size:180%;color:#aeaeae;"&gt;ชาติที่แล้วเราไปผูกมัดใครไว้บ้างก็ไม่รู้ด้วยคำสัญญา&lt;br /&gt;เช่น เราจะรักกันทุกชาติไป&lt;br /&gt;โดยหารู้ไม่ว่ากรรมของแต่ละคนไม่เหมือนกัน&lt;br /&gt;ชาติภพใหม่ก็เลยแตกต่างกันไป&lt;br /&gt;แต่คำมั่นที่สาบานยังอยู่&lt;br /&gt;อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คุณยังเป็นโสดจนทุกวันนี้&lt;br /&gt;ลองสวดมนต์บทนี้ดูอาจจะดีขึ้นนะคำขอขมาและอธิษฐานจิต&lt;br /&gt;อธิษฐานหน้าพระพุทธรูปหรือสวดก่อนนอนก็ได้&lt;/span&gt;&lt;b&gt; &lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;b&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family:AngsanaUPC;font-size:180%;color:#666666;"&gt;( &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/b&gt;&lt;span style="font-family:AngsanaUPC;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;span style="color:#666666;"&gt;&lt;b&gt;&lt;b&gt;นะโม&lt;/b&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;b&gt;ตัสสะ&lt;/b&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;b&gt;ภะคะวะโต&lt;/b&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;b&gt;อะระหะโต&lt;/b&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;b&gt;สัมมาสัมพุทธัสสะ&lt;/b&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;b&gt;3 &lt;/b&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;b&gt;จบ&lt;/b&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;b&gt; )&lt;/b&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;b&gt;&lt;br /&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;br /&gt;&lt;/b&gt;&lt;span style="font-family:AngsanaUPC;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;span style="color:#666666;"&gt;&lt;b&gt;&lt;b&gt;สัพพัง&lt;/b&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;b&gt;อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต&lt;/b&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;b&gt;อุกาสะ&lt;/b&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;b&gt;ทะวารัตตะเยนะ กะตัง&lt;/b&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;b&gt;&lt;br /&gt;&lt;/b&gt;&lt;span style="font-family:AngsanaUPC;"&gt;&lt;span style="color:#c0c0c0;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;span style="color:#818181;"&gt;&lt;span style="color:#666666;"&gt;&lt;b&gt;&lt;b&gt;สัพพัง&lt;/b&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;b&gt;อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต&lt;/b&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;b&gt;อุกาสะ&lt;/b&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;b&gt;ขะมามิ ภันเต&lt;/b&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#797979;"&gt;'หากข้าพเจ้าจงใจหรือประมาทพลาดพลั้ง ล่วงเกินบิดา-มารดา&lt;br /&gt;ครูบาอาจารย์ พระพุทธพระธรรม พระอรหันต์ทุกพระองค์พระอริยสงฆ์เจ้า&lt;br /&gt;ตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายรวมถึงผู้มีพระคุณ&lt;br /&gt;และท่านเจ้ากรรมนายเวรจะด้วย กาย วาจาใจก็ดี&lt;br /&gt;ขอได้โปรดอโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้าด้วยหากข้าพเจ้ามีเจ้าของในตัวติดตามมา&lt;br /&gt;ขออนุญาติมีคู่มีครอบครัวได้เหมือนคนปกติทั่วไปขอถอนคำอธิษฐาน&lt;br /&gt;คำสาบานที่จะติดตามคู่ในอดีต&lt;br /&gt;ขอให้ต่างฝ่ายต่างเป็นอิสระต่อกัน&lt;br /&gt;ข้าพเจ้าจะประพฤติตนในทางที่ถูกที่ชอบที่ควร&lt;br /&gt;ขอบุญบารมี ในอดีตกาลที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน&lt;br /&gt;จงส่งผลให้ข้าพเจ้าและครอบครัว&lt;br /&gt;ตลอดจนบริวารที่เกี่ยวข้องจงเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ&lt;br /&gt;ลาภ ยศ สุขสรรเสริญ สติปัญญา ปฏิภาณธนสารสมบัติอุปสรรคใดๆ&lt;br /&gt;โรคภัยใดๆขอให้มลายสิ้นไปขอให้ข้าพเจ้ามีความสว่างทั้งทางโลก&lt;br /&gt;ทางธรรมตั้งแต่บัดนี้ตราบเข้าสู่พระนิพพานเทอญ&lt;br /&gt;หากมีผู้ใดเคยสร้างเวรสร้างกรรมกับข้าพเจ้า&lt;br /&gt;ไม่ว่าจะชาติใดภพใดก็ตามข้าพเจ้ายินดีอโหสิกรรมให้&lt;br /&gt;ขอถอนความพยาบาทความอาฆาต และคำสาปแช่งในทุกชาติทุกภพ&lt;br /&gt;ขอให้ข้าพเจ้าพ้นจากคำสาปแช่งของปวงชนของเจ้ากรรมนายเวร'&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="color:#515151;"&gt;คนเราเกิดมา&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;หลายภพหลายชาติ&lt;br /&gt;แต่ละคนมีเจ้ากรรมนายเวรที่แตกต่างกัน&lt;br /&gt;การสวดขอขมาเพื่อลดและปลดหนี้กรรมให้น้อยลง&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="color:#282828;"&gt;คาถาบทนี้&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;เป็นคาถาที่ใช้สำหรับขอขมาพระรัตนตรัย&lt;br /&gt;และใช้เพื่อถอนคำสาปแช่งในอดีตชาติ ที่ติดตามมา&lt;br /&gt;เพราะเราไม่รู้ว่าเคยได้ล่วงเกินปรามาสใครไปบ้างก็ไม่รู้ไม่เว้นแม้กระทั้ง&lt;br /&gt;พระพุทธองค์พระอรหันต์ พ่อ แม่ เป็นต้น&lt;br /&gt;เพราะบางคนทำการใดๆมักมีอุปสรรค หรือมักมีคนไม่ชอบหน้า&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;span style="font-family:AngsanaUPC;"&gt;&lt;span style="color:#c0c0c0;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;span style="font-family:AngsanaUPC;"&gt;&lt;span style="color:#c0c0c0;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;br /&gt;- ขอผู้ได้รับใบคำขอขมาและอธิษฐานจิตนี้&lt;br /&gt;กรุณาส่งให้ผู้อื่นต่อเพื่อสร้างผลบุญบารมีต่อไป&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8467252942275514599-6111518055375514405?l=hotsamathi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://hotsamathi.blogspot.com/feeds/6111518055375514405/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8467252942275514599&amp;postID=6111518055375514405' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/6111518055375514405'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/6111518055375514405'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://hotsamathi.blogspot.com/2008/08/blog-post_18.html' title='คาถาสำหรับขอขมาพระรัตนตรัย และใช้เพื่อถอนคำสาปแช่ง ในอดีตชาติ‏'/><author><name>....นส.อ่อนไหว</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02362473934603014181</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/-yWedkBiCHho/TiEnJap103I/AAAAAAAAAMw/JBCikugnWfI/s220/0388.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8467252942275514599.post-9168723304244232697</id><published>2008-08-14T08:21:00.001-07:00</published><updated>2008-08-22T04:38:58.256-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ทั่วไป'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความรัก'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='กฏแห่งกรรม'/><title type='text'>การเจอกันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ</title><content type='html'>&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:JasmineUPC;font-size:180%;color:#0080c0;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:JasmineUPC;font-size:180%;color:#0080c0;"&gt;มีชายหญิงคู่หนึ่งรักกันมากคบกันมา 3 ปี ทั้ง 2 ตกลงจะแต่งงานกัน&lt;br /&gt;เมื่อกำหนดวันเรียบร้อย ฝ่ายชายเองก็รอคอยวันที่จะแต่งงาน &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:JasmineUPC;font-size:180%;color:#0080c0;"&gt;ต่อมาไม่นานฝ่ายชายรู้ข่าวว่าคู่รักของตนแต่งงานกับคนอื่นอย่างกะทันหัน&lt;br /&gt;โดยฝ่ายหญิงเองก็เต็มใจ ไม่ได้ถูกบังคับแต่อย่างใด&lt;br /&gt;เมื่อได้ทราบข่าว เขาทั้งงงและเสียใจมากร้องไห้&lt;br /&gt;ไม่กินไม่นอนไม่นานก็ป่วยหนักเพราะตรอมใจ &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:JasmineUPC;font-size:180%;color:#0080c0;"&gt;เวลาผ่านไป ฝ่ายชายป่วยหนักขึ้นเรื่อยๆ ไปหาหมอเท่าไหร่ ก้อไม่ดีขึ้น&lt;br /&gt;ขณะที่นอนซมอยู่ที่บ้านนั้น มีหลวงตาแก่ๆผ่านมา&lt;br /&gt;เมื่อมาถึงหลวงตาหยุดอยู่ที่หน้าบ้าน แล้วมองเข้าไปในบ้าน &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:JasmineUPC;font-size:180%;color:#0080c0;"&gt;จึงเคาะประตู เด็กรับใช้ออกมาเปิดประตูพบว่าเป็นพระจึงบอกว่า&lt;br /&gt;ไม่ทำบุญนิมนต์ข้างหน้า หลวงตายิ้มอย่างมีเมตตา แล้วพูดว่า&lt;br /&gt;"อาตมาไม่ได้มาบิณฑบาตร ในบ้านมีคนป่วยใช่มั๊ย"&lt;br /&gt;อาตมาพอมีความรู้ทางด้านการแพทย์นิดหน่อย ไม่รู้จะพอช่วยได้รึเปล่า &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:JasmineUPC;font-size:180%;color:#0080c0;"&gt;เด็กรับใช้ได้ฟังก็อึ้ง แต่ก็บอกว่าตัดสินใจเองไม่ได้ ต้องขอไปถามเจ้านายก่อน&lt;br /&gt;เด็กรับใช้เดินเข้าไปในบ้านถามเจ้านาย&lt;br /&gt;เจ้านายตอบอย่างตัดรำคาญว่า "อยากเข้ามาก็เข้ามา!" &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:JasmineUPC;font-size:180%;color:#0080c0;"&gt;เมื่อหลวงตาเข้าไปพบที่ห้องนอน&lt;br /&gt;พบว่าชายคนดังกล่าว นอนอย่างหมดอาลัยตายอยากอยู่บนเตียง&lt;br /&gt;สีหน้าซีดเซียวร่างกายซูบผอมประหนึ่งครึ่งคนครึ่งศพ &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:JasmineUPC;font-size:180%;color:#0080c0;"&gt;เด็กรับใช้นำน้ำมาถวายหลวงตา&lt;br /&gt;พร้อมจัดเก้าอี้ถวายข้างๆเตียงของชายคนนั้น&lt;br /&gt;หลวงตายิ้มแล้วพูดว่า "อาการหนักเลยนะ"&lt;br /&gt;ชายคนนั้นนิ่งเงียบไม่สนใจในสิ่งที่หลวงตาพูด&lt;br /&gt;หลวงตาตรวจอาการพอเป็นพิธี "จึงกล่าวว่าโทรมมากเลยนะ"&lt;br /&gt;ชายคนนั้นไม่สนใจ หลวงตาบอกว่า "ไม่เชื่อลองมองที่กระจกสิ" &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:JasmineUPC;font-size:180%;color:#0080c0;"&gt;ชายคนนั้นไม่สนใจ แต่ขณะที่หางตาชายไปที่กระจกแต่งตัวในห้องนอน&lt;br /&gt;เขามองเห็นภาพของคนที่รักอยู่ในนั้น&lt;br /&gt;ไม่นานภาพของคนรักก็ค่อยๆจางหายไป&lt;br /&gt;กลายเป็นภาพทิวทัศน์ชายทะเล &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:JasmineUPC;font-size:180%;color:#0080c0;"&gt;&lt;img height="148" alt="" src="http://www.kohsurin.com/mcontents/1035307711kohsurincom3.gif" width="221" border="0" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:JasmineUPC;font-size:180%;color:#0080c0;"&gt;ที่ชายทะเลแห่งนั้น เงียบสงบ ไม่มีคนผ่านไปมา&lt;br /&gt;ขณะที่ชายคนที่ป่วยนั้น มองภาพในกระจกด้วยความสนใจนั้น&lt;br /&gt;เขาพบมีศพหญิงสาวนอนเปลือยกายอยู่ที่ชายหาด &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:JasmineUPC;font-size:180%;color:#0080c0;"&gt;เวลาผ่านไปซักครู่มีชายคนหนึ่งเดินผ่านมา&lt;br /&gt;เขามองเห็นศพหญิงคนนั้น ด้วยความรังเกียจแล้วเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:JasmineUPC;font-size:180%;color:#0080c0;"&gt;ต่อมาพักใหญ่ มีชายอีกคนหนึ่งเดินผ่านมาเขามองเห็นศพนั้น&lt;br /&gt;เขาสงสารจึงถอดเสื้อนอกออกมาคลุมร่างของหญิงคนนั้น แล้วเดินจากไป &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:JasmineUPC;font-size:180%;color:#0080c0;"&gt;พักใหญ่ๆอีกเช่นกัน มีชายอีกคนเดินผ่านมาเขาพบคนนอนมีผ้าคลุมอยู่&lt;br /&gt;จึงเปิดออกดู เมื่อพบว่าเป็นศพด้วยใจสงสาร&lt;br /&gt;จึงจะฝังให้เรียบร้อย แต่ก็ไม่มีเครื่องมือจะขุด&lt;br /&gt;เขาจึงตัดสินใจใช้มือทั้ง2ข้าง ค่อยๆกอบทรายขึ้นมาเขาทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนเย็น&lt;br /&gt;พอได้หลุมใหญ่พอสมควร จึงได้ฝังศพผู้หญิงคนนั้นเรียบร้อยแล้วจากไป &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:JasmineUPC;font-size:180%;color:#0080c0;"&gt;จากนั้นภาพในกระจกก็เปลี่ยนเป็นภาพของศพหญิงคนนั้น&lt;br /&gt;และก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นภาพของหญิงคนรัก&lt;br /&gt;เขาได้เห็นก็ตกใจ พอซักพักก็ปรากฏเป็นภาพชายคนที่ 2 แล้วก็ค่อยๆจางหายไป&lt;br /&gt;เหลือแต่เงาของตัวเองในกระจก &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:JasmineUPC;font-size:180%;color:#0080c0;"&gt;ทันใดนั้นหลวงตาพูดว่า "ทีนี้เข้าใจรึยัง&lt;br /&gt;ศพนั้นคือคู่รักของโยม ชายคนที่ช่วยฝังศพเธอ&lt;br /&gt;ผูกวาสนากับเธอหนึ่งชาติ ชาตินี้เธอเลยแต่งงานกับเขา&lt;br /&gt;ส่วนโยมช่วยคลุมศพเธอ จึงผูกวาสนา 3 ปี ตอนนี้ครบ 3 ปี&lt;br /&gt;วาสนาสิ้นแล้วก็ต้องจากกัน" &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:JasmineUPC;font-size:180%;color:#0080c0;"&gt;เมื่อชายคนนั้นฟังจบ ก็กระอักเลือดออกมา&lt;br /&gt;เด็กรับใช้ตกใจมาก หลวงตายิ้มแล้วบอกว่า&lt;br /&gt;"โยมรอดแล้ว เมื่อกี้โยมกระอักเลือด เอาเลือดเสียออกมาแล้ว" &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:JasmineUPC;font-size:180%;color:#0080c0;"&gt;ต่อมาไม่นานชายคนนั้นก็ได้ออกบวชในที่สุด &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:JasmineUPC;font-size:180%;color:#0080c0;"&gt;คนเราเจอกันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ&lt;br /&gt;ความสัมพันธ์ พ่อ,แม่,พี่,น้อง,ญาติ,เพื่อน,ศัตรู,คนรัก ฯลฯ&lt;br /&gt;ไม่ใช่ของเลื่อนลอย เมื่อมีวาสนา ไม่ต้องเรียกร้อง ถึงเวลาก็มาเจอกัน &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:JasmineUPC;font-size:180%;color:#0080c0;"&gt;เมื่อสิ้นวาสนาก็ต้องจากกัน รั้งยังไงก็ไม่อยู่&lt;br /&gt;ในตอนที่ยังไม่จากกันนี้ คุณทำได้ทำดีต่อคนของคุณหรือยัง&lt;br /&gt;เพราะถึงเวลาที่ต้องจากกันไม่ว่าคุณจะมีเงินหรืออำนาจล้นฟ้า&lt;br /&gt;ก็เรียกมันกลับคืนมาไม่ได้ &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family:JasmineUPC;font-size:180%;color:#0080c0;"&gt;ทำดีต่อกันไว้ดีกว่าเพราะไม่มีใครรู้ว่าเราจะต้องจากกันเมื่อไหร่&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8467252942275514599-9168723304244232697?l=hotsamathi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://hotsamathi.blogspot.com/feeds/9168723304244232697/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8467252942275514599&amp;postID=9168723304244232697' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/9168723304244232697'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/9168723304244232697'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://hotsamathi.blogspot.com/2008/08/blog-post_14.html' title='การเจอกันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ'/><author><name>....นส.อ่อนไหว</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02362473934603014181</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/-yWedkBiCHho/TiEnJap103I/AAAAAAAAAMw/JBCikugnWfI/s220/0388.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8467252942275514599.post-1519608183918264223</id><published>2008-08-13T02:49:00.001-07:00</published><updated>2008-08-22T04:40:50.827-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บุญ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อานิสงส์'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การบวช'/><title type='text'>อานิสงส์การบวชพระ-บวชชีพรามณ์</title><content type='html'>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#0080c0;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;span style="font-family:BooK_Handwrite[2006];font-size:180%;color:#8000ff;"&gt;&lt;strong&gt;อานิสงส์การบวชพระ-บวชชีพรามณ์ &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;span style="font-family:BooK_Handwrite[2006];font-size:180%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="color:#8000ff;"&gt;[บวชชั่วคราวเพื่อสร้างบุญ, อุทิศให้พ่อแม่-เจ้ากรรมนายเวร] &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#8000ff;"&gt;1. หน้าที่การงานจะเจริญรุ่งเรือง ได้ลาภ ยศ สรรเสริญตามปรารถนา   &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;span style="color:#8000ff;"&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;2. เจ้ากรรมนายเวรจะอโหสิกรรม หนี้กรรมในอดีตจะคลี่คลาย &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;3. สุขภาพแข็งแรง สติปัญญาแจ่มใส ปัญหาชีวิตคลี่คลาย &lt;/p&gt;  &lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;4. เป็นปัจจัยสู่พระนิพพานในภพต่อๆ ไป &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;5. สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง โพยภัยอันตรายผ่อนหนักเป็นเบา &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;6. จิตใจสงบ ปล่อยวางได้ง่าย มองเห็นสัจธรรมแห่งชีวิต &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;7. เป็นที่รักที่เมตตามหานิยมของมวลมนุษย์มวลสัตว์และเหล่าเทวดา &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;8. ทำมาค้าขึ้น ไม่อับจน การเงินไม่ขาดสายไม่ขาดมือ &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;9. โรคภัยของตนเอง ของพ่อแม่ และของคนใกล้ชิดจะเบาบางและรักษาหาย &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;10. ตอบแทนพระคุณของพ่อแม่ได้เต็มที่ &lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับผู้ที่บวชไม่ได้&lt;br /&gt;เพราะติดภาระกิจต่างๆ ก็สามารถได้รับอานิสงส์เหล่านี้ได้&lt;br /&gt;ด้วยการสร้างคนให้ได้บวชสนับสนุนส่งเสริมอาสาการให้คนได้บวช &lt;/p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/span&gt; &lt;/blockquote&gt;  &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8467252942275514599-1519608183918264223?l=hotsamathi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://hotsamathi.blogspot.com/feeds/1519608183918264223/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8467252942275514599&amp;postID=1519608183918264223' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/1519608183918264223'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/1519608183918264223'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://hotsamathi.blogspot.com/2008/08/blog-post_13.html' title='อานิสงส์การบวชพระ-บวชชีพรามณ์'/><author><name>....นส.อ่อนไหว</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02362473934603014181</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/-yWedkBiCHho/TiEnJap103I/AAAAAAAAAMw/JBCikugnWfI/s220/0388.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8467252942275514599.post-1424512027122868772</id><published>2008-08-11T00:39:00.001-07:00</published><updated>2008-08-22T04:42:35.501-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ขำ ขำ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความรัก'/><title type='text'>ถ้ารัก คือ...ฟัน</title><content type='html'>&lt;p align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:2005_iannnnnJPG;font-size:150%;color:#804000;"&gt;รักคงมั่น คือ...ฟันแท้&lt;br /&gt;รักร่อแร่ คือ...ฟันโยก&lt;br /&gt;รักโสโครก คือ...ฟันดำ&lt;br /&gt;รักถลำ คือ...ฟันเหยิน&lt;br /&gt;รักหมางเมิน คือ...ฟันห่าง&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รักร้าง คือ...ฟันหลอ&lt;br /&gt;รักหงิกงอ คือ...ฟันกุด&lt;br /&gt;รักบริสุทธิ์ คือ...ฟันขาว&lt;br /&gt;รักชั่วคราว คือ...ฟันปลอม&lt;br /&gt;รักอ่อนซ้อม คือ...ฟันร่วง&lt;br /&gt;รักสีม่วง คือ...ฟันเก&lt;br /&gt;รักจำเจ คือ...ฟันซ้อน&lt;br /&gt;รักสลอน คือ...ฟันแทรก&lt;br /&gt;รักแรก คือ...ฟันน้ำนม&lt;br /&gt;รักระบมคือ...ฟันผุ&lt;br /&gt;รักคิกขุ คือ...ฟันกระต่าย&lt;br /&gt;รักสลายคือ...ฟันหลุด&lt;br /&gt;รักชำรุด คือ...ฟันสึก&lt;br /&gt;รักเจ็บลึก คือ...ฟันคุด&lt;br /&gt;รักตุ๊ด คือ...ฟันหนุ่ม&lt;br /&gt;รักทั้งกลุ่ม คือ...ฟันหมด&lt;br /&gt;รักสลด คือ...ฟันพลาด&lt;br /&gt;รักต่างชาติ คือ...ฟันฝรั่ง&lt;br /&gt;รักปิดบัง คือ...ฟันชู้&lt;br /&gt;รักอุดอู้ คือ...ฟันช้า&lt;br /&gt;รักกะฮาคือ...ฟันเล่น&lt;br /&gt;รักไม่เป็น คือ...ฟันดะ&lt;br /&gt;รักเธออยู่เสมอ จริงๆ นะ...ฟัน&lt;/span&gt;&lt;/span&gt; &lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8467252942275514599-1424512027122868772?l=hotsamathi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://hotsamathi.blogspot.com/feeds/1424512027122868772/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8467252942275514599&amp;postID=1424512027122868772' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/1424512027122868772'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/1424512027122868772'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://hotsamathi.blogspot.com/2008/08/blog-post_11.html' title='ถ้ารัก คือ...ฟัน'/><author><name>....นส.อ่อนไหว</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02362473934603014181</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/-yWedkBiCHho/TiEnJap103I/AAAAAAAAAMw/JBCikugnWfI/s220/0388.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8467252942275514599.post-796877586996269021</id><published>2008-08-09T08:02:00.000-07:00</published><updated>2008-08-22T04:44:18.068-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อโหสิกรรม'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ขอขมา'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='กฏแห่งกรรม'/><title type='text'>อโหสิกรรม</title><content type='html'>อโหสิกรรม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำว่า อโหสิกรรม มาจากคำ ๒ คำ คือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อโหสิ เป็นคำภาษาบาลีแปลว่า “ได้มีแล้ว” หมายความว่า ได้ให้ผลเสร็จสิ้นแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กับคำว่า กรฺม ซึ่งเป็นคำภาษาสันสกฤต แปลว่า“การกระทำ”หมายถึงการกระทำที่มีเจตนา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อโหสิกรรม แปลรวมกันว่า กรรมที่ไม่ส่งผลแก่ผู้กระทำกรรมอีกต่อไป  &lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตามหลักพระพุทธศาสนาบุคคลที่ทำกรรมดีหรือกรรมชั่วโดยมีเจตนาในการทำกรรมนั้นจะต้องได้รับผลกรรมตามสมควรแก่การกระทำของตนคนที่ทำร้ายผู้อื่นคนที่คดโกงหรือฉ้อราษฎร์บังหลวงก็จะได้รับผลกรรมนั้น&lt;br /&gt;เช่น ตนเองได้รับโทษถูกจำคุกหรือลูกหลานประสบเคราะห์ร้ายต่าง ๆทำให้ตนต้องเสียใจทุกข์ทรมานเพราะการสูญเสียหรือแม้ไม่ได้รับกรรมในชาตินี้ กรรมก็จะติดตามไปส่งผลในชาติหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่กรรมที่ทำไว้นั้นถ้าเป็นกรรมเบาอาจจะไม่ส่งผลก็ได้หากทำให้กรรมนั้นเป็นอโหสิกรรมวิธีทำกรรมให้เป็นอโหสิกรรมวิธีหนึ่งคือการยกโทษให้เช่นเมื่อเราประพฤติล่วงเกินผู้อื่นด้วยกาย วาจา หรือใจแล้วไปขอให้ผู้ที่เราประพฤติล่วงเกินยกโทษให้เมื่อท่านยกโทษให้แล้วก็ถือว่ากรรมนั้นเป็นอโหสิกรรมไม่ให้ผลอีกต่อไปทั้งในชาตินี้และชาติหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในภาษาไทยคำว่า “อโหสิกรรม” จึงกลายมามีความหมายว่า การเลิกแล้วต่อกัน การไม่เอาโทษกันการเลิกจองเวรกันในฐานะที่เราเป็นชาวพุทธเมื่อได้ประพฤติล่วงเกินผู้อื่น ก็ควรขอให้ผู้นั้นยกโทษให้และในทำนองเดียวกันหากมีผู้มาขออโหสิกรรมจากเรา ก็ควรยกโทษให้ไม่อาฆาต พยาบาท จองเวรกันเมื่อปฏิบัติได้เช่นนี้ก็จะก่อให้เกิดความรักใคร่กันและอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การที่เราประพฤติล่วงเกินผู้อื่นไม่ว่าจะเป็นทางกาย วาจา หรือใจเราจะต้องรับกรรมนั้น อาจจะในชาตินี้หรือชาติหน้าแต่ถ้าเราทำกรรมนั้นให้เป็น “อโหสิกรรม” คือขอให้ผู้ถูกล่วงเกินนั้นยกโทษให้ กรรมนั้นก็จะสิ้นผล เปรียบเหมือนเมล็ดพืชที่หมดสิ้นเชื้อชีวิตแล้วไม่อาจเพาะขึ้นเป็นต้นไม้ได้อีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีเรื่องเล่าไว้ในอรรถกถาธรรมบทว่ามีบุตรชายของเศรษฐีคนหนึ่งอยู่ในเมืองโสเรยฺยนครได้เดินทางไปเมืองสาวัตถี และได้พบพระมหากัจจายนเถระพระอรหันต์ที่สำคัญองค์หนึ่งในพระพุทธศาสนาพระมหากัจจายนเถระเป็นผู้มีรูปโฉมงดงามมากบุตรชายของเศรษฐีนั้นเห็นท่านแล้วเกิดอกุศลจิตคิดว่า “ภรรยาของเราควรจะมีผิวพรรณงดงามเช่นพระเถระนี้” การล่วงเกินต่อพระอรหันต์เช่นนี้ ทำให้ได้รับกรรมทันตาเห็นคือกลายร่างเป็นหญิงไปในทันที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บุตรชายเศรษฐีรู้สึกละอายมากที่ร่างกายกลายเป็นหญิงจึงไม่ยอมกลับบ้านเมืองและไปอาศัยอยู่ที่เมืองตักกสิลาจนกระทั่งได้แต่งงานกับชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นบุตรเศรษฐีในเมืองตักกสิลาและมีบุตรด้วยกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อมาเขาได้พบกับเพื่อนคนหนึ่งที่เดินทางมาจากเมืองสาวัตถีเขาจึงเล่าเรื่องราวให้เพื่อนฟังว่าเหตุใดจึงมีร่างกายเป็นหญิงเพื่อนผู้นั้นแนะนำว่าให้ไปขอขมาต่อพระมหากัจจายนะเขาจึงได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเพื่อนเมื่อพระมหากัจจายนเถระทรงทราบเช่นนั้นก็ยกโทษให้กรรมที่เคยล่วงเกินท่านก็เป็นอโหสิกรรมคือสิ้นผลบุตรของเศรษฐีผู้นั้นก็หมดกรรม และกลับมีร่างกายเป็นชายเช่นเดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คัดลอกจาก: http://dhammathai.org/webboard/view.php?No=2021   &lt;/span &gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8467252942275514599-796877586996269021?l=hotsamathi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://hotsamathi.blogspot.com/feeds/796877586996269021/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8467252942275514599&amp;postID=796877586996269021' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/796877586996269021'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/796877586996269021'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://hotsamathi.blogspot.com/2008/08/blog-post_4186.html' title='อโหสิกรรม'/><author><name>....นส.อ่อนไหว</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02362473934603014181</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/-yWedkBiCHho/TiEnJap103I/AAAAAAAAAMw/JBCikugnWfI/s220/0388.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8467252942275514599.post-8754447647943882670</id><published>2008-08-09T08:00:00.000-07:00</published><updated>2008-08-22T04:45:08.734-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อโหสิกรรม'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ขอขมา'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='กฏแห่งกรรม'/><title type='text'>ปาฏิหาริย์การขออโหสิกรรม...</title><content type='html'>คัดลอกมาจาก :หนังสือกฎแห่งกรรมเล่มที่ ๑๘ วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนอื่นดิฉันขอขอบคุณสามีที่อนุญาตให้นำเรื่องนี้มาเล่าเพื่อเป็นแนวทางให้กับผู้ที่มีคู่ครองติดสุราหรืออบายมุขอื่นๆที่กำลังท้อแท้กับชีวิต ได้มีกำลังใจสู้ชีวิตต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชีวิตของดิฉันตั้งแต่เล็กจนโต มีแต่ความสุขสบายได้รับความอบอุ่นจากคุณพ่อคุณแม่ได้เรียนหนังสือในโรงเรียนดีๆจนจบการศึกษาในระดับปริญญาตรี หลังจากจบการศึกษาไม่นานก็ได้แต่งงานกับสามีซึ่งมีฐานะและพื้นฐานทางครอบครัวที่ใกล้เคียงกันคุณพ่อของสามีมีกิจการค้าส่วนตัว เมื่อเข้าไปเป็นสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัวสามีคุณพ่อคุณแม่และน้องสาวของสามีดีต่อดิฉันมาก สามีก็ช่วยกิจการค้าของคุณพ่อ  &lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชีวิตสมรสของดิฉันราบรื่น ขณะที่มีลูกสาว ๓ คนที่น่ารัก (ลูกชายคนเล็กเกิดภายหลังวิกฤตการณ์ของครอบครัว) สามีเป็นคุณพ่อที่ดีของลูกๆไปไหนมาไหนจะไปทั้งครอบครัว วันหยุดส่วนใหญ่จะทำกิจกรรมร่วมกัน ไปเที่ยวต่างจังหวัดไปเที่ยวสวนสนุก แต่ความสุขทางโลกเป็นความสุขที่ไม่ยั่งยืนมนุษย์ทุกคนไม่ว่าจะเกิดมารวยหรือจน ต้องมาใช้กรรมที่ทำไว้ทั้งนั้นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ดิฉันก็เช่นเดียวกัน หนีกฎแห่งกรรมไม่พ้นเหตุการณ์ที่ทำให้ดิฉันเป็นทุกข์อยู่หลายปีเกิดขึ้นหลังจากแต่งงานประมาณ ๑๐ ปีสามีไปเข้าหุ้นทำการค้ากับเพื่อนๆตัวเขาไม่ได้เข้าไปบริหารแต่เป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ให้กับบริษัททำไปได้ไม่นานก็เกิดขาดทุน ไม่มีใครเข้าไปรับผิดชอบสามีดิฉันซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้จึงต้องเข้าไปสะสางหนี้สินทั้งหลาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชีวิตของดิฉันแปรเปลี่ยนไปชั่วข้ามคืน เพราะสามีต้องไปทำงานที่บริษัทใหม่หน้าที่การงานที่เขาเคยรับผิดชอบอยู่ที่กิจการของคุณพ่อก็ต้องโอนให้ดิฉันดูแลแทนทั้งหมดตอนกลางวันดิฉันต้องดูแลร้าน มีปัญหาเกี่ยวกับการค้าก็ต้องหาทางแก้ไขเองเพราะคุณพ่อป่วยเป็นโรคถุงลมโป่งพอง เข้าออกโรงพยาบาลเป็นประจำไม่สามารถเป็นที่ปรึกษาได้ ตอนกลางคืนก็ต้องดูแลลูกสาว ๓ คนและลุกชายคนเล็กซึ่งยังเล็กอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหตุการณ์ยิ่งเลวร้ายเข้าไปอีกเมื่อสามีดิฉันเข้าไปสะสางปัญหาต่างๆมากมายในบริษัทใหม่ความเครียดกับงานก็เพิ่มมากขึ้น เขาเริ่มดื่มเหล้าเพื่อให้หลับในตอนกลางคืนจนกลายเป็นคนติดเหล้า ต้องดื่มทุกวัน เริ่มขาดสติและมีอารมณ์แปรปรวนเป็นประจำบ่อยครั้งที่เขาไปงานสังคมและกลับบ้านดึกดิฉันจะเป็นห่วงและไม่เข้านอนจนกว่าเขาจะกลับมาโรคปวดหลังที่เคยเป็นมาก่อนก็รุมเร้าดิฉันหนักขึ้นถึงกลับเดินไม่ได้ต้องไปโรงพยาบาล ต้องทำกายภาพบำบัดเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ถึงจะหายดิฉันได้แต่ทุกข์กายทุกข์ใจอยู่คนเดียว ทุกครั้งที่กลุ้มใจมากๆก็จะเข้าห้องพระจุดธูปอธิฐานขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยดิฉัน แม้จะสวดมนต์บทชินบัญชรคาถาเพื่อให้คลายทุกข์ ก็ยังช่วยอะไรไม่ได้เนื่องจากดิฉันไม่ทราบวิธีการสวดมนต์ที่ถูกต้อง และไม่เข้าใจว่าสวดมนต์เพื่ออะไรขณะที่ดิฉันแทบจะหมดอาลัยตายอยาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาจจะเป็นเพราะได้ทำบุญกุศลร่วมกับพี่สาวของดิฉันอยู่มาวันหนึ่งพีสาวโทรศัพท์มาเล่าว่า ตั้งแต่ลูกๆ เขาไปเรียนเมืองนอก เขาว่างมากจึงหยิบหนังสือสวดมนต์เล่มหนึ่งที่ได้จากงานศพของคนรู้จัก มาสวดทุกเย็นหลังเลิกงานเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว และรู้สึกว่าตัวเองใจเย็นลง จิตใจแจ่มใสขึ้นตั้งแต่นั้นมาดิฉันก็หยิบหนังสือสวดมนต์ที่ได้รับจากงานศพเดียวกันมาสวดบ้าง (เป็นบทสวดมนต์เดียวกับที่หลวงพ่อจรัญแนะนำให้สวด)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การสวดมนต์และแผ่เมตตาที่จะทำให้เป็นกิจวัตรประจำวันนั้น ทำได้ยากมากเพราะการที่จะสำรวมกายสำรวมใจสวดมนต์ในตอนแรกๆ ต้องอดทนและฝืนใจตัวเองอย่างมากๆคนส่วนใหญ่รวมทั้งตัวดิฉันเองมักจะพูดว่าไม่มีเวลาสวดมนต์ ทำงานเหนื่อยทั้งวันสวดมนต์ทีไรง่วงทุกที แต่อย่างที่เขาพูดว่า เมื่อใดมีทุกข์เมื่อนั้นก็จะพบธรรมะเมื่อความทุกข์เพิ่มทวีคูณ ดิฉันก็พยายามหาทางขจัดทุกข์ให้เร็วที่สุดจากที่เคยสวดบทง่ายๆและไม่เคยแผ่บทเมตตา ในช่วงแรกๆก็ได้เริ่มสวดบทพาหุงมหากาบทพุทธคุณ (อายุของตัวเองบวกหนึ่งจบ) พร้อมทั้งอโหสิกรรมและแผ่เมตตาทุกครั้งอานิสงฆ์จากการสวดมนต์ทำให้ดิฉันมีสติอยู่กับตัวเองมากขึ้นและคลายจากความทุกข์ความกังวลเกี่ยวกับสามีลงมากแต่ที่น่าอัศจรรย์คือ อานิสงฆ์จากการสวดมนต์ทำให้ดิฉันได้พบวิธีการปฏิบัติธรรมเพื่อเจริญสติเป็นขั้นเป็นตอนเหมือนกับธรรมะจัดสรรให้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากได้สวดมนต์ไม่นาน พี่สาวของดิฉันก็ได้นำหุงสือเล่มหนึ่งชื่อ"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม" ของคุณสุทัสสา อ่อนค้อม มาให้อ่านมีหลายอย่างในหนังสือเล่มนั้นที่เป็นพลังผลักดันให้ดิฉันใฝ่หาความรู้ทางธรรมะมากขึ้นความศรัทธาต่อหลวงพ่อจรัญจากหนังสือเล่มดังกล่าวทำให้พี่สาวและดิฉันขับรถไปที่วัดอัมพวันเพื่อฟังธรรมะจากหลวงพ่อโดยตรงทุกครั้งที่ได้ฟังธรรมจากท่าน ดิฉันจะนำคำสอนจากท่านมาประยุกต์ใช้กับชีวิตตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดิฉันเริ่มมองตัวเองและแก้ไขสิ่งที่ตัวเองบกพร่องซึ่งแต่ก่อนมักจะโทษว่าปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะคนอื่นทำมากกว่าโดยเฉพาะปัญหาสามีติดเหล้า จะโทษว่าเป็นเพราะเขาที่ทำให้เราเป็นทุกข์และจะโกรธเขาทุกข์ครั้งที่เห็นเขาดื่มเหล้า แต่หลังจากได้สวดมนต์ปฏิบัติธรรมและฟังธรรมจากหลวงพ่อทำให้ดิฉันอยู่กับตัวเองมากขึ้น กลับมองปัญหาที่เกิดขึ้นว่าคงเป็นกฎแห่งกรรมที่เราทำไว้ชาติที่แล้ว จึงต้องมาประสบปัญหาเช่นนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉะนั้นเราควรอดทนใช้กรรมที่เราทำไว้ในอดีตอย่างมีสติและไม่ควรเพิ่มกรรมใหม่ที่ไม่ดีในปัจจุบัน ดิฉันได้เริ่มต้นโดยขออโหสิกรรมจากสามีและอโหสิกรรมให้เขาเช่นกัน ไม่รื้อฟื้นสิ่งที่ไม่ดีในอดีต ปรับปรุงตัวเอง ลดทิฐิพูดจาดีๆ กับเขา ไม่เอ่ยถึงเรื่องที่จะให้เขาเลิกเหล้าหลังจากที่ดิฉันปรับปรุงแก้ไขตัวเองไม่นาน สามีของดิฉันก็ค่อยๆ ลดการดื่มเหล้าลงจนถึงขณะนี้เขาเลิกดื่มแล้วและกลับมาเป็นคุณพ่อที่ดีของลูกๆและเป็นสามีที่ดีของดิฉัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การปฏิบัติธรรมนอกจากทำให้ดิฉันมีชีวิตครอบครัวที่ดีขึ้นแล้วยังทำให้ดิฉันได้ระลึกถึงกรรมที่ได้ทำไว้กับผีเสื้อเมื่อ ๓๐ ปีที่แล้วดิฉันได้จับผีเสื้อมา ๔ ตัวและให้เพื่อนคนหนึ่งฉีดยากลางหลังทุกตัวเพื่อสต๊าฟไว้ส่งครูในวิชาชีวะแต่หลังจากนั้นไม่นานดิฉันก็ฝันเห็นผีเสื้อยักษ์ตัวใหญ่บินเข้ามาหาดิฉันเพื่อจะมาทำร้ายจนดิฉันตกใจตื่น โดยไม่ทราบว่านี่คือความอาฆาตแค้นที่ผีเสื้อเหล่านั้นมีต่อดิฉันจนกลายเป็นกรรมที่ดิฉันต้องชดใช้นานถึง ๑๐ ปี กับอาการปวดหลังที่ต้องทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส ทุกครั้งที่ปวดหลังดิฉันจะเดินไม่ได้จะนั่งจะนอนก็ทรมานไปหมด กว่าจะดีขึ้นก็ต้องทำกายภาพบำบัดเป็นเวลา ๑ สัปดาห์จนกระทั่งได้มานั่งกรรมฐาน จึงระลึกได้ว่า ที่ปวดหลังมาเป็นเวลา ๑๐ปีนั้นเป็นเพราะกฎแห่งกรรมที่ทำไว้กับผีเสื้อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดิฉันจึงขออโหสิกรรมและแผ่เมตตาให้กับผีเสื้อเหล่านั้นหลังจากนั่งกรรมฐานติดต่อกันเป็นเวลาหลานเดือน ในที่สุดพวกเขาก็ยอมอโหสิให้กับดิฉันเพราะอาการปวดหลังของดิฉันได้หายเป็นปลิดทิ้งตั้งแต่ตอนนั้นเป็นเวลา ๔ ปีแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนปาฏิหาริย์ที่เกิดจากการขออโหสิกรรมโดยการเจริญกรรมฐาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดิฉันขอสรุปว่า ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรามีทางออกที่ดีได้ถ้าเรายอมลดทิฐิลง มองดูตัวเองก่อนเพื่อแก้ไขความบกพร่องให้อภัยและอโหสิกรรมผู้อื่น เรื่องในอดีตอย่าไปรื้อฟื้นขอให้ตั้งสติเพื่อแก้ไขปัญหาในปัจจุบันการที่จะทำเช่นนั้นได้ก็โดยการเจริญกรรมฐานเท่านั้น จากประสบการณ์ชีวิตของดิฉันเองการที่จะได้ของดีมักจะมีอุปสรรค ขอให้อดทน เริ่มจากสวดมนต์ อโหสิกรรมและแผ่เมตตาทุกวันแล้วธรรมะก็จะจัดสรรเป็นขั้นเป็นตอนให้ได้มีโอกาสเจริญกรรมฐานในที่สุดถึงแม้ต้องต่อสู้กับตัวเองและใช้ความอดทนอย่างสูงเพื่อทำให้เป็นกิจวัตรแต่พอทำได้แล้วจะรู้สึกไม่ยากเลย และจะพบแต่สิ่งดีๆ ที่รู้ได้เฉพาะตนจริงๆ (ปัจจังตัง เวทิตัพโพ วิญญฺหิ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;http://www.jarun.org/  &lt;/span &gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8467252942275514599-8754447647943882670?l=hotsamathi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://hotsamathi.blogspot.com/feeds/8754447647943882670/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8467252942275514599&amp;postID=8754447647943882670' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/8754447647943882670'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/8754447647943882670'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://hotsamathi.blogspot.com/2008/08/blog-post_09.html' title='ปาฏิหาริย์การขออโหสิกรรม...'/><author><name>....นส.อ่อนไหว</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02362473934603014181</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/-yWedkBiCHho/TiEnJap103I/AAAAAAAAAMw/JBCikugnWfI/s220/0388.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8467252942275514599.post-1971459929972756243</id><published>2008-08-09T07:28:00.000-07:00</published><updated>2008-08-22T04:45:47.949-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สมาธิ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ทั่วไป'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='พระราชวงศ์'/><title type='text'>พระสมาธิของพระเจ้าอยู่หัว</title><content type='html'>&lt;a href="http://www.compnetplus.com/KingImage/ในหลวงโบกพระหัตถ์640s.jpg"&gt;&lt;img style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand" alt="" src="http://www.compnetplus.com/KingImage/ในหลวงโบกพระหัตถ์640s.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระสมาธิของพระเจ้าอยู่หัว&lt;br /&gt;โดย พล.ต.อ. วสิษฐ เดชกุญชร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;http://www.dharma-gateway.com/ubasok/special-01.htm&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คัดลอกจาก http://www.ybat.org/&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยพระเมตตา แห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิ พลอดุลยเดช ที่ทรงสละความสุขส่วนพระองค์ เพื่อพสกนิกร ชาวไทยพระองค์ประดุจพระผู้สร้างแผ่นดิน ทรงเป็นดั่งผู้ มอบชีวิต มอบความรุ่งเรือง มอบความเจริญงอกงามภายใน หัวใจคนไทยทั้งชาติ ทรงเป็นผู้ริเริ่มสร้างสรรค์ เป็นแรง บันดาลใจจุดประกายพลังแผ่นดิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากเราได้มีโอกาสศึกษาพระบรมราโชวาท แห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เราจะเข้าใจได้อย่างแจ่มชัดด้วยคำสอน ที่พระองค์ทรงพระราชทานให้ แต่ละข้อ แต่ละอย่างนั้น ล้วนเกิดขึ้นจากการที่พระองค์ ทรงไตร่ตรองพิเคราะห์ถึงปัญหานั้น อย่างถ่อง แท้ แล้วว่าจะเป็นหนทางแห่งการแก้ปัญหา การดับทุกข์ได้ด้วยสมาธิ&lt;span id="fullpost"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ธรรมดาสภาวะจิตอันเป็นสมาธินั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร เกิดขึ้นจากการบังคับควบคุม เกิดขึ้นจาก ความผ่อนคลาย หรือเกิดขึ้นจากภาวะคับขันต่อการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นตรงหน้าจะทำให้ต้อง เร่งรวบรวมสติให้มั่น ไม่ว่าสมาธิจะเกิดขึ้นอย่างไร สมาธิเป็นของดี เป็นของที่เกิดขึ้นได้จากการ ฝึกฝน เป็นของที่มีอยู่ในกาย และในจิตอันพร้อมเป็นของเข้าใจได้ เป็นของเข้าใจง่าย และใช้ได้ กับคนทุกเพศทุกวัยและความเข้าใจอันแจ่มชัดที่แสดงให้เห็นว่า สมาธิ เองก็มิใช่ของที่เกิดขึ้น โดยลำพังหรือใช้โดยลำพัง แต่สมาธิที่ดีจะยังประโยชน์แก่ผู้อื่นได้มากหากผู้ใช้สมาธิรู้จักการ ปฏิบัติอันถูกต้อง ถูกต้องทั้งแก่ตนแลถูกต้องทั้งแก่ผู้อื่น ดังที่ได้ศึกษาจากรอยพระจริยวัตร แห่ง องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช อันได้แสดงไว้ถึงเรื่องราวของ "พระสมาธิ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้ที่เคยเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในงานหรือพิธีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต้องประทับอยู่ เป็นเวลานานๆ เช่น ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร คงจะได้เห็นด้วยความพิศวงกันทุกคนว่า พระเจ้าอยู่หัวนั้น เมื่อทรงนั่งลงแล้ว จะประทับอยู่ในพระอิริยาบทนั้นตั้งแต่เริ่มพิธีไปจนกระทั่ง จบไม่ทรงเปลี่ยนพระอิริยาบถเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนั้น ยังทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอย่างกระฉับกระเฉง ต่อเนื่อง ไม่มีพระอาการที่ แสดงว่าทรงเหนื่อย หรือทรงเบื่อเลย ผมเคยเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร พิธีนั้นยาวถึงประมาณ ๔ ชั่วโมง และมี บัณฑิตผู้สำเร็จการศึกษาเฝ้าฯ รับพระราชทานปริญญาบัตรเป็นจำนวนหลายพันคน ได้เห็นเหตุ การณ์เช่นว่านั้น แต่ผมได้เห็นมากกว่านั้นคือ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินกลับไปถึงพระตำหนักจิตรลดารโหฐานในตอนค่ำวันนั้น พระเจ้าอยู่หัวยังทรงออกพระกำลังบริหารพระวรกายด้วยการวิ่งใน ศาลาดุสิตาลัยอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในการประกอบพระราชกรณียกิจอื่นๆ ก็เช่นเดียวกัน พระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติด้วยพระอาการที่ แสดงว่า เอาพระทัยจดจ่ออยู่กับพระราชกรณียกิจนั้นๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่ทรงเหนื่อยหรือเบื่อหน่าย เช่น ในการทรงดนตรี ( ที่ใครๆ มักจะนึกว่าเป็นการหย่อน พระราชหฤทัย) เป็นต้น ผมเคยเห็น พระเจ้าอยู่หัวประทับทรงดนตรี ตั้งแต่หัวค่ำจนสว่าง โดยทรงนั่งไม่ลุกเลยแม้แต่จะเพื่อเสด็จฯ ไปห้องสรงในขณะที่นักดนตรีอื่นๆ ลงกราบแล้วถอยหลังลุกไปเข้าห้องน้ำกันเป็นครั้งคราวทุกคน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในการทรงเรือใบก็เช่นเดียวกัน ทรงจดจ่ออยู่กับการบังคับเรืออย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เริ่มต้นจนกระ ทั่งจบ ครั้งหนึ่งเสด็จฯ ออกจากฝั่งไปได้ไม่นานก็ทรงแล่นเรือใบเข้าฝั่ง ตรัสกับผู้ที่คอยมาเฝ้าฯ อยู่ ด้วยความฉงนว่าเสด็จฯ กลับเข้าฝั่งเพราะเรือใบพระที่นั่งแล่นไปโดนทุ่นเข้าซึ่งในกติกาการแข่ง เรือใบถือว่า ฟาวล์ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครเห็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แสดงว่าการทรงดนตรีก็ดี ทรงเรือใบก็ดี สำหรับพระเจ้าอยู่หัว เป็นงานอีกชนิดหนึ่ง ที่จะต้อง ทำด้วยความจดจ่อและต่อเนื่องไปจนกว่าจะเสร็จเหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระราชกรณียกิจอื่นๆ ทั้งน้อยและใหญ่ ทรงปฏิบัติแบบเดียวกัน คือด้วยการเอาพระราชหฤทัย จดจ่อไม่ทรงยอมให้ขาดจังหวะจนกว่าจะเสร็จ และไม่ทรงทิ้งขว้างแบบทำๆ หยุดๆ เพราะฉะนั้น จึงจะเห็นว่าพระราชกรณียกิจทั้งหลายนั้น สำเร็จลุล่วงไปเป็นส่วนใหญ่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมไปรู้เอาหลังจากที่เข้ารับราชการในตำแหน่งนายตำรวจราชสำนักประจำอยู่ได้ไม่นานว่าที่ ทรงสามารถจดจ่ออยู่กับพระราชกรณียกิจทุกชนิดได้เช่นนั้นก็เพราะพระสมาธิ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมไม่ทราบว่า พระเจ้าอยู่หัวทรงริเริ่มฝึกสมาธิตั้งแต่เมื่อใด แต่สันนิษฐานว่าคงจะเริ่มในเดือน ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๙ เมื่อทรงผนวชที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) หลังจากทรง ผนวชแล้ว ประทับจำพรรษาอยู่ที่พระตำหนักปั้นหย่า วัดบวรนิเวศวิหาร ทรงอยู่ในสมณเพศเป็น เวลา ๑๕ วัน ครั้งนั้นสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ซึ่งทรงเป็นพระอุปัชฌาจารย์ทรงเลือกสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก (เมื่อครั้งยัง เป็นพระโสภณคณาภรณ์) ให้เป็นพระอภิบาล (พระพี่เลี้ยง) ของพระเจ้าอยู่หัว เป็นที่ทราบกันดี ว่า แม้จะทรงมีเวลาน้อยแต่พระเจ้าอยู่หัวก็ทรงศึกษาและปฏิบัติตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด และคงจะได้ทรงฝึกเจริญพระกรรมฐานในโอกาสนั้นด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อผมเข้าไปเป็นนายตำรวจราชสำนักประจำในปี พ.ศ. ๒๕๑๓ นั้น ปรากฏว่าการศึกษา และปฏิบัติสมาธิหรือกรรม ฐาน ในราชสำนักกำลังดำเนินอยู่แล้ว พระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติ เป็นประจำ และข้าราชสำนักข้าราชบริพารหลายคน ทั้งฝ่าย พลเรือน และทหารก็กำลังเจริญรอยพระยุคลบาทอยู่ด้วยการ ฝึกสมาธิอย่างขะมักเขม้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมไม่ได้ตั้งใจจะหัดสมาธิ แม้จะเคยศึกษามาก่อน โดย เฉพาะจากหนังสือของ ท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุ แต่ ระหว่างการตามเสด็จฯ โดยรถไฟ จากกรุงเทพมหานคร ไปอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๕ การเดินทางไกลกว่าที่ผมคาดคิด หนังสือเล่มเดียวที่เตรียมไปอ่านฆ่าเวลาบนรถไฟ ก็อ่านจบเล่ม เสียตั้งแต่กลางทาง ขณะนั้นผมเห็นนายทหารราชองครักษ์ ประจำที่ปฏิบัติหน้าที่ถวายความ ปลอดภัยร่วมกันสองนาย ใช้เวลาว่างนั่งหลับตาทำสมาธิ ผมจึงลองทำดูบ้างโดยใช้อานาปานสติ (คือกำหนดรู้แต่เพียงว่ากำลังหายใจเข้า และหายใจออก) อันเป็นวิธีที่พระพุทธเจ้าทรงใช้ และ ท่านอาจารย์พุทธทาสแนะนำ ปรากฏว่าจิตสงบเร็วกว่าที่ผมคาด แลเห็นนิมิตเป็นภาพสีสวยๆ งามๆ มากมายและเป็นเวลาค่อนข้างนานด้วย ตั้งแต่นั้นมาผมก็ติดสมาธิและกลายเป็นอีกผู้หนึ่ง ที่ปฏิบัติสมาธิเป็นประจำมาจนทุกวันนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อความทราบถึงพระกรรณว่าผมเริ่มปฏิบัติสมาธิ พระเจ้าอยู่หัวก็ทรงกรุณาพระราชทาน หนังสือ และแถบบันทึกเสียงคำสอนของครูบาอาจารย์ต่างๆ ลงมา และบางครั้งก็ทรงพระกรุณา พระราชทานพระราชดำรัส แนะนำด้วยพระองค์เอง ผมจึงได้รู้ว่า พระสมาธิของพระเจ้าอยู่หัว นั้นก้าวหน้าไปแล้วเป็นอันมาก รับสั่งเล่าเองว่าแม้จะทรงใช้ อานาปานสติ เป็นอุบายในการทำ สมาธิ แต่พระเจ้าอยู่หัวก็ไม่ทรงสามารถที่จะกำหนดพระอัสสาสะ (ลมหายใจเข้า) และพระปัสสาสะ (ลมหายใจออก) ได้แต่ลำพัง ต้องทรงนับกำกับ วิธีนับของพระเจ้าอยู่หัวนั้นทรงทำดังนี้ หายใจเข้าครั้งที่หนึ่งนับหนึ่ง หายใจเข้าครั้งที่สอง นับสอง หายใจเข้าครั้งที่สาม นับสาม หายใจเข้าครั้งที่สี่ นับสี่ หายใจเข้าครั้งที่ห้า นับห้า หายใจออกครั้งที่หนึ่ง นับหนึ่ง หายใจออกครั้งที่สอง นับสอง หายใจออกครั้งที่สาม นับสาม หายใจออกครั้งที่สี่ นับสี่ หายใจออกครั้งที่ห้า นับห้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อถึงห้าแล้ว หากจิตยังไม่สงบ ก็นับถอยหลังจากห้าลงมาหาหนึ่ง แล้วนับจากหนึ่งขึ้นไปหา ห้าใหม่ กลับไปกลับมาเช่นนั้น จนกว่าจิตจะสงบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รับสั่งว่า ที่เห็นพระองค์ประทับอยู่นิ่งๆ นั้น พระจิตทรงอยู่กับหนึ่งเข้าหนึ่งออกตลอดเวลา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระเจ้าอยู่หัวทรงศึกษาเรื่องสมาธิด้วยการรวบรวม และประมวลคำสอนของครูบาอาจารย์ทุก คน แล้วก็ทรงพระกรุรา พระราชทานประมวลคำสอนนั้นแก่ผู้ที่ทรงทราบว่ากำลังปฏิบัติ สมาธิอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ครั้งหนึ่ง ทรงพระกรุณาพระราชทานแถบบันทึกเสียงของ สมเด็จพระญาณสังวรฯ ให้ผม รับสั่งว่าเป็นบันทึกเสียงการ แสดงธรรมเรื่อง ฉฉักกสูตร (คือพระสูตรว่าด้วยธรรมะ หมวด ๖ รวม ๖ ข้อ ซึ่งอธิบายความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ และความไม่มีตัวมีตนของสิ่งต่างๆ มีอายตนะภายนอก อายตนะภายใน วิญญาณ ผัสสะ เวทนา และตัณหา พระสูตรนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่ศึกษาและปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน) และ ทรงแนะนำให้ผมฟังธรรมบทนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมรับพระราชทานแถบบันทึกเสียงม้วนนั้นมาแล้วก็เอาไป ใส่เครื่องบันทึกเสียงและเปิดฟัง ฟังไปได้ไม่ทันหมดม้วนก็ ปิดแล้วก็เก็บเอาไว้ไม่ได้ฟังอีก หลังจากนั้นไม่นานนัก ได้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระเจ้าอยู่หัว มีพระราชกระแสรับสั่งถามว่า ฟังเทปของสมเด็จฯ แล้วหรือยัง เป็นอย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมไม่อาจจะกราบบังคมทูลความอันเป็นเท็จได้ ต้องกราบบังคมทูลตรงๆ ว่าฟังได้ไม่ทันจบ ม้วนก็ได้หยุดฟังเสียงแล้ว ตรัสถามต่อไปถึงเหตุผลที่ผมไม่ฟังให้จบ และผมก็จำเป็นต้องกราบ บังคมทูลตรงๆ ว่า สมเด็จฯ ท่านเทศน์ฟังไม่สนุก พูดขาดเป็นวรรคๆ เป็นห้วงๆ เนื่องจากสมเด็จฯ พิถีพิถันในการใช้ถ้อยคำและประโยคเทศน์ของท่านนั้น ถ้าเอามาพิมพ์ก็จะอ่านได้สบายกว่าฟัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระเจ้าอยู่หัวตรัสถามว่า ที่ฟังสมเด็จฯ เทศน์ไม่รู้เรื่องนั้นก็เพราะคิดไปก่อนใช้หรือไม่ว่า สมเด็จฯ ท่านจะพูดว่าอย่างนั้น อย่างนี้ ครั้นท่านพูดช้ากว่าที่คิด หรือพูดออกมาแล้วไม่ตรงกับที่ คาดหมายจึงเบื่อ เมื่อผมนิ่งไม่กราบบังคมทูลตอบ ก็ทรงแนะนำว่า ให้กลับไปฟังใหม่ คราวนี้อย่า คิดไปก่อนว่าสมเด็จฯ จะพูดว่าอย่างไร สมเด็จฯ หยุดก็ให้หยุดด้วย ผมกลับมาทำตามพระราช กระแสรับสั่ง เปิดเครื่องบันทึกเสียงฟังเทศน์ของสมเด็จฯ จากแถบบันทึกเสียงม้วนนั้นใหม่ตั้ง แต่ต้น ฟังด้วยสมาธิ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สมเด็จฯ หยุดตรงไหน ผมก็หยุดตรงนั้น และ ไม่คิดๆ ไปก่อนว่า สมเด็จฯ จะพูดว่าอย่างไร คราวนี้ ผมฟังได้จนจบและเห็นว่าจริงดังพระราชดำรัส แถบบันทึกเสียงม้วนนั้น เป็นม้วนที่ดีที่ สุดม้วนหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ครั้งหนึ่ง หลังจากที่นั่งสมาธิแล้ว ผมได้มีโอกาสเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทและกราบบังคมทูล ประสบการณ์ที่ได้ขณะทำสมาธิ ผมกราบบังคมทูลว่า ขณะที่นั่งสมาธิครั้งนั้น รู้สึกว่าตัวเองลอย ขึ้นจากพื้นสูงประมาณศอกหนึ่ง ทีแรกก็ยังไม่รู้สึกอะไรแต่ครั้นหัวเริ่มคล้อยลงไปข้างหน้า ทำท่า เหมือนจะตีลังกา ผมก็ตกใจและต้องเลิกทำสมาธิ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชวิจารณ์ว่า ถ้าหากสติยังอยู่ ยังรู้ตัวว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น ก็ไม่ควรจะ เลิก แต่ควรจะปล่อยให้เป็นไปตามสภาพนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อีกครั้งหนึ่ง หลังจากทำสมาธิแล้ว ผมกราบบังคมทูลว่า พอจิตสงบผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังเลื่อน ต่ำลงไปในท่อขนาดใหญ่ครือตัวผม และที่ปลายท่อข้างล่างผมแลเห็นแสงสว่างเป็นจุดเล็กๆ แสดงว่าท่อยาวมาก กลัวจะหลุดออกจากท่อไป ผมก็เลยเลิกทำสมาธิรับสั่งเช่นเดียวกันว่า หากยังรู้ตัว (มีสติ) อยู่ ก็ไม่ควรเลิก ถึงหากจะหลุดออกนอกท่อไปก็ไม่เป็นไร ตราบเท่าที่สติยัง อยู่ และรู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับตน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อมาภายหลังจากการศึกษาคำสอนของครูปาอาจารย์ทุก ท่าน และโดยเฉพาะของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ตรัส สอนให้ "ดำรงสติให้มั่น" ในเวลาทำสมาธิ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในส่วนที่เกี่ยวกับพระสมาธิของพระเจ้าอยู่หัว เคยตรัสเล่า ให้ผมฟังว่า ครั้งหนึ่งขณะที่กำลังทรงทำสมาธิอยู่ พระจิต สงบและเกิดนิมิต ในนิมิตนั้น พระเจ้าอยู่หัวทรงทอดพระ เนตรเห็นพระกร (แขนท่อนล่าง) ลอกออกทีละชั้นๆ ตั้งแต่จากพระตจะ (หนัง) ลงไปจนถึงพระ อัฐิ (กระดูก)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระเจ้าอยู่หัวทรงประยุกต์พระสมาธิในการประกอบพระราชกรณียกิจทุกอย่างทั้งน้อยและ ใหญ่ จึงทรงสามารถเผชิญกับพระราชภาระอันหนัก ในตำแหน่งพระมหากษัตริย์ได้โดยไม่ทรง สะทกสะท้านหรือหวั่นไหว ไม่ทรงคาดการณ์ล่วงหน้าไปไกลๆ อย่างเลื่อนลอยและเปล่าประโยชน์ ไม่ทรงอาลัยอดีตหรืออนาคต ไม่ทรงเสียเวลาหวั่นไหวไปกับความสำเร็จ หรือความล้มเหลวอัน เป็นเรื่องที่ผ่านพ้นไปแล้ว แต่ทรงจดจ่ออยู่กับปัจจุบัน ทรงสนพระราชหฤทัยอยู่แต่กับ พระราช กรณียกิจเฉพาะพระพักตร์เท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในฐานะที่เกิดมาเป็นพลเมืองของประเทศที่มีพระเจ้าอยู่หัวพระองค์นี้เป็นพระประมุข และใน ฐานะที่ทุกคนมีหน้าที่ในการทำนุบำรุงเมืองไทยนี้ให้เป็นที่ร่มเย็นของเรา และของลูกหลานของเรา จึงสมควรที่เราจะเจริญรอยประพฤติตามพระยุคลบาทด้วยการศึกษาและปฏิบัติสมาธิกัน อย่างจริงจัง และนำสมาธิมาประยุกต์ในการดำเนินชีวิต เช่นเดียวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา&lt;br /&gt;__________________&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นิพพาน ปรมัง สุขัง พระนิพพาน เป็นสุขอย่างยิ่ง&lt;br /&gt;คําสอนของพระราชพรหมยาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span &gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8467252942275514599-1971459929972756243?l=hotsamathi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://hotsamathi.blogspot.com/feeds/1971459929972756243/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8467252942275514599&amp;postID=1971459929972756243' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/1971459929972756243'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8467252942275514599/posts/default/1971459929972756243'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://hotsamathi.blogspot.com/2008/08/blog-post.html' title='พระสมาธิของพระเจ้าอยู่หัว'/><author><name>....นส.อ่อนไหว</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02362473934603014181</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/-yWedkBiCHho/TiEnJap103I/AAAAAAAAAMw/JBCikugnWfI/s220/0388.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
